ลงโทษแพ่ง“ศุภนันท์ ฤทธิไพโรจน์ ” ห้ามเป็นกรรมการ/ผู้บริหาร10 ปี

30 November 2018






ก.ล.ต. ใช้มาตรการลงโทษทางแพ่งกับ “ศุภนันท์” อดีตกรรมการและผู้บริหาร IFEC กรณีไม่ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความรับผิดชอบ สั่งปรับ 860,042 บาท ห้ามเป็นกรรมการหรือผู้บริหาร 10 ปี

รายงานข่าวจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เปิดเผยว่า ก.ล.ต. ได้ดำเนินคดีด้วยมาตรการลงโทษทางแพ่งกับนายศุภนันท์ ฤทธิไพโรจน์ อดีตกรรมการและผู้บริหารของบริษัท อินเตอร์ ฟาร์อีสท์ เอ็นเนอร์ยี่ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) (IFEC) กรณีไม่ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความรับผิดชอบความระมัดระวัง และความซื่อสัตย์สุจริต จนเป็นเหตุให้บริษัทได้รับความเสียหาย โดยกำหนดให้ชำระเงินค่าปรับทางแพ่ง จำนวน 750,000 บาท กำหนดระยะเวลาห้ามเป็นกรรมการหรือผู้บริหารในบริษัทที่ออกหลักทรัพย์หรือบริษัทหลักทรัพย์เป็นเวลา 10 ปี และให้ชดใช้ค่าใช้จ่ายเนื่องจากการตรวจสอบการกระทำความผิดแก่ ก.ล.ต. จำนวน 110,042 บาท รวมเป็นเงิน 860,042 บาท

อย่างไรก็ตาม การกำหนดระยะเวลาห้ามเป็นกรรมการหรือผู้บริหารในบริษัทที่ออกหลักทรัพย์และบริษัทหลักทรัพย์ในกรณีนี้หากนายศุภนันท์ยินยอมปฏิบัติตามมาตรการลงโทษทางแพ่ง จะมีผลนับตั้งแต่วันที่ลงนามในบันทึกการยินยอม ซึ่งจะนับระยะเวลาซ้อนกับกรณีที่ ก.ล.ต. เคยสั่งห้ามนายศุภนันท์เป็นกรรมการและผู้บริหารของบริษัทที่ออกหลักทรัพย์กรณีอาศัยข้อมูลภายในขายหุ้น IFEC เป็นเวลา 2 ปี นับตั้งแต่วันที่ 5 กันยายน 2561

ส่วนกรณีที่นายศุภนันท์ไม่ยินยอมปฏิบัติตามมาตรการลงโทษทางแพ่งที่คณะกรรมการพิจารณามาตรการลงโทษทางแพ่ง (ค.ม.พ.) กำหนด ก.ล.ต. จะมีหนังสือขอให้พนักงานอัยการดำเนินการฟ้องเป็นคดีต่อศาลแพ่งเพื่อให้ได้รับโทษในอัตราสูงสุดตามที่กฎหมายกำหนด ประกอบด้วย การขอให้ชำระเงินค่าปรับทางแพ่ง การห้ามซื้อขายหลักทรัพย์หรือเข้าผูกพันตามสัญญาซื้อขายล่วงหน้า การกำหนดระยะเวลาห้ามเป็นกรรมการหรือผู้บริหารในบริษัทที่ออกหลักทรัพย์หรือบริษัทหลักทรัพย์ และการให้ชดใช้ค่าใช้จ่ายเนื่องจากการตรวจสอบการกระทำความผิดแก่ ก.ล.ต. ด้วย

ทั้งนี้ สืบเนื่องจาก ก.ล.ต. ได้รับเรื่องร้องเรียนจากผู้ถือหุ้นของ IFEC จึงตรวจสอบเพิ่มเติมพบว่า ในช่วงเดือนพฤษภาคม - กันยายน 2561 นายศุภนันท์ ขณะกระทำผิดเป็นกรรมการและผู้บริหารของ IFEC มีพฤติกรรมขัดขวางไม่ให้จัดประชุมคณะกรรมการและผู้ถือหุ้นเพื่อเลือกตั้งกรรมการแทนตำแหน่งที่ว่างตามมาตรา 83 แห่งพระราชบัญญัติบริษัทมหาชนจำกัด พ.ศ. 2535 ทำให้ IFEC ไม่สามารถกลับมาบริหารกิจการได้ตามปกติ

นอกจากนี้ การกระทำของนายศุภนันท์ ทำให้ไม่สามารถแก้ไขปัญหาที่ IFEC กำลังประสบอยู่ เช่น ปัญหาหนี้สิน ปัญหาการส่งงบการเงิน ปัญหาการถูกเพิกถอนจากการเป็นหลักทรัพย์จดทะเบียน และปัญหาการแต่งตั้งผู้สอบบัญชี ได้ทันกับสถานการณ์ที่มีความเร่งด่วน จึงเป็นการไม่ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความรับผิดชอบ ความระมัดระวัง และความซื่อสัตย์สุจริต จนเป็นเหตุให้บริษัทได้รับความเสียหาย เข้าข่ายเป็นความผิดตามมาตรา 89/7 และมีบทกำหนดโทษตามมาตรา 281/2 วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 ซี่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ฉบับที่ 5) พ.ศ. 2559


ก.ล.ต. IFEC