โทษตัดสิทธิชั่วชีวิต14กรรมการทษช.ยุบพรรคตามม.92(1)

12 February 2019






กกต.ส่อชงศาลรธน.ยุบพรรค ตาม ม.92(1) พ.ร.ป.พรรคการเมือง กระทำการเพื่อให้ได้มาซึ่งอำนาจในการปกครองประเทศโดยวิธีการซึ่งมิได้เป็นไปตามวิถีทางที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญ โทษหนักตัดสิทธิ 14 กก.บห.ชั่วชีวิต ชวดดำรงตำแหน่งการเมือง -กรรมการองค์กรอิสระ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังมีกระแสข่าว กกต.มีมติส่งศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยสั่งยุบพรรคไทยรักษาชาติ(ทษช.) จากกรณีเสนอแคนดิเดตนายกฯ เข้าข่ายผิดพ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมืองมาตรา 92 แล้ว ทางผู้สื่อข่าวได้พยายามติดต่อขอความชัดเจน จากทั้งประธานกกต.และเลขาธิการกกต แต่ไม่มีผู้ใดรับสาย

รวมทั้งมีกระแสข่าวว่าทางสำนักงานกกต.ได้มีการประสานไปยังสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อขอให้รอรับคำร้องดังกล่าวที่จะไปยื่นในช่วงเย็น แต่จนกระทั่งเวลา 17.30 น. เจ้าหน้าที่สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญได้แจ้งกับผู้สื่อข่าวที่ไปรอทำข่าวว่า เลขาธิการสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญได้โทรศัพท์สอบถามไปยังสำนักงานกกต.แล้วได้รับแจ้งว่า ยังจะไม่มีการยื่นคำร้องอะไรในวันนี้



ขณะที่นายอิทธิพร บุญประคอง ประธาน กกต.ได้ชี้แจงผ่านไลน์มายังผู้สื่อข่าวเมื่อเวลา 17.00 น.ว่า "ฝากเรียนทุกท่านที่รออยู่ด้วยว่า กำลังพิจารณาอยู่ ยังไม่แล้วเสร็จ ถ้าผมหรือเลขาธิการมิได้ให้ข่าว กรุณาอย่าถือว่าเป็นข่าวจริงนะครับ อย่างน้อยที่สุดถ้าการพิจารณาแล้วเสร็จแล้ว จะเรียนให้ทราบ  ถ้ามิใช่แถลงข่าวก็เป็นเพรสครับ"

อย่างไรก็ตาม มีรายงานว่า คำร้องที่ กกต.จะยื่นต่อศาลรัฐธรรมนั้น ขณะนี้อยู่ในระหว่างสำนักงานกกต.ยกร่างคำร้องเสนอให้กกต.พิจารณาเห็นชอบ และ กกต.ทั้ง 7 คนลงนามก่อนที่จะยื่นศาลรัฐธรรมนูญ

โดยระบุความผิดว่า การเสนอชื่อแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคไทยรักษาชาติ เข้าข่ายผิดมาตรา 92 (1) คือเป็นกรณีกระทำการเพื่อให้ได้มาซึ่งอำนาจ ในการปกครองประเทศโดยวิธีการซึ่งมิได้เป็นไปตามวิถีทางที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญ ซึ่งกฎหมายมาตราดังกล่าวได้กำหนดฐานความผิดไว้ว่า เมื่อกกต.มีหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่าพรรคการเมืองใดกระทำการ

(1) ล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข หรือ เพื่อให้ได้มาซึ่งอำนาจในการปกครองประเทศ โดยวิธีการซึ่งมิได้เป็นไปตามวิถีทางที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญ

(2) กระทำการอันอาจเป็นปฏิปักษ์ต่อการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ให้ศาลรัฐธรรมนูญสั่งยุบพรรคการเมืองและเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งของคณะกรรมการบริหารพรรคการเมืองนั้น

ซึ่งการเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้ง หรือที่เรียกว่า "ใบดำ" นั้น กฎหมายไม่ได้เขียนระยะเวลาเอาไว้ว่า นานเพียงใด ขณะเดียวกันก็ถูกกำหนดเป็นลักษณะต้องห้ามในการดำรงตำแหน่งทางการเมืองต่างๆ และกรรมการรองค์กรอิสระ ดังนั้นถ้าหากถูกเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้ง ย่อมหมายความว่า ไม่สามารถลงสมัครรับเลือกตั้ง หรือดำรงตำแหน่ง ใดๆในทางการเมืองหรือ กรรมการองค์กรอิสระ ได้ตลอดไป

สำหรับกรรมการบริหารพรรคไทยรักไทย ที่จะถูกตัดสิทธิมี 14 คน

1.ร.ท.ปรีชาพล พงษ์พานิช หัวหน้าพรรคไทยรักษาชาติ

2.นายฤภพ ชินวัตร รองหัวหน้าพรรคคนที่ 1

3.นางสาวสุณีย์ เหลืองวิจิตร  รองหัวหน้าพรรคคนที่ 2

4.นายพฤฒิชัย วิริยะโรจน์  รองหัวหน้าพรรคคนที่ 3

5.นพ.พงษ์ศักดิ์ ภูสิทธิ์สกุล  รองหัวหน้าพรรคคนที่ 4

6.รศ. ดร.รุ่งเรือง พิทยศิริ กรรมการบริหารพรรค

7.นายจุลพงศ์ โนนศรีชัย กรรมการบริหารพรรค

8.นายมิตติ ติยะไพรัช เลขาธิการพรรค

9.นายต้น ณ ระนอง  รองเลขาธิการพรรคคนที่ 1

10.นายวิม รุ่งวัฒนจินดา รองเลขาธิการพรรค

11.นายคณาพจน์ โจมฤทธิ์ รองเลขาธิการพรรคคนที่ 3

12.นายพงศ์เกษม สัตยาประเสริฐ

13.นางสาวชยิกา วงศ์นภาจันทร์  นายทะเบียนสมาชิกพรรค

14.นางวรรษมล เพ็งดิษฐ์ เหรัญญิกพรรค

แต่ รศ. ดร.รุ่งเรือง พิทยศิริ ได้แจ้ง กกต.ว่า ลาออกจากกรรมการบริหารพรรคก่อนพรรคมีมติเรื่องดังกล่าว



 


กกต. ยุบพรรค ไทยรักษาชาติ เลือกตั้ง 62 ยุบทษช.