จับตาเฟดป่วนฟันด์โฟลว์ โบรกฯให้นํ้าหนัก‘การเมือง’ถ่วงหุ้นไทยไตรมาส3

17 June 2015






นักวิเคราะห์จับตาประชุมเฟด 16-17 มิ..นี้ หลังตัวเลขว่างงานสหรัฐฯทรงตัว เงินเฟ้อมีแนวโน้มขยับขึ้น หวั่นหากส่งสัญญาณขึ้นดอกเบี้ยกระทบฟันด์โฟลว์ทั่วโลก โกลเบล็กฯมองบวกดัชนีหุ้นไทยมีโอกาสปรับตัวขึ้นต่อให้กรอบแนวต้านที่ 1,520-1,540 จุด ชี้แผนชำระหนี้ของกรีซคลายความกังวล แนะกลยุทธ์ลงทุนกลุ่มพลังงานมาแรง เหตุได้ประโยชน์จากราคานํ้ามันดีดตัว   เมย์แบงก์ กิมเอ็งฯ มองไตรมาส 3 การเมืองถ่วงตลาดหุ้น


นางสาววิลาสินี บุญมาสูงทรง ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์(บล.)โกลเบล็ก จำกัด ประเมินทิศทางตลาดหุ้นไทยว่า ดัชนีมีโอกาสปรับตัวขึ้นไปทดสอบแนวต้าน 1,520-1,540 จุด เนื่องจากนักลงทุนคลายความกังวลต่อปัญหาหนี้กรีซ หลังจากเยอรมนีอาจยอมรับเงื่อนไขการปฏิรูปเศรษฐกิจของกรีซ อย่างน้อย 1 เงื่อนไข ซึ่งเป็นปัจจัยบวกต่อการให้ความช่วยเหลือทางการเงินแก่กรีซ เพื่อไม่ให้ผิด นัดชำระหนี้กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) ราว 1.6 พันล้านยูโรในเดือนมิถุนายน รวมถึงการถูกบีบออกจากสมาชิกยูโรโซน


อย่างไรก็ตามคงต้องติดตามผลการประชุมของธนาคารกลางสหรัฐอเมริกา (เฟด)ในวันที่ 16-17 มิถุนายนนี้ ว่าจะมีความเห็นเกี่ยวกับการปรับอัตราดอกเบี้ยขึ้นอย่างไรหลังจากตัวเลขการว่างงานของสหรัฐฯทรงตัวระดับตํ่าที่ 5.5% และอัตราเงินเฟ้อมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นตามทิศทางราคานํ้ามันที่ดีดตัวขึ้น ซึ่งหากเฟดมีแนวโน้มปรับขึ้นดอกเบี้ยในปีนี้จะกระทบต่อกระแสเงินทุนเคลื่อนย้าย (ฟันด์โฟลว์) ทั่วโลก


สำหรับปัจจัยบวกในประเทศที่คาดว่ามีส่วนในการสนับสนุนการปรับตัวขึ้นของตลาดหุ้น 3 เรื่องคือ


1.ที่ประชุมคณะกรรมการจัดระบบการจราจรทางบก (คจร.) ยืนยันเดินหน้าก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีส้มตามแนวเดิมรวมทั้งคณะกรรมการนโยบายท่องเที่ยวแห่งชาติเห็นชอบแผนยุทธศาสตร์ปฏิรูปการท่องเที่ยวปี 2558-2560 ซึ่งวางเป้าหมายเพิ่มสัดส่วนรายได้เพิ่มจาก 2.2 ล้านล้านบาท เป็น 2.5 ล้านล้านบาท โดยจะนำเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาก่อน
สิ้นเดือนมิถุนายนนี้


2.คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.)ยํ้าว่า
วันที่ 11 พฤศจิกายนปีนี้จะเปิดประมูล 4G ตามแผน


3.มูดี้ส์ยืนยันว่า ภาพรวมด้านอันดับเครดิตของกลุ่มธนาคารไทยจะยังคงมีเสถียรภาพในช่วง 12-18 เดือนข้างหน้า แต่ก็ยังต้องเผชิญสภาพแวดล้อมในการดำเนินงานที่ท้าทายขึ้นจากการปล่อยสินเชื่อที่ขยายตัวได้ตํ่า และปัญหาหนี้ครัวเรือนที่กดดันการบริโภค ซึ่งจะฉุดให้สินทรัพย์ของธนาคารด้อยค่าลงมากขึ้นด้วย


ด้านนายชัยยศ จิวางกูร ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.โกลเบล็กฯ  แนะนำกลยุทธ์การลงทุนว่าดัชนีตลาดหลักทรัพย์ฯยังมีโอกาสปรับตัวขึ้นไปทดสอบแนวต้าน 1,520-1,540 จุด จึงแนะนำลงทุนในกลุ่มที่มีประเด็นรองรับ เช่น กลุ่มพลังงาน
( PTT  PTTEP  TOP  PTTGC)
ได้ประโยชน์จากราคานํ้ามันดีดตัว


นอกจากนี้กลุ่มโรงแรมและขนส่ง (AOT CENTEL MINT) จากข่าวการท่องเที่ยวฯเตรียมเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.)อนุมัติแผนยุทธศาสตร์ปี 2558-2560 ตั้งเป้ารายได้ 2.5 ล้านล้านบาท, กลุ่มธนาคาร (KBANK KTB SCB BBL) กนง.มีมติคงอัตราดอกเบี้ยที่ 1.5% ทำให้คาดว่าส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยสุทธิ(NIM)น่าจะผ่านจุดตํ่าสุดไปแล้ว และหุ้นที่คาดว่าจะเข้า SET50 รอบถัดไป BLA, TPIPL, WHA, SUPER, ITD, BA, SAWAD ซึ่งจะมีการประกาศวันที่ 15 มิถุนายนนี้


นางบุญพร บริบูรณ์ส่งศิลป์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารบล.เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย)ฯ คาดว่า ตลาดหุ้นไทยในไตรมาส 3/2558 จะไม่แตกต่างจากไตรมาส 2/2558 มากนักเพราะภาพการเมืองในประเทศ ยังคงไม่ชัดเจน ขณะที่ธนาคารกลางสหรัฐฯก็ยังไม่มีความชัดเจนเกี่ยวกับการขึ้นหรือคงอัตราดอกเบี้ย ซึ่งจะมีความแน่นอนประมาณปลายไตรมาส 3 หรือประ มาณเดือนกันยายนนี้


สำหรับหุ้นที่แนะนำลงทุน ได้แก่ กลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ เครื่องดื่มชูกำลัง อุตสาห กรรมก่อสร้างที่เกี่ยวกับงานภาครัฐ และกลุ่มขนส่งประเภทรถไฟฟ้าและธุรกิจการแพทย์ กลุ่มโรงพยาบาล ส่วนกลุ่มที่ควรหลีกเลี่ยงการลงทุน ได้แก่ กลุ่มอสังหาริมทรัพย์ประเภทที่อยู่อาศัยที่มีสินค้าเหลือจำนวนมาก และกลุ่มเหล็ก



ตลาดหุ้น บล.เมย์แบงก์ กิมเอ็ง วิลาสินี บุญมาสูงทรง บล.โกลเบล็ก บุญพร บริบูรณ์ส่งศิลป์