ASICS ฉีกแนว! ส่ง "เอสิคซ์ วอล์คกิ้ง ชูส์" บุกตลาดรองเท้าหนังไลฟ์สไตล์

6 December 2018






ASICS แบรนด์รองเท้ากีฬาดังจากญี่ปุ่น ฉีกตลาดจากรองเท้ากีฬาสู่ตลาดรองเท้าหนังผู้ชาย แนวไลฟ์สไตล์ "เอสิคซ์ วอล์คกิ้ง ชูส์" รองรับความต้องการตลาดรองเท้าทั่วโลก ที่คาดว่าปี 2563 จะขยับแตะระดับ 371,800 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ





ผู้สื่อข่าวรายงานว่า "คิฮาชิโร โอนิซึกะ" ผู้เก่อตั้งบริษัทรองเท้ากีฬาแบรนด์โอนิซุกะไทเกอร์ (Onitsuka Co., Ltd.) และในปี 2520 (ค.ศ. 1977) ตอนหลังเปลี่ยนชื่อบริษัทเป็น ASICS พร้อมขยายตลาดสู่สหรัฐอเมริกา และขยายสู่ตลาดรองเท้าลำลอง โดยในปี 2526 (ค.ศ.1983) ช่วงที่เอสิคซ์พัฒนารองเท้ากีฬาในรูปแบบใหม่ที่รองรับเทคโนโลยีมากขึ้น ได้ริเริ่มคิดค้นและออกแบบรองเท้าลำลองรูปแบบใหม่ไปพร้อม ๆ กัน เพื่อรองรับความต้องการและเพิ่มความสบายต่อผู้ใส่ โดยมีความตั้งใจผลิตรองเท้าที่จะช่วยลดแรงกดในการเดิน และทำให้การเดินทุกสเต็ปสบายที่สุด โดยใช้เทคโนโลยีเดียวกับรองเท้ากีฬาที่กำลังพัฒนาอยู่ จนล่าสุด ได้พัฒนาออกมาเป็นรองเท้าซีรี่ย์ วอล์คกิ้ง ชูส์ ภายใต้คอนเซ็ปต์ "PEDALA"

"Good shoes take you to good places"
รองเท้าที่ดีจะพาคุณไปในที่ที่ดีที่สุด เป็นประโยคที่จะอธิบายความสำคัญของรองเท้าได้อย่างดี ซึ่ง 'เอสิคซ์' (ASICS) เป็นแบรนด์ที่ให้ความสำคัญและพิถีพิถันในการออกแบบทรงรองเท้าให้เข้ากับรูปเท้าของทุกคนมาโดยตลอด เพื่อที่จะผลิตรองเท้าที่ดีที่สุดสำหรับทุกคน

ครั้งนี้ถือเป็นครั้งแรกที่เอสิคซ์ฉีกภาพรองเท้ากีฬา สู่การผลิตรองเท้าลำลองออกมา โดย เอสิคซ์ ประเทศไทย เผยโฉมกับรองเท้าแบรนด์เอสิคซ์ ในรูปแบบใหม่ "เอสิคซ์ วอล์คกิ้ง ชูส์" (ASICS Walking Shoes) รองเท้าคอลเล็กชันไลฟ์สไตล์สำหรับคุณผู้ชายรูปแบบใหม่ ผลิตจากหนัง ที่เอสิคซ์รังสรรค์มาเพื่อให้เหมาะกับทุกคน และทุกสถานการณ์มากยิ่งขึ้น เพื่อให้คุณผู้ชายทุกท่านสามารถใส่ได้ในทุกโอกาสทั้งวันทำงาน หรือ วันสบาย ๆ โดยผู้ผลิตเชื่อว่า เอสิคซ์ วอล์คกิ้ง ชูส์ จะสามารถรองรับการใช้งานในหลากหลายรูปแบบ โดยรองเท้ารุ่นนี้มีวางจำน่ายที่ร้าน Takashimaya ชั้น 3 ห้างสรรพสินค้าไอคอนสยาม




และจากการรายงานของ Rubber Journal Asia (RJA) ได้สรุปตัวเลขมูลค่าของตลาดรองเท้าทั่วโลก ในปี 2563 คาดว่าจะแตะระดับ 371,800 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ โดยเติบโต (CAGR) 5.5% ในช่วงระหว่างปี 2558-2563 ภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก จัดเป็นผู้ส่งออกรองเท้าหนังที่สำคัญไปยังประเทศสหรัฐอเมริกาและสหราชอาณาจักร และจัดเป็นภูมิภาคที่สร้างรายได้สูงสุดถึง 116,900 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ในปี 2557 คาดว่าจะเติบโต (CAGR) 4.7% ในช่วงเวลาที่คาดการณ์ การเพิ่มขึ้นของการจับจ่ายใช้สอยทั่วโลกและการปรับเปลี่ยนรูปแบบการดำเนินชีวิตถือเป็นปัจจัยหนุนสำคัญให้ตลาดรองเท้าทั่วโลกเติบโต

ที่ผ่านมา กลุ่มรองเท้าอื่น ๆ ที่ไม่ใช่รองเท้ากีฬา ครองส่วนแบ่งตลาดมากกว่ากลุ่มรองเท้ากีฬา แต่หลังจากที่คนทั่วไปให้ความสำคัญกับการออกกำลังกายมากขึ้น เป็นปัจจัยสำคัญที่ผลักดันให้ตลาดรองเท้ากีฬาเติบโตขึ้น

นอกจากนี้ ตลาดมีความต้องการรองเท้าอื่น ๆ จำนวนมาก เช่น รองเท้าลำลอง รองเท้าบูท รองเท้าผ้าใบ รองเท้าแบบสวม รองเท้าแตะ และรองเท้ารูปแบบทางการ วัตถุดิบที่ใช้ในการผลิตของรองเท้าได้แก่ หนังกลับ (suede leather) หนังฟอก (tanned leather) ยาง ขนสัตว์ และผ้าทอ รองเท้าหนังมีส่วนแบ่งตลาดมากกว่ารองเท้าที่ผลิตจากวัสดุอื่น ๆ เช่น ยาง ผ้าทอ สหราชอาณาจักรและสหรัฐอเมริกาคือประเทศผู้นำเข้ารองเท้าหนังรายใหญ่

การวิเคราะห์ตลาดรองเท้าตามรายงานชี้ให้เห็นว่า ในปี 2557 กลุ่มรองเท้าสำหรับผู้หญิงครองตลาดมากที่สุด คิดเป็นสัดส่วน 50.5% และจะยังคงรักษาตำแหน่งผู้นำตลอดช่วงเวลาที่คาดการณ์ ส่วนรองเท้าสำหรับเด็กเป็นกลุ่มที่เติบโตเร็วที่สุด เนื่องจากมีความต้องการจำนวนมากสำหรับรองเท้ารูปแบบทันสมัย อินเทรนด์ และรองเท้าแฟนซีสำหรับเด็ก

อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันรองเท้าเอสิกส์ วางจำหน่ายและได้รับความนิยมทั่วโลก



รองเท้าผ้าใบ รองเท้าลำลอง รองเท้าบูท เอสิกส์ Onitsuka ASICS คิฮาชิโร โอนิซึกะ