พะเยา มีเพียงเราก็เที่ยวได้แบบไทยเท่

9 January 2019






 



หากคุณเป็นคนหนึ่งที่หลงรักในความเงียบสงบความสวยงามของธรรมชาติ และประวัติความเป็นมาในเชิงสถาปัตยกรรมที่สวยงามรวมทั้งกลุ่มชาติพันธุ์ อีกหนึ่งเมืองรองที่อยากให้ทุกคนลองไปสักครั้งคือ จังหวัดพะเยา

พะเยาถูกแต่งตั้งและยกฐานะขึ้นเป็นจังหวัดลำดับที่ 72 ของประเทศไทย ที่สำคัญถือเป็นจังหวัดกลุ่มล้านนาตะวันออก หรือจุดหมายปลายทางในฝันสำหรับผู้ที่รักในการเรียนรู้กลุ่มชาติพันธุ์เพราะพื้นที่จังหวัดดังกล่าวเป็นที่พำนักอาศัยอยู่จำนวนมาก ของชาวเขาเผ่าม้ง ซึ่งในทุกปีจะมีการจัดกิจกรรม อาทิ ประเพณีปีใหม่ม้งเพื่อสืบสานวัฒนธรรมและถ่ายทอดวิถีชนเผ่าให้กับนักท่องเที่ยวสัมผัสได้อย่างใกล้ชิด

อีกหนึ่งมุมมองที่ทำให้เรารู้สึกประทับใจ คือ ความเงียบสงบและงดงามของ “กว๊านพะเยา” ทะเลสาบขนาดใหญ่ลำดับต้นๆ ของประเทศไทยที่เป็นมากกว่าแหล่งนํ้าทั่วไปจากการไหลเทลงมาจากห้วยต่างๆ แต่บึงดังกล่าวเป็นดั่งจุดศูนย์กลางในการรวมหลากหลายเรื่องราว อาทิ แหล่งพันธุ์ปลา การเดินทาง วิถีชีวิต และประเพณีทางศาสนาที่งดงาม อย่างการเวียนเทียนกลางนํ้า



ดอยบุษราคัมอันเป็นที่ตั้งของ “วัดอนาลโยทิพยาราม” ห้ามพลาดเช่นกัน เพราะเป็นศาสนสถานที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความวิจิตรศิลป์ของงานสถาปัตยกรรมและศิลปกรรม อาทิ พระพุทธรูปปางต่างๆ เช่น พระพุทธไสยาสน์ พระพุทธรูปปางลีลา พระพุทธรูปปางนาคปรกซุ้มประตู ทางเดินบันไดพญานาค ถือเป็นห้องเรียนที่สำคัญที่ทำให้เราได้สงบกายและใจไปกับการเรียนรู้ลายเส้น งานปั้นและความงดงามของธรรมชาติโดยมีพุทธศาสนาเป็นจุดเชื่อมโยง

จังหวัดพะเยามีสภาพทางภูมิประเทศที่สวยงาม อุดมสมบูรณ์ไปด้วยป่าไม้นานาพรรณ อาทิ ทั้งป่าดงดิบ ป่าเบญจพรรณ เช่น ไม้สัก ไม้ประดู่ ไม้มะค่า อย่างไรก็ดีแม้จังหวัดดังกล่าวจะอยู่บนที่ราบสูงและภูเขา แต่ในส่วนล่างก็มีที่ราบลุ่มเช่นกัน ทั้งแม่นํ้าโขง และแม่นํ้าเจ้าพระยา ทำให้นักท่องเที่ยวทั้งหลายต่างพากันไปเยี่ยมชมและสัมผัสกับกลิ่นอายความเป็นธรรมชาติในสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น วนอุทยานภูลังกาจุดชมวิวทะเลหมอก ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงปังค่า บ้านปางค่าใต้หรือที่อยู่ของชาวไทยภูเขาอย่าง ชนเผ่าเย้า เป็นต้น

ด้านการปกครอง จังหวัดพะเยาได้ต้อนรับคุณณรงค์ศักดิ์ โอสถธนากร หรือแม่ทัพคนสำคัญในภารกิจช่วย 13 ชีวิตติดถํ้าหลวงด้วยความอบอุ่นเข้ามารับบทบาทสำคัญในตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัด ขณะที่ความเป็นมาจังหวัดแห่งนี้ในประวัติศาสตร์อ้างอิงไว้ว่า ก่อตั้งขึ้นเมื่อพุทธศตวรรษที่ 16 ทำให้มีหลักฐานทางประวัติศาสตร์จนตกผลึก
สู่การท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ อาทิ อนุสาวรีย์พ่อขุนงำเมืองหรือหนึ่งในสามกษัตริย์พระสหาย ร่วมนํ้าสาบานกับพ่อขุนเม็งรายแห่งเมืองเชียงราย และพ่อขุนรามคำแหงแห่งกรุงสุโขทัย เป็นต้น



สำหรับการเดินทางมาท่องเที่ยวจังหวัดพะเยานั้น สะดวกสบายมีทั้งถนนและทางอากาศยาน โดยทางถนนใช้ทางหลวงหมายเลข 32 วิ่งผ่านจังหวัดพระนครศรีอยุธยา อ่างทอง สิงห์บุรี นครสวรรค์ จากนั้นใช้ทางหลวงหมายเลข 1 ผ่านกำแพงเพชร ตาก ลำปาง อีกหนึ่งเส้นทาง เลี้ยวขวาเข้าสู่ทางหลวงหมายเลข 117 จนถึงพิษณุโลก แยกซ้ายเข้าสู่ทางหลวงหมายเลข 12 ไปจนถึงสุโขทัย เลี้ยวขวาไปตามทางหลวงหมายเลข 101 ผ่านอำเภอเด่นชัย จังหวัดแพร่ เลี้ยวซ้ายเข้าสู่ทางหลวงหมายเลข 103 ผ่านอำเภอร้องกวาง เข้าสู่ทางหลวงหมายเลข 1 ผ่าน
อำเภองาว เข้าสู่ตัวเมืองพะเยา ด้านอากาศยานไม่มีสนามบินประจำจังหวัดแต่สามารถเดินทางลงได้ที่ สนามบินนานาชาติแม่ฟ้าหลวง จังหวัดเชียงราย สนามบินนานาชาติเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่แล้วนั่งรถประจำทางเข้าสู่ตัวเมืองพะเยา

พะเยา พร้อมต้อนรับทุกคนด้วยรอยยิ้มและโอบกอดอันอบอุ่น ฉะนั้นการันตีได้เลยว่า ไปพะเยา ไม่มีเหงา มีแต่เรากับเป้ 1 ใบก็ไปได้ สำหรับผู้ที่สนใจข้อมูลท่องเที่ยวจังหวัดพะเยาสามารถติดต่อได้ที่ สำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬา จังหวัดพะเยา โทร. 05-4887210

เพราะชีวิต คือ การเดินทาง

หน้า 22-23 หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่39 ฉบับที่ 3,433 วันที่ 6 - 9 มกราคม พ.ศ. 2562



พะเยา กว๊านพะเยา ล้านนาตะวันออก