กฟผ. ปรับทัพรับ PDP!! ส่งบริษัทลูกชิงไอพีพี

12 February 2019








กฟผ. ปรับตัวรับแผนพีดีพีใหม่ หลังโดนบีบสัดส่วนผลิตไฟฟ้าเหลือแค่ 24% ส่งบริษัทลูก "เอ็กโก-ราชบุรีโฮลดิ้ง" ลงชิงประมูลไอพีพีแข่งกับเอกชน 8,300 เมกะวัตต์ เร่งโซลาร์ลอยน้ำ ออกไปลงทุนประเทศเพื่อนบ้าน

มติคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) ที่มี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธาน ได้เห็นชอบแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศไทย หรือ พีดีพีฉบับใหม่ (2561-2580) โดยเน้นให้ภาคเอกชนเข้ามาผลิตไฟฟ้าขายเข้าระบบมากขึ้น แทนการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ซึ่งส่งผลให้สัดส่วนการผลิตไฟฟ้าของ กฟผ. ลดลงเหลือ 24% หรือราว 18,530 เมกะวัตต์ จากกำลังผลิต 77,211 เมกะวัตต์ เมื่อสิ้นแผนจากปัจจุบันมีสัดส่วนที่ 34.9% หรือราว 16,071 เมกะวัตต์ จากกำลังการผลิตที่ 46,090 เมกะวัตต์ ถือเป็นการลดขนาด หรือ การคุมองค์กรไม่ให้มีการเติบโตมากนัก

 

©FB/กฟผ. การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย



การลดสัดส่วนการผลิตไฟฟ้าดังกล่าว ส่งผลให้ กฟผ. จำเป็นต้องเร่งปรับตัวรับกับสถานการณ์ที่กำลังจะเกิดขึ้น เพื่อที่ต้องการรักษาสัดส่วนการผลิตไฟฟ้าไว้อยู่ในมือมากที่สุด โดยเฉพาะแผนพีดีพีใหม่กำหนดจะเปิดให้เอกชนเข้ามาแข่งขันผลิตไฟฟ้า หรือ ไอพีพี จำนวน 10 โรง คิดเป็นประมาณ 8,300 เมกะวัตต์ แนวทางการดำเนินงานนั้น กฟผ. จะมอบให้บริษัทลูก ได้แก่ บริษัท ผลิตไฟฟ้า จำกัด (มหาชน) หรือ เอ็กโก ที่ถือหุ้นอยู่ราว 25.41% และบริษัท ผลิตไฟฟ้าราชบุรี โฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) ถือหุ้น 45% เข้าร่วมประมูลไอพีพีแข่งกับเอกชน ซึ่งจะช่วยให้มีกำลังการผลิตใหม่เข้ามาได้

นอกจากนี้ จะต้องดำเนินการติดตั้งโครงการพลังงานแสงอาทิตย์ทุ่นลอยน้ำทั้ง 11 เขื่อน จำนวน 2,656 เมกะวัตต์ ให้ได้ตามแผนที่กำหนดไว้ในพีดีพี และการดำเนินงานก่อสร้างโรงไฟฟ้าให้ได้ตามแผน ได้แก่ การก่อสร้างโรงไฟฟ้าก๊าซ 2 แห่ง กำลังผลิตรวม 1,400 เมกะวัตต์ ที่ จ.สุราษฎร์ธานี ทดแทนโรงไฟฟ้าแม่เมาะเครื่องเดิม 600 เมกะวัตต์ เพิ่มกำลังการผลิตโรงไฟฟ้าน้ำพองเป็น 650 เมกะวัตต์ เพิ่มโรงไฟฟ้าพระนครเหนือ 1,400 เมกะวัตต์ และทดแทนโรงไฟฟ้าพระนครใต้ 2,100 เมกะวัตต์ และโรงไฟฟ้าสูบกลับลำตะคอง 500 เมกะวัตต์ ให้ได้ตามแผน

 

เพิ่มเพื่อน



นายพัฒนา แสงศรีโรจน์ รองผู้ว่าการยุทธศาสตร์ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เปิดเผยกับ "ฐานเศรษฐกิจ" ว่า สัดส่วนการผลิตไฟฟ้าของ กฟผ. ตามแผนพีดีพีในช่วง 10 ปีแรก จะยังไม่ลดลงมากนัก ขณะที่ ช่วง 10 ปีหลัง (2571-2580) จะมีโครงการผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์บนทุ่นลอยน้ำขนาดใหญ่ (โซลาร์ฟาร์มลอยน้ำ) ใน 11 เขื่อน ซึ่งจะทำให้ระบบไฟฟ้ามีเสถียรภาพมากขึ้น ทำให้ กฟผ. มีรายได้จากส่วนนี้เข้ามา

รวมทั้งอยู่ระหว่างการศึกษาร่วมกับผู้ผลิตไฟฟ้าในประเทศ ทำการวิจัยพัฒนาโครงการโซลาร์ลอยน้ำ หากประสบความสำเร็จ มีโอกาสที่ขยายไปยังประเทศเพื่อนบ้าน เช่น สปป.ลาว มาเลเซีย เวียดนาม เมียนมา และในอาเซียน โดยอาศัยพันธมิตรภายใต้การลงนามความร่วมมือ (MOU) ร่วมกันดำเนินงาน เนื่องจากธนาคารพัฒนาเอเชียที่ให้เงินกู้ดอกเบี้ยต่ำสำหรับประเทศด้อยพัฒนาที่ต้องการทำโครงการโซลาร์ฟาร์มลอยน้ำในเขื่อน กฟผ. จึงศึกษาเพื่อเข้าไปร่วมลงทุนในโครงการเหล่านี้เช่นกัน

อีกทั้ง ทางรัฐบาลเปิดให้มีการนำเข้าเสรีก๊าซธรรมชาติเหลว หรือ แอลเอ็นจี ได้ โดยเบื้องต้น มอบหมายให้ กฟผ. ทดลองนำเข้าแอลเอ็นจี 1.5 ล้านตันในปีนี้ กฟผ. จะมีรายได้จากการบริการในส่วนนี้มากขึ้นในอนาคต

 

©FB/กฟผ. การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย



นอกจากนี้ ทาง กพช. เห็นชอบให้ลงทุนขยายโครงข่ายระบบสายส่งไฟฟ้าของประเทศเพื่อเป็นศูนย์กลางซื้อขายไฟฟ้า (Grid Connection) ในภูมิภาค โดยใช้ไทยเป็นทางผ่านไปสู่ประเทศต่าง ๆ อาทิ เมียนมา ลาว มาเลเซีย เวียดนาม ซึ่งจะทำให้ กฟผ. มีรายได้จากค่าบริการสายส่งเข้ามาเสริมในอนาคต โดยที่ผ่านมาได้รับอนุมัติและอยู่ระหว่างก่อสร้าง 17 โครงการ และมีแผนศึกษาเพื่อขออนุมัติ 11 โครงการ

โครงข่ายระบบสายส่งไฟฟ้า นอกจากรองรับการเป็นศูนย์กลางซื้อขายไฟฟ้าแล้ว จะต้องเชื่อมโยงระบบจำหน่าย เพื่อรองรับพลังงานหมุนเวียน (Grid Modernization) ด้วย

โดยเฉพาะโครงการโซลาร์ภาคประชาชน 1 หมื่นเมกะวัตต์ จะมีการตั้งสถานีระบบกักเก็บพลังงานย่อยในแต่ละพื้นที่ เพื่อเก็บไฟฟ้าส่วนเกินไว้จำหน่ายในช่วงกลางคืน ทำให้ กฟผ. มีรายได้ส่วนต่างจากการขายไฟฟ้ากลับเข้าระบบในช่วงกลางคืนได้อีกทางหนึ่งด้วย


……………….

หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 39 ฉบับที่ 3,442 วันที่ 7 - 9 ก.พ. 2562 หน้า 01-02

ข่าวที่เกี่ยวข้อง :
กฟผ. เผยนำน้ำมันปาล์มดิบผลิตไฟฟ้าตามแผน มีผู้ยื่นเสนอขาย 32 ราย
รัฐคุมกำเนิดยักษ์ กฟผ. หากินสายส่ง-เอกชนเฮ!!


เพิ่มเพื่อน


PDP ฐานเศรษฐกิจ กฟผ. ราชบุรีโฮลดิ้ง บริษัทลูก พลังงาน ไฟฟ้า เอ็กโก ผลิตไฟฟ้า แผนพีดีพี Thansettakij การค้า-การลงทุน ไอพีพี ประมูลไอพีพี