จับตาหุ้นไทย หากไม่ทะลุ 1,780 จุด มีโอกาสลงยาว 2-3 ปี

8 November 2018






บล.ทิสโก้แนะจับตาเดือนมี.ค. 62  ดัชนีหุ้นไทยจะยืนเหนือ 1,780 จุดได้หรือไม่ ชี้หากไม่ทะลุในทางเทคนิคหุ้นไทยมีโอกาสเข้าสู่ขาลงต่อเนื่องไปอีก 2-3 ปี

นายวิวัฒน์ เตชะพูลผล รองกรรมการผู้จัดการและหัวหน้าฝ่ายวิเคราะห์ทางเทคนิค บริษัทหลักทรัพย์ ทิสโก้เปิดเผยว่า หากวิเคราะห์ในเชิงเทคนิค ประเมินว่า ดัชนีหุ้นไทยช่วงเดือนพฤศจิกายนถึงธันวาคม2561 จะอยู่ในทิศทางขาขึ้น โดยคาดว่า ดัชนีจะปรับขึ้นไปทดสอบที่บริเวณ 1,730 - 1,750 จุด จากเม็ดเงินในกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ(RMF) กองทุนรวมหุ้นระยะยาว (LTF) ที่จะไหลเข้ามาเพิ่มอีกประมาณ 3 หมื่นล้านบาท ประกอบกับมีความชัดเจนเรื่องวันเลือกตั้ง การเร่งรัดประมูลโครงการโครงสร้างพื้นฐานของภาครัฐบาล และยังเป็นช่วงที่บริษัทจดทะเบียนไทยทยอยประกาศผลประกอบการไตรมาสที่ 3/2561 ส่วนแนวรับคาดว่าจะไม่หลุดกรอบที่ 1,630 จุด



อย่างไรก็ตามช่วงเดือนตุลาคมที่ผ่านมา ตลาดหุ้นไทยปรับตัวลงแรงมากจึงประเมินว่า ในเดือนพฤศจิกายนนี้ น่าจะเป็นจังหวะของการฟื้นตัวขึ้น ดังนั้น จึงเป็นจังหวะที่ดีในการเข้าช้อนซื้อหุ้นไทยที่มีพื้นฐานดี ราคาถูก รวมถึงเป็นหุ้นที่ได้รับประโยชน์จากการลงทุนของภาครัฐบาล โดยหุ้นเด่นประจำเดือนพฤศจิกายน คือ BBL, MTC, NYT, ROJNA, SEAFCO, STEC, TPCH, และ TPIPP ซึ่งบล.ทิสโก้คาดหวังอัตราผลตอบแทนเฉลี่ยต่อหุ้นไว้ที่ประมาณ 8.0%

สำหรับภาพการลงทุนระยะกลางถึงระยะยาวนั้น ยังไม่สามารถระบุได้ว่าการปรับตัวลดลงของดัชนีหุ้นไทยในช่วงที่ผ่านมาเป็นเพียงการปรับฐานเพื่อขึ้นต่อ หรือเป็นการส่งสัญญาณว่าหุ้นไทยเข้าสู่ขาลงครั้งใหญ่ ซึ่งหากเป็นเหตุผลหลังนั้น ประเมินว่าอาจจะกินเวลาต่อเนื่องตลอด 2-3 ปีนับจากนี้

“ต้องจับตาดูในเดือนมี.ค. 2562 ซึ่งเป็นช่วงที่ไทยมีข่าวดีพร้อมกันคือ  มีการเลือกตั้ง และเป็นจังหวะที่บริษัทต่างๆ ทยอยจ่ายปันผลว่า ดัชนีหุ้นไทยจะสามารถยืนเหนือ 1,780 จุดได้หรือไม่ โดยในทางเทคนิค หากดัชนีไปยืนเหนือระดับดังกล่าวได้ หุ้นไทยจะไปต่อที่ 1,850 - 1,900 จุด กรณีที่ยืนไม่ได้หรือไม่ทะลุ 1,780 จุด หุ้นไทยจะเข้าสู่ขาลงครั้งใหญ่ และจะเป็นขาลงต่อเนื่องยาวนานไปอีก 2-3 ปี โดยมีแนวรับแรกที่ 1,600 จุด และในช่วงครึ่งปีหลังของปี 2562 จะมีโอกาสหลุดแนวรับดังกล่าวไปทำแนวรับใหม่ที่ 1,400 จุด เพราะข่าวดีเรื่องการกระตุ้นเศรษฐกิจในประเทศ การอนุมัติโครงการต่างๆ ได้ดำเนินการไปในช่วงก่อนการเลือกตั้งแล้ว” นายวิวัฒน์กล่าว

นอกจากนี้ในปี 2562 ยังมีปัจจัยกดดันหุ้นไทยประเด็นเรื่องเม็ดเงินจาก LTF อาจจะไหลเข้าซื้อหุ้นไทยเป็นปีสุดท้าย แม้นักลงทุนบางส่วนยังไม่สามารถขายหุ้นออกมาได้เพราะติดเงื่อนไขต้องถือกองทุนรวม LTF ให้ครบ 5 ปีปฏิทินและ 7 ปีปฏิทิน แต่สำหรับนักลงทุนที่ถือกองทุนรวม LTF ครบ 5 ปีปฏิทินแล้วจะมีความตั้งใจขายหุ้นมากขึ้น ดังนั้นปี 2562 อาจได้เห็นแรงขายจากนักลงทุนสถาบันในประเทศ จากเคยซื้อหุ้นไทยต่อเนื่องมาตลอด 5 ปี


SET บล.ทิสโก้ Tissco วิวัฒน์ เตชะพูลผล