เร่งขับเคลื่อนรถไฟสายเขียว คค.-กทม.จับมือตั้ง2ทีมงาน‘ชายหมู’ยันปลายปีเปิด1สถานี

2 April 2016






คมนาคมร่วมมือกทม. ตั้งคณะกรรมการ 2 คณะเร่งขับเคลื่อนรถไฟฟ้าสายสีเขียวหลังเซ็นเอ็มโอยู ให้กทม. บริหารจัดการเดินรถ ทั้งกรรมการประเมินหนี้สิน-ทรัพย์สิน และกรรมการด้านเทคนิคการเดินรถ ด้านผู้ว่า "สุขุมพันธุ์" ยันพร้อมเปิดให้บริการ 1 สถานีปลายปีนี้ เผยช่วงแรกของการเปิดให้บริการจะไม่คิดค่าโดยสาร หลังจากนั้นจะมีการคำนวณผู้ใช้บริการ และราคาค่าโดยสารที่เหมาะสมต่อไป

นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม (คค.) เปิดเผยว่า การลงนามความร่วมมือมอบหมายให้กรุงเทพมหานคร (กทม.) เป็นผู้บริหารจัดการเดินรถโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียวเหนือ ช่วงหมอชิต -สะพานใหม่-คูคต และสายสีเขียวใต้ ช่วงแบริ่ง-สมุทรปราการ ระหว่าง กระทรวงคมนาคม การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) และกรุงเทพมหานคร เพื่ออำนวยความสะดวก ความปลอดภัย และมีราคาค่าโดยสารที่ประหยัดกับประชาชน โดยกทม.เป็นผู้บริหารจัดการเดินรถสายสีเขียวทั้ง 2 ช่วง บนพื้นฐานระบบตั๋วร่วมในอัตราค่าโดยสารที่เป็นธรรมสำหรับประชาชน

"โครงการนี้ถือเป็นมิติใหม่ของการพัฒนาโครงการร่วมกันระหว่างกระทรวงคมนาคมและกรุงเทพมหานคร ในการเดินรถไฟฟ้าสายสีเขียวเพื่ออำนวยความสะดวกในการเดินทางของประชาชนด้วยโครงข่ายรถไฟฟ้าอย่างต่อเนื่องทั้งช่วงโซนเหนือและโซนใต้ ซึ่งอยู่ระหว่างที่รฟม.เร่งงานก่อสร้างให้เป็นไปตามกำหนดก่อนที่จะส่งมอบให้กทม.รับดำเนินการต่อไป"

ด้านม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวว่า ในส่วนของค่าโดยสารจะทำให้ประชาชนเกิดความประหยัดมากที่สุด ซึ่งช่วงแรกของการเปิดให้บริการจะไม่คิดค่าโดยสาร หลังจากนั้นจะมีการคำนวณผู้ใช้บริการ และราคาค่าโดยสารที่เหมาะสมต่อไป รวมถึงจะไม่คิดค่าแรกเข้าระบบซ้ำซ้อนเป็นอันขาด ทั้งนี้คาดว่าปลายปีนี้สายสีเขียวเหนือจะเปิดให้บริการได้ 1 สถานี คือ แบริ่ง-สำโรง

"กทม.และกระทรวงคมนาคมได้ร่วมมือกันพัฒนาระบบขนส่งมวลชนเพื่ออำนวยความสะดวกและปลอดภัยในการเดินทางของประชาชนมานานแล้ว อาทิ โครงการรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน ณ จุดสถานีบางหว้าที่เชื่อมรถไฟฟ้าบีทีเอสกับรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินส่วนต่อขยายหัวลำโพง-บางแค ซึ่งในครั้งนี้ถือเป็นมิติใหม่ในความร่วมมืออีกครั้งที่เป็นความร่วมมือพัฒนาพื้นที่นอกเขต กทม.เป็นโครงการแรก โดยจะทยอยเปิดให้บริการ ส่วนรายละเอียดด้านงบประมาณจะหารือร่วมกับสภากรุงเทพมหานครต่อไป"

ด้านพล.อ.ยอดยุทธ บุญญาธิการ ประธานกรรมการ รฟม. กล่าวว่า ตอนนี้ความคืบหน้าโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียวใต้ ช่วงแบริ่ง-สมุทรปราการ มีความคืบหน้าไปแล้วกว่า 70% ในส่วนของงานก่อสร้างงานโยธาทั้งหมด ซึ่งคาดว่าปลายปีนี้จะสามารถเปิดทดลองการเดินรถระหว่างแบริ่ง-สำโรงได้ก่อน 1 สถานีในช่วงแรกก่อนที่จะทยอยเปิดเดินรถในช่วงอื่นต่อเนื่องกันไป ด้านงบประมาณการก่อสร้างนั้น 1.แบริ่ง-สมุทรปราการ คาดว่าใช้งบประมาณการก่อสร้างกว่า 2.1 หมื่นล้านบาท และ 2.ช่วงหมอชิต-สะพานใหม่-คูคต คาดว่าจะใช้งบประมาณกว่า 3.9 หมื่นล้านบาท

"ในส่วนแนวทางการขับเคลื่อนความร่วมมือจะมีการตั้งคณะกรรมการ 2 คณะ คือ คณะกรรมการประเมินมูลค่าหนี้สินและทรัพย์สิน ขั้นตอนทางการเงินและงบประมาณ /และคณะกรรมการประสานงานด้านเทคนิคและการเดินรถ พร้อมแต่งตั้งคณะกรรมการกำกับดูแลและติดตามผลการดำเนินงาน โดยสำนักบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) จะเข้ามาร่วมกันเป็นกรรมการในครั้งนี้ด้วย ซึ่งจะต้องมีการรายงานความคืบหน้าและผลการปฏิบัติงานให้คณะกรรมการจัดระบบการจราจรทางบก (คจร.) ทราบ 6 เดือนต่อ 1 ครั้ง จนกว่าโครงการดังกล่าวจะแล้วเสร็จ"

ทั้งนี้ นพ.พีระพงษ์ สายเชื้อ ปลัดกรุงเทพมหานคร กล่าวว่า ด้วยแนวทางการดำเนินงานตามมติคณะกรรมการจัดระบบการจราจรทางบก (คจร.) เมื่อวันที่ 10 มิถุนายน 2558 เห็นชอบในหลักการ มอบหมายให้กรุงเทพมหานคร เป็นผู้บริหารจัดการเดินรถโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียว ช่วงหมอชิต-สะพานใหม่-คูคต และช่วงแบริ่ง-สมุทรปราการ และมอบให้กระทรวงคมนาคม (คค.) พิจารณาเจรจากับกรุงเทพมหานครในส่วนการบริหารจัดการเดินรถโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียวทั้ง 2 ช่วง รวมทั้งเจรจาร่วมกับกระทรวงการคลัง กรุงเทพมหานคร และการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) เพื่อหาข้อสรุปเกี่ยวกับเงื่อนไขทางการเงิน ซึ่งทุกหน่วยงานได้หารือและมีข้อตกลงร่วมกัน พร้อมทั้งจัดทำร่างบันทึกข้อตกลงความร่วมมือขึ้น

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 36 ฉบับที่ 3,144
วันที่ 31 มีนาคม - 2 เมษายน พ.ศ. 2559


กระทรวงคมนาคม การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย(รฟม.) นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รถไฟฟ้าสายสีเขียว