“อิมแพ็ค” ก้าวสู่ปีที่ 20 ย้ำชัดหนุนอุตสาหกรรมไมซ์

12 January 2019







“อิมแพ็ค” ก้าวสู่ปีที่ 20 ย้ำความพร้อมอาคาร สถานที่ บริการสิ่งอำนวยความสะดวก รองรับการจัดงานครบวงจรพร้อมร่วมลงทุนโครงการรถไฟฟ้าสายสีชมพู ส่วนต่อขยายเชื่อมเมืองทองธานีพร้อมเปิดบริการลูกค้าในปี 64


นายพอลล์  กาญจนพาสน์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท อิมแพ็ค เอ็กซิบิชั่น แมเนจเม้นท์ จำกัด ผู้บริหารศูนย์แสดงสินค้าและการประชุม อิมแพ็ค เมืองทองธานี กล่าวถึงบทบาทของ อิมแพ็ค ว่าไม่เพียงเป็นสถานที่จัดการประชุม สัมมนา แสดงสินค้า นิทรรศการ กิจกรรมพิเศษ แต่ปัจจุบันยังให้บริการกลุ่มอินเซนทีฟ หรือ การท่องเที่ยวเพื่อเป็นรางวัล โดยการเตรียมสิ่งอำนวยความสะดวกรองรับกลุ่มนักเดินทางเพื่อธุรกิจไมซ์ ด้วยมีโรงแรมที่พักมาตรฐาน 2 แห่ง รวมถึงแหล่งท่องเที่ยว พักผ่อนหย่อนใจ บริการร้านค้า ร้านอาหาร เอาท์เล็ตแบรนด์ชั้นนำ ที่ตั้งอยู่ในพื้นที่เดียวกับศูนย์ฯ เพื่อให้บริการลูกค้าได้ใช้เวลาร่วมกิจกรรม ท่องเที่ยว ช้อปปิ้ง ในที่เดียว

“ทีเส็บ ระบุทิศทางธุรกิจไมซ์ไทยยังคงเติบโต โดยเฉพาะกลุ่มจัดประชุมและการท่องเที่ยวเพื่อเป็นรางวัล (Meetings & Incentives) ที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นมาก ส่วนตัวเลขนักเดินทางกลุ่มไมซ์เติบโตกว่า 13% และรายได้จะโตขึ้น 5% เมื่อเทียบกับครึ่งปีแรกของปีก่อน และคาดว่าสิ้นปี 2561 เป้าหมายกลุ่มไมซ์รวม 1.37 ล้านคน สร้างรายได้ให้กับประเทศไม่ต่ำกว่า 1.24 แสนล้านบาท จากข้อมูลดังกล่าวมั่นใจ อิมแพ็ค มาถูกทางที่ได้เตรียมความพร้อมของพื้นที่และบริการสิ่งอำนวยความสะดวกครบวงจร รองรับกลุ่มไมซ์ ซึ่งมีการใช้จ่ายเฉลี่ยสูงกว่านักท่องเที่ยวทั่วไป 3-4 เท่า ถือเป็นลูกค้าสำคัญที่สร้างรายได้ให้ อิมแพ็ค เป็นอย่างดี หากสามารถจับจ่ายใช้เวลาอยู่ในศูนย์ฯ 3-4 วันหรือมากกว่านั้น”

สำหรับศูนย์แสดงสินค้าและการประชุม อิมแพ็ค เมืองทองธานี ก่อตั้งขึ้นในเดือนตุลาคม ปี 2542 โดยบริษัท บางกอกแลนด์ จำกัด (มหาชน) บริหารและดำเนินงานภายใต้ บริษัท อิมแพ็ค เอ็กซิบิชั่น แมเนจเม้นท์ จำกัด ต่อมาในปี 2557 ได้เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ภายใต้ทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ อิมแพ็ค โกรท หรือ IMPACT Growth REIT ถือเป็นศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมอันดับ 1 ของประเทศไทย และภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ด้วยมีพื้นที่ในร่มสำหรับจัดงานรวมมากกว่า  1.4แสน ตารางเมตร จาก 4 อาคารหลัก ได้แก่ อิมแพ็ค อารีน่า,  อิมแพ็ค ชาเลนเจอร์, ศูนย์แสดงสินค้า อิมแพ็ค อาคาร 1-8 ศูนย์การประชุม อิมแพ็ค ฟอรั่ม และพื้นที่จัดงานกลางแจ้งอีกกว่า 137,000 ตารางเมตร

นอกจากนั้นอิมแพ็คยังพร้อมด้วยบริการสิ่งอำนวยความสะดวกที่ครบครัน ทั้งโรงแรมที่พักมาตรฐาน 2 แห่ง คือ โนโวเทล กรุงเทพ อิมแพ็ค, ไอบิส กรุงเทพ อิมแพ็ค สถานออกกำลังกาย ในชื่อ อิมแพ็ค สปอร์ต คลับ สถานที่พักผ่อน ท่องเที่ยว อิมแพ็ค สปีดพาร์ค สนามโกคาร์ทมาตรฐานโลก แหล่งช้อปปิ้ง เช่น อาคารเดอะ พอร์ทอล, อาคารคอสโม บาซาร์, เอาท์เล็ต สแควร์ พร้อมอาคารจอดรถและร้านอาหารต่างๆ



ประการสำคัญยังได้ร่วมลงทุนโครงการรถไฟฟ้าสายสีชมพู ส่วนต่อขยายเข้ามาในเมืองทองธานี ซึ่งจะพร้อมเปิดบริการลูกค้าในปี 2564 ทั้งนี้ ด้วยจำนวนอาคารที่ตั้งอยู่ในพื้นที่เดียวกันและใกล้เคียงกับศูนย์ฯ มีมากขึ้น ตามการพัฒนาโครงการรองรับการเติบโตของธุรกิจ เพื่อสร้างความเข้าใจและง่ายต่อการจดจำ สะดวกกับลูกค้าผู้มาเยือน ในโอกาสกำลังก้าวสู่ปีที่ 20 ทางอิมแพ็ค จึงได้ปรับเปลี่ยนตัวเลขอาคารต่างๆ ภายในศูนย์ฯ โดยเรียงลำดับอาคารจาก 1-12 ซึ่งได้เริ่มทยอยเปลี่ยนสัญลักษณ์แสดงชื่ออาคารแล้ว โดยเริ่มใช้งานตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2562 ที่ผ่านมา



โดยอาคาร อิมแพ็ค อารีน่า จะยังคงชื่อเดิม ต่อด้วย อิมแพ็ค ชาเลนเจอร์ อาคาร 1 อาคาร 2 อาคาร 3, ฝั่งศูนย์การประชุม อิมแพ็ค ฟอรั่ม อาคาร 9 เปลี่ยนเป็น ศูนย์การประชุม อิมแพ็ค ฟอรั่ม อาคาร 4 ข้ามมาฝั่งศูนย์แสดงสินค้า อาคาร 1-8 เดิม จะเปลี่ยนเป็นศูนย์แสดงสินค้า อาคาร 5-12 (ตามแผนผังที่ตั้ง)

นอกจากนี้ เพื่อสร้างความสะดวกและรวดเร็วในการเข้าถึงสถานที่จัดงาน อิมแพ็ค ได้นำเทคโลยีต่างๆ เข้ามาพัฒนาเพื่อตอบรับกับยุคไทยแลนด์ 4.0 ที่ลูกค้าสามารถค้นข้อมูลได้จากเครื่องมือสื่อสารของตนเอง ทุกที่ทุกเวลา อาทิ การเปิดช่องทางสื่อสารผ่านโซเชียลมีเดีย, การใช้กูเกิ้ล 360 เพื่อให้ลูกค้าสามารถดูห้องจัดงานแบบต่างๆ ที่มีให้เลือกถึง 55 ห้อง, และยังพัฒนาแอปพลิเคชั่น IMPACT Event Calendar ในการติดตามปฏิทินงานของอิมแพ็ค โดยในแอปพลิเคชั่น ยังให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์อื่นๆ เช่น ฟีเจอร์การนำทางไปยังอาคารจัดงาน, บริการรถสาธารณะ, บริการจุดจอดรถ, การรายงานสภาพจราจรรอบเมืองทองธานี รวมถึงสิทธิพิเศษต่างๆ ที่เตรียมให้กับลูกค้ามากมาย



เมืองทอง รถไฟฟ้าสายสีชมพู