เปิดหุ้นเด็ดทำเงิน ปี 62! 5 อรหันต์ ชี้ช่องทำกำไร ฟันธงตลาดกระทิงวิ่งต่อ

2 December 2018








5 อรหันต์ ชี้! ตลาดหุ้นไทยแข็งแกร่ง แต่ยังไม่วิ่ง เหตุรอความชัดเจนการเมือง ความต่อเนื่องการขับเคลื่อนนโยบาย แนะหุ้นเด็ด WHA-PTTEP-ROBINS-CPALL มั่นใจปีหน้าตลาดกระทิงวิ่งต่อ

ท่ามกลางภาวะตลาดหุ้นที่ยังมีทิศทางไม่แน่นอน ดัชนีตลาดหลักทรัพย์ฯ อยู่ที่ระดับ 1600-1640 จุด โดยแนวโน้มเศรษฐกิจโลกในปีหน้า มีการทำนายว่าจะเติบโตในอัตราที่ชะลอลง ขณะที่ ประเทศไทยยังมีพื้นฐานเศรษฐกิจที่แข็งแกร่งและจะมีการเลือกตั้งทั่วไปเกิดขึ้น ... "ฐานเศรษฐกิจ" จัดสัมมนา "5 อรหันต์หุ้น หุ้น 5 อรหันต์ ลงทุนให้รวย" เพื่อคาดการณ์ทิศทางตลาดหุ้นไทยก่อนการเลือกตั้งและแนะนำหุ้นเด็ดสำหรับนักลงทุน




งานสัมมนา "5 อรหันต์หุ้น หุ้น 5 อรหันต์ ลงทุนให้รวย" (ชมคลิป)

 

ปริญญ์ พานิชภักดิ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์ ซีแอลเอสเอ (ประเทศไทย) จำกัด



นายปริญญ์ พานิชภักดิ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์ ซีแอลเอสเอ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า สาเหตุที่ปีนี้นักลงทุนต่างชาติยังขายหุ้นในภูมิภาคนี้ไม่หยุด เพราะผู้นำสหรัฐฯ พูดชัดเจนว่า เขาจะดึงเอาเงินกลับประเทศ ทั้งการปรับโครงสร้างภาษี การลดภาษีนิติบุคคล และการขึ้นดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ ทำให้เงินไหลกลับเข้าสู่สหรัฐฯ

แต่ขณะนี้ ก็มีเม็ดเงินลงทุนจากจีนเข้ามาลงทุนในไทยอย่าง กลุ่มซิ มิติ ของทุนจีน ที่เข้ามารอบนี้ไม่ใช่แค่การท่องเที่ยว แต่รอบนี้เข้ามาลงทุนจริง เพราะเขามองว่าเป็นยุทธศาสตร์ของประเทศเขา จึงต้องเรียนรู้การทำงานกับจีนให้เป็น เชื่อว่าอีก 5 ปีข้างหน้า เม็ดเงินลงทุนจะเข้ามามากขึ้น ที่สำคัญ ขณะนี้ต่างชาติหมดความกังวลในเรื่องการเลือกตั้ง และให้ความสำคัญว่าการดำเนินนโยบายต่าง ๆ จะต่อเนื่องหรือไม่ ทั้งโครงการขนาดใหญ่ต่าง ๆ รวมถึงการพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก หรือ อีอีซี ถ้ารัฐบาลได้เสียงน้อยก็จะบริหารงานยาก การขับเคลื่อนโครงการต่าง ๆ อาจจะสะดุด

ส่วนหุ้นแนะนำเป็นหุ้นกลุ่มนิคมอุตสาหกรรมที่ได้อานิสงส์จากอีอีซี บางตัวราคายังถูกอยู่และมีโอกาสเติบโต หุ้น WHA กำลังขยายไปในเวียดนาม ส่วนหุ้นในกลุ่มน้ำมันรับข่าวร้ายไปมาก ราคาหุ้นตกลงมาก มีโอกาสเด้งกลับ เช่น PTTEP

 

อิสระ อรดีดลเชษฐ์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ กลุ่มงานวิเคราะห์หลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) กรุงศรี จำกัด (มหาชน)



แนะ ROBINS-CPALL
นายอิสระ อรดีดลเชษฐ์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ กลุ่มงานวิเคราะห์หลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) กรุงศรี จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยไม่ได้แย่กว่าตลาดอื่น ตลาดไทยค่อนข้างแข็งแรง และสะท้อนว่า เศรษฐกิจไทยแข็งแรง แต่ที่กังวลมี 3 เรื่อง คือ เรื่องสงครามการค้า การขึ้นดอกเบี้ยสหรัฐฯ และเงินทุนเคลื่อนย้าย เงินไหลเข้าสู่สหรัฐฯ และประเทศพัฒนาอื่น ๆ ซึ่งในเรื่องของการขึ้นดอกเบี้ยของเฟด เชื่อว่ารับมือได้ ความกังวลจะเริ่มคลี่คลายไปเอง ส่วนเรื่องสงครามการค้า เชื่อว่าสหรัฐฯ จะไม่ดำเนินการไปสุดซอย เพราะประชาชนสหรัฐฯ จะได้รับผลกระทบ เชื่อว่าการเจรจาปลายสัปดาห์จะมีกรอบข้อตกลงว่าจะไปทางไหน น่าจะเห็นความชัดเจนขึ้น ขณะที่ การเลือกตั้ง นักลงทุนสถาบันให้ความสำคัญการเมืองน้อยมาก ส่วนหุ้นแนะนำ ได้แก่ ROBINS กับ CPALL เพราะราคาลดลงมามาก

 

กระทรวง จารุศิระ ผู้ก่อตั้ง Super Trader Holding



นายกระทรวง จารุศิระ ผู้ก่อตั้ง Super Trader Holding กล่าวว่า ถ้ามีการเลือกตั้ง ไม่ได้เซอร์ไพรส์แล้ว ไม่ได้เซอร์ไพรส์ทางบวก แต่ถ้าเลื่อนการเลือกตั้งก็เป็นเซอร์ไพรส์ทางลบ แนะนำหุ้นลงทุนระยะยาว ให้ลงในหุ้นที่ให้ปันผลไม่ต่ำกว่า 5-6% สม่ำเสมอ ธุรกิจยังไปได้ดีอย่าง GLOW, INTUCH, KKP, PSH ส่วนหุ้นกลางถึงไตรมาส 2 ปีหน้า แนะนำหุ้นที่มีกำไรเติบโต หุ้นยังเป็นแนวโน้มขึ้น เช่น IVL, GULF, EA, KTC และ OSP สำหรับหุ้นเล่นระยะสั้น เน้นหุ้นที่ราคาลดลงมากเกินไปในเดือนที่แล้ว และมีโอกาสจะรีบาวด์ ผลประกอบการมีกำไร กำไรที่ลดลงต้องไม่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ และมีสัญญาณว่าจะฟื้น ได้แก่ RS, WORK, BEAUTY, ORI, AAV

 

ธำรงชัย เอกอมรวงศ์ หรือ เสี่ยหยง นักลงทุนหุ้นคุณค่า



ท่องเที่ยว-โลจิสติกส์สดใส
นายธำรงชัย เอกอมรวงศ์ หรือ เสี่ยหยง นักลงทุนหุ้นคุณค่า กล่าวว่า ในภาวะที่สภาพคล่องของตลาดลดลง ราคาของสินทรัพย์จะลดลง คนที่ขาดสภาพคล่องจะยอมขายของออกมาในราคาถูกกว่าที่ควรจะเป็น ดังนั้น นักลงทุนต้องบริหารสภาพคล่องในมือให้มีสูงสุด พร้อมแนะนำว่า หลักการลงทุนจะเลือกลงทุนหุ้นที่มีปัจจัยพื้นฐานดี เริ่มลงทุนจำนวนน้อย ๆ พยายามรักษาสภาพคล่องในมือสูงสุด และคอยติดตามและศึกษาข้อมูลในหุ้นนั้น ๆ ให้มากขึ้น เมื่อหุ้นมีผลประกอบการออกมาดี ราคาหุ้นเพิ่มขึ้นจึงค่อยซื้อเฉลี่ยตอนที่หุ้นขึ้น แต่หากราคาหุ้นลดลงก็ต้องกำหนดระดับหยุดขาดทุน ต้องรู้จัก Cut Loss ขายหุ้นออกเพื่อดึงสภาพคล่องกลับมาในมือเมื่อมีโอกาส หรือ เมื่อเกิดวิกฤติจะได้มีเงินซื้อของราคาถูก

สำหรับหุ้นที่น่าสนใจจะเป็นหุ้นขนาดกลางและขนาดเล็ก เพราะมีฐานที่เล็กกว่าบริษัทใหญ่ ๆ จึงมีโอกาสเติบโตได้มากกว่าหุ้นใหญ่ ๆ หุ้นในกลุ่มที่ตนสนใจเป็นกลุ่มธุรกิจท่องเที่ยวและโลจิสติกส์ที่เกี่ยวกับการท่องเที่ยว เพราะมองว่า ประเทศไทยติดอยู่ในอันดับ 2 ของประเทศที่คนอยากมาเที่ยวมากสุด รองจากฮ่องกง เชื่อว่าในอีก 15-20 ปี การท่องเที่ยวจะเติบโตอย่างมาก การท่องเที่ยวจะเป็นส่วนหนึ่งของไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ นอกจากนี้ ก็มีกลุ่มที่เกี่ยวกับสุขภาพ เช่น ยา อาหารเสริมต่าง ๆ

 

ศุภกร ตุลยธัญ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ กลุ่มจัดสรรสินทรัพย์และกองทุนต่างประเทศ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนรวม (บลจ.) ไทยพาณิชย์ จำกัด



ไทยพาณิชย์เชียร์กลุ่มแบงก์
นายศุภกร ตุลยธัญ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ กลุ่มจัดสรรสินทรัพย์และกองทุนต่างประเทศ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนรวม (บลจ.) ไทยพาณิชย์ จำกัด กล่าวว่า หุ้นที่ทางนักลงทุนสถาบันให้ความสนใจจะเป็นหุ้นในกลุ่มธนาคารพาณิชย์ หุ้นกลุ่มพาณิชย์ และหุ้นที่เกี่ยวกับโครงการลงทุนภาครัฐ




นายไพบูลย์ นลินทรางกูร ประธานกรรมการ สภาธุรกิจตลาดทุนไทย (FETCO) กล่าวปาฐกถาพิเศษ หัวข้อ "โฉมหน้าเศรษฐกิจและตลาดหุ้นไทย 2019" ในงานสัมมนา "5 อรหันต์หุ้น หุ้น 5 อรหันต์ ลงทุนให้รวย" ว่า ปี 2561 ถือเป็นปีที่เศรษฐกิจโลกดีมาก ๆ โดยเติบโตมากถึง 3.8-3.9% ทั้งในสหรัฐฯ ที่เติบโตร้อนแรง บางไตรมาสเติบโตสูงกว่าไทยที่กว่า 4% เช่นกัน ส่วนจีนเติบโตที่ 6% และไทยเติบโตได้เกิน 4% เป็นครั้งแรกในรอบหลายปี สะท้อนได้ว่า เศรษฐกิจโลกยังแข็งแกร่ง

ขณะที่ ในปีนี้เป็นปีที่การลงทุนติดลบทั้งหมด ไม่มีสินทรัพย์ที่เป็นบวกเลย ซึ่งบางปียังมีทั้งกำไรและขาดทุน แต่ในปีนี้ขาดทุนทุกอย่าง โดยเฉพาะตลาดหุ้นทุกตลาด ทั้งตลาดที่พัฒนาแล้วและกำลังพัฒนา ซึ่งมีทั้งหมด 45 แห่ง ตลาดหุ้นที่ปรับขึ้นได้มีจำนวน 4-5 แห่ง ทรงตัว 2-3 แห่ง และที่เหลือติดลบทั้งหมด ส่วนตลาดหุ้นไทยปรับลดลงน้อยกว่าประเทศอื่น ๆ ในตลาดเกิดใหม่ ที่ติดลบประมาณ 15% แต่ตลาดหุ้นไทยลดลงแค่ 6-7%

 

ไพบูลย์ นลินทรางกูร ประธานกรรมการ สภาธุรกิจตลาดทุนไทย (FETCO)



ภาวะตลาดหุ้นไทย ปี 2562 คาดจะฟื้นตัวได้ ถึงแม้จะปรับขึ้นต่อเนื่องมาแล้ว 10 ปี แต่ยังไม่จบ เพราะสภาพคล่องของโลกขณะนี้ยังอยู่ในระดับสูง ทำให้โอกาสที่เงินทุนจะไหลกลับเข้าตลาดหุ้นมีน้อย แต่ถ้าสภาพคล่องเริ่มทยอยลดลงจนอยู่ในระดับปกติ และภาพรวมต่าง ๆ ดูดีขึ้น จะทำให้เงินทุนไหลกลับเข้าตลาดหุ้นได้

อย่างไรก็ตาม มองว่า Upside จะไม่เหมือนในอดีต ที่สูงถึง 30-40% เนื่องจากปัจจุบัน ดัชนีหุ้นไทยอยู่ในระดับสูง ซึ่งจะเกินกว่าเศรษฐกิจเล็กน้อย หากเศรษฐกิจโตได้ ตลาดหุ้นก็จะโตตาม โดยจะยังไม่ถึงสูงสุดในปีหน้า ต้องพิจารณาปัจจัยต่าง ๆ อีกครั้ง ขณะเดียวกัน ในอีก 1 ปีข้างหน้า โอกาสที่ตลาดหุ้นในภาวะกระทิงจะจบนั้นยังเร็วเกินไป


……………….
หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 38 ฉบับที่ 3,423 วันที่ 2-5 ธ.ค. 2561 หน้า 01-02

ข่าวที่เกี่ยวข้อง :
บล.กสิกรไทย มองดัชนีหุ้นไทยสัปดาห์หน้า (3-7 ธ.ค.) มีแนวรับที่ 1,630 และแนวต้านที่ 1,650 จุด
มารยาตลาดหุ้น : ฟินันเซีย ไซรัส บริษัทเด็กเลี้ยงแกะ ปล่อยประชาชนเจ๊ง หุ้น IPO โรงเรียนจริงหรือ


เพิ่มเพื่อน


หุ้น การเมือง ฐานเศรษฐกิจ WHA CPALL ตลาดหุ้นไทย ตลาดหุ้น PTTEP ROBINS ฐานสัมมนา Thansettakij หุ้นเด็ดทำเงิน ตลาดกระทิง