"จีน-สหรัฐฯ" เห็นพ้องต้องพบกันระดับซัมมิต "สี จิ้นผิง" ส่งสาส์นพบกันครึ่งทางก่อน 1 มี.ค.

1 February 2019






ภายหลังการเจรจาการค้าระหว่างจีนและสหรัฐอเมริกา ซึ่งดำเนินมาตั้งแต่วันที่ 30 ม.ค. และสิ้นสุดลงในวันที่ 31 ม.ค. 2562 ณ กรุงวอชิงตัน ดีซี ประเทศสหรัฐอเมริกา โดยหัวหน้าคณะเจรจาฝ่ายจีน ได้แก่ นายหลิว เหอ รองนายกรัฐมนตรี และฝ่ายสหรัฐฯ นายโรเบิร์ท ไลท์ไฮเซอร์ ผู้แทนการค้า (ยูเอสทีอาร์) ทำเนียบขาวได้ออกแถลงการณ์ มีเนื้อหาโดยสังเขปดังนี้ คือ

FILE PHOTO: U.S.-China officials participate in opening of US-China Trade Talks on White House campus in Washington
ในช่วงเวลา 2 วัน เจ้าหน้าที่ระดับสูงของสหรัฐฯ และจีน ได้ร่วมเจรจาหารือกันอย่างเข้มข้นและมีความคืบหน้าเกี่ยวกับความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจระหว่างทั้ง 2 ฝ่าย สหรัฐฯ ขอชื่นชม นายหลิว เหอ รองนายกรัฐมนตรีและหัวหน้าการเจรจาฝ่ายจีน พร้อมทีมงานที่เตรียมการมาอย่างดี มีความกระตือรือร้นและมีความเป็นมืออาชีพฉายให้เห็นเป็นที่ประจักษ์ ประเด็นหารือครอบคลุมหลายเรื่องรวมถึง 7 ประเด็นสำคัญ ได้แก่ 1) หลากหลายวิธีการที่บริษัทอเมริกันถูกบีบให้ต้องถ่ายทอดเทคโนโลยีแก่บริษัทจีน 2) ความจำเป็นที่จะต้องมีมาตรการที่แข็งแรงมากขึ้นในการปกป้องและบังคับใช้กฎหมายคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญาในประเทศจีน 3) บริษัทอเมริกันยังเผชิญอุปสรรคการค้าจำนวนมากในจีนทั้งในรูปภาษีศุลกากรและกำแพงการค้าที่ไม่ใช่ภาษี 4) ปัญหาการจารกรรมข้อมูลในโลกไซเบอร์ที่เป็นภัยคุกคามบริษัทอเมริกัน 5) สิ่งที่บิดเบือนกลไกตลาดยังคงมีอยู่ในรูปของการให้เงินอุดหนุนโดยภาครัฐและรัฐวิสาหกิจของจีน ซึ่งนำไปสู่ปัญหาการผลิตที่มากล้นเกินอุปสงค์ 6) มีความจำเป็นต้องยกเลิกอุปสรรคการค้าและภาษีที่สกัดกั้นการจำหน่ายสินค้า บริการ และสินค้าเกษตรของสหรัฐฯ สู่ตลาดจีน และ 7) บทบาทของสกุลเงินที่ใช้ในการค้าขายระหว่างจีนและสหรัฐฯ

นอกจากนี้ ทั้ง 2 ฝ่าย ยังหารือเรื่องการแก้ปัญหาการขาดดุลการค้าของสหรัฐฯ ต่อจีน ที่ยังคงเพิ่มมากขึ้นและเป็นมูลค่ามหาศาล ว่า จะต้องให้ปรับลดลงมา ส่วนสำคัญของการเจรจา คือ จีนจะเพิ่มการสั่งซื้อสินค้า ทั้งสินค้าเกษตร ปศุสัตว์ และอุตสาหกรรมจากสหรัฐฯ เพิ่มมากขึ้น แถลงการณ์ของทำเนียบขาวระบุว่า ทั้ง 2 ฝ่าย มีความพร้อมที่จะร่วมมือกันทลายปัญหาในประเด็นสำคัญ ๆ และหาทางแก้ไขส่วนที่เห็นต่าง




สหรัฐฯ เองเน้นเป็นพิเศษในการแสวงหามาตรการที่มุ่งมั่นและทำได้จริงในระดับการแก้ไขโครงสร้างและลดการขาดดุลการค้า ทั้งสหรัฐฯ และจีนตกลงกันว่า แนวทางแก้ไขปัญหาที่ได้มาจากการเจรจาต้องนำไปสู่การบังคับใช้ได้จริง แต่ก็ยอมรับว่า ถึงการเจรจาครั้งนี้จะเห็นความคืบหน้า แต่ยังมีงานที่ต้องทำอีกมาก






ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์
ย้ำว่า เส้นตายวันที่ 1 มี.ค. ที่ตกลงกันไว้กับผู้นำจีนที่กรุงบัวโนสไอเรส ประเทศอาร์เจนติน่า เมื่อวันที่ 1 ธ.ค. 2561 ถือเป็นเส้นชี้ขาดและเป็นจุดสิ้นสุดการยุติสงครามการค้าชั่วคราว 90 วัน หากจีนและสหรัฐฯ ไม่สามารถหาข้อตกลงที่น่าพึงพอใจ สหรัฐฯ ก็จะเดินหน้าขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าจีนมูลค่า 200,000 ล้านดอลลาร์ ตามที่เคยประกาศไว้ ดังนั้น นับจากนี้ทั้ง 2 ผู้นำ จะกำหนดวันพบกันเพื่อหารือสรุปข้อตกลงให้ได้ก่อนวันที่ 1 มี.ค. แต่ยังไม่มีการกำหนดวันเวลาและสถานที่ออกมา ซึ่งเกี่ยวกับเรื่องนี้ นอกจากแถลงการณ์ของทำเนียบขาวแล้ว ด้าน ประธานาธิบดี สี จิ้นผิงของจีน ยังมีจดหมายถึงประธานาธิบดีสหรัฐฯ ยืนยันว่า จีนเองหวังว่า ทั้ง 2 ฝ่าย จะสามารถพบกันครึ่งทางและบรรลุข้อตกลงกันได้ก่อนที่เส้นตายวันที่ 1 มี.ค. จะมาถึง



จีน สหรัฐอเมริกา ฐานเศรษฐกิจ สี จิ้นผิง ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง Thansettakij ซัมมิต สงครามการค้าสหรัฐอเมริกา-จีน หลิว เหอ สาส์น โรเบิร์ท ไลท์ไฮเซอร์