จับตา 3 แนวทาง กรธ.รับข้อเสนอ คสช. ก่อนเปิดร่างฉบับสมบูรณ์ 29 มีนา นี้

24 March 2016






การทำงานของคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ที่มีนายมีชัย ฤชุพันธุ์ เป็นหัวเรือใหญ่ เดินทางมาถึงช่วงสุดท้ายแล้ว โดยกำหนดให้วันที่ 29 มีนาคมนี้ สังคมไทยจะได้เห็นร่างรัฐธรรมนูญ (รธน.) ฉบับสมบูรณ์ ก่อนถึงวันนั้นในจังหวะนี้ห้ามกะพริบตา เมื่อ กรธ.นัดหารือใน 3 ประเด็น เผือกร้อนในมือ กรธ.ที่ คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ยิงตรงถึง กรธ.ให้เขียนไว้ในบทเฉพาะกาล ซึ่งถูกถล่มยับทั้งจากกลุ่มนักการเมือง และกลุ่มนักวิชาการ

ปฏิทินทำงาน โค้งสุดท้ายของคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ



1.การให้มีสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) จากการสรรหา 250 คน วาระดำรงตำแหน่ง 5 ปี โดยทำงานร่วมกับสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) ในช่วงเปลี่ยนผ่านจากรัฐบาล คสช.ไปสู่รัฐบาลจากการเลือกตั้ง โดย ส.ว.สรรหา 250 คนนี้ มี 6 ราย ที่เป็น ส.ว.โดยตำแหน่ง คือ ปลัดกระทรวงกลาโหม ผู้บัญชาการทหารสูงสุด ผู้บัญชาการทหารบก ผู้บัญชาการทหารเรือ ผู้บัญชาการทหารอากาศ และผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ

2.ให้ยกเลิกรูปแบบการลงคะแนนเสียงเลือกตั้ง ส.ส.ที่กรธ.กำหนดให้ใช้บัตรเลือกตั้งใบเดียว เลือกทั้ง ส.ส.แบบแบ่งเขต และ ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ โดยให้กลับไปใช้บัตรเลือกตั้ง 2 ใบเหมือนเดิม รวมทั้งให้แบ่งเขตเลือกตั้งแบบเขตใหญ่ มี ส.ส.ได้ไม่เกิน 3 คน และ3.ให้ยกเลิกข้อกำหนดที่ให้พรรคการเมืองเสนอบัญชีรายชื่อว่าที่ "นายกรัฐมนตรี" 3 รายชื่อก่อนหาเสียงเลือกตั้ง

ขณะที่ปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา ศูนย์สำรวจความคิดเห็น "นิด้าโพล" สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ ได้เผยแพร่ผลสำรวจความเห็นประชาชนเรื่อง "สมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) สรรหาในช่วงเปลี่ยนผ่าน 5 ปี" โดยสำรวจระหว่างวันที่ 17-18 มีนาคม จาก 801 หน่วยตัวอย่าง ในประเด็นเรื่องการแต่งตั้งผู้บัญชาการเหล่าทัพ เข้ามาเป็น ส.ว.สรรหาโดยตำแหน่งในช่วงเปลี่ยนผ่านประมาณ 5 ปี พบว่า ประชาชนส่วนใหญ่ 49.31 ระบุว่า เห็นด้วย เพราะทำให้ ส.ว.สรรหาที่เข้ามามีความหลากหลายทางอาชีพ ซึ่งผู้บัญชาการเหล่าทัพ เป็นผู้ที่มากด้วยความรู้ความสามารถและประสบการณ์ จะได้เข้ามาช่วยแก้ปัญหาประเทศ สร้างพื้นฐานที่มั่นคงในการปรับเปลี่ยนระบบการบริหารงาน น่าจะมีระบบการทำงานที่ดีขึ้น

อีก 42.07% ระบุว่า ไม่เห็นด้วย เพราะมองว่าเป็นการสืบทอดอำนาจของทหาร อาศัยระบบพวกพ้อง และเป็นการใช้อำนาจทางทหารมากเกินไป อาจเกิดความขัดแย้งภายหลัง ควรให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการเลือกตั้ง ส.ว.จะดีกว่า หรือควรมาจากลุ่มอาชีพอื่นๆ เช่น กลุ่มนักวิชาการ และกลุ่มเกษตรกร เป็นต้น 1.50% ระบุอื่นๆ ได้แก่ เป็นใครก็ได้ขอให้มีความจริงใจในการแก้ไขประเทศ และ 7.12% ไม่ระบุ

อย่างไรก็ดี ก่อนจะได้ข้อสรุปในเรื่องนี้ นายสุริยะใส กตะศิลา รองคณบดีฝ่ายกิจการนักศึกษา วิทยาลัยนวัตกรรมสังคม มหาวิทยาลัยรังสิต และผู้อำนวยการสถาบันปฏิรูปประเทศไทย สะท้อนความเห็นกับ "ฐานเศรษฐกิจ" โดยคาดการณ์ว่า มีความเป็นไปได้ที่จะออกมาใน 3 ลักษณะ แนวทางแรก คือ กรธ.ไม่ยอมรับข้อเสนอใดๆ เลย ให้ไปวัดกันที่ผลการทำประชามติว่า ประชาชนจะรับ หรือ ไม่รับ ร่างรธน.ฉบับนี้

มีชัย ฤชุพันธุ์



แนวทางที่ 2. กรธ.โดยนายมีชัย (ฤชุพันธุ์) ยอมรับข้อเสนอของ คสช. บางส่วนแบบมีเงื่อนไข ยื่นหมูยื่นแมวกัน โดย กรธ.รับข้อเสนอในส่วนของ ส.ว.สรรหา แต่ขอเพิ่มหมวดปฏิรูปเข้าไปด้วย แนวทางสุดท้าย ซึ่งเชื่อว่า มีความเป็นไปได้มากที่สุด คือ การประนีประนอมกัน โดยเชื่อว่า คสช.คงไม่ถอยเรื่อง 250 ส.ว. สรรหา เพื่อใช้เป็นกลไกช่วงเปลี่ยนผ่านนี้

พร้อมกันนี้นายสุริยะใสได้กล่าวตั้งข้อสังเกตไว้หลายประการ อาทิ จำนวนของ 250 ส.ว.มีนัยยะสำคัญอะไรหรือไม่ เหตุใดต้อง 250 คน ส่วน 6 รายชื่อ ส.ว.ที่มาโดยตำแหน่งจากเหล่าทัพ ซึ่งเริ่มถูกวิพากษ์วิจารณ์ต่อต้านตั้งแต่เริ่ม จะเป็นปัญหาตามมาหรือไม่ รวมถึงระยะเวลาการดำรงตำแหน่งเหตุใดต้องเป็น 5 ปี และเมื่อครบกำหนดวาระแล้ว หากเกิดวิกฤติ จะต้องต่ออายุหรือขยายเวลาออกไปอีกหรือไม่ จะมีหลักประกันอะไรในเรื่องนี้ให้กับสังคมหรือไม่

"เชื่อว่า จะมีปัญหาในทางปฏิบัติ เพราะส.ว.มีอำนาจในการอภิปราย ครม. ซึ่งไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ขณะที่ในจำนวน ส.ว.ชุดนี้ มาจากผู้บัญชาการเหล่าทัพ ซึ่งเป็นตำแหน่งโควตาจะได้รับตำแหน่งเป็น ประธานวุฒิสภาด้วยใช่หรือไม่ และผู้ใดจะเป็นคนตรวจสอบถ่วงดุล ส.ว.ชุดนี้ได้บ้าง" นายสุริยะใส ระบุและว่า โดยส่วนตัวแล้วเห็นด้วยกับแนวทางของ คณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ ชุดของนายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ ที่เสนอให้มาจากการสรรหา จากหลากหลายสาขาอาชีพ"ประเด็นที่ต้องคิดถึงไม่ใช่จำนวนคะแนนเสียงแต่เป็นเรื่องของความชอบธรรม" นายสุริยะใส กล่าวตั้งข้อสังเกต

นอกจากนี้ยังต้องจับตาช่วง 1 ถึง 2 สัปดาห์นี้ ที่ กรธ.กำหนดจะพิจารณาภาพรวมของร่าง รธน.ให้แล้วเสร็จ โดยเตรียมยกทัพนำไปทบทวนกันนอกสถานที่ ระหว่างวันที่ 23-26 มีนาคม ณ โรงแรมอิมพีเรียล หัวหิน บีช รีสอร์ท ประจวบคีรีขันธ์ เพื่อปรับแก้ไขถ้อยคำที่ยังไม่สมบูรณ์ให้กระชับ สละสลวย และสอดคล้องเชื่อมโยงกันในแต่ละมาตรา ก่อนพร้อมส่งร่างฉบับสมบูรณ์ให้กับรัฐบาลในวันที่ 29 มีนาคม 2559 จากนั้นในวันที่ 30 มีนาคม กรธ.จะชี้แจงสาระสำคัญของร่างรธน.ต่อสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) และสภาขับเคลื่อนปฏิรูปประเทศ (สปท.)

จับตาลุ้นกันอีกยกว่า บทสรุปสุดท้ายบนเส้นทางประชาธิปไตยของไทยจะมีหน้าตาออกมาอย่างไร

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 36 ฉบับที่ 3,142 วันที่ 24 - 26 มีนาคม พ.ศ. 2559


คสช. คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ กรธ. สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ร่างรัฐธรรมนูญ นายมีชัย ฤชุพันธุ์