สรรพสามิตยัน! เก็บ "ภาษีความเค็ม" ไม่ใช่ถังแตก

8 November 2018






อธิบดีสรรพสามิตแจงเก็บ "ภาษีความเค็ม" เหตุรัฐบาลห่วงสุขภาพ ไม่ไช่ถังแตกหวังรีดภาษี ลั่น! อยู่ในขั้นตอนศึกษา

นายพชร อนันตศิลป์ อธิบดีกรมสรรพสามิต เปิดเผยว่า แนวคิดเรื่องการจัดเก็บภาษีสรรพสามิตสินค้าที่มีความเค็มและสินค้าที่ใช้ไขมันทรานส์ เพราะต้องการดูแลสุขภาพของคนในประเทศและเป็นไปตามนโยบายรัฐบาลที่ช่วยส่งเสริมนวัตกรรมกลุ่มอุตสาหกรรมใหม่ (New S-Curve) ที่มุ่งเน้นเรื่องสุขภาพอนามัย ซึ่งจะช่วยลดภาระงบประมาณค่ารักษาพยาบาลในระยะยาว และยืนยันว่า ไม่ได้เป็นเพราะรัฐบาลถังแตกต้องการหารายได้เพิ่มแต่อย่างใด ซึ่งปัจจุบันอยู่ระหว่างการศึกษา ไม่ได้มีผลบังคับในเร็ว ๆ นี้




"ภาษีสินค้าที่มีความเค็มและใช้ไขมันที่ไม่ดีเป็นเรื่องนโยบายที่จะช่วยดูแลเรื่องสุขภาพของคนในชาติ กินเค็มมากไปก็เป็นโรคไต ส่วนไขมันทรานส์ แม้จะห้ามนำเข้า แต่ระหว่างกระบวนการผลิตก็อาจเกิดขึ้นได้ ซึ่งจะต้องไม่ให้มีอยู่ในอาหาร กรมสรรพสามิตต้องการเปลี่ยนบทบาทที่ถูกมองว่าเป็นกรมที่จัดเก็บภาษีบาป ซึ่งหมายความว่า ยิ่งเก็บภาษีได้มาก ผลเสียกับประชาชนก็มาก มาเป็นกรมจัดเก็บภาษีที่จะช่วยพัฒนาคุณภาพชีวิตของคนไทย" นายพชร กล่าว




อย่างไรก็ตาม การเก็บภาษีของเค็มและไขมันทรานส์จะไม่กระทบกับผู้บริโภค เพราะเป็นการเก็บภาษีต้นทางจากผู้ประกอบการ เช่นเดียวกันกับการเก็บภาษีสินค้าที่มีความหวาน โดยในกรณีนี้จะจัดเก็บกับสินค้าที่มีการบรรจุหีบห่อและระบุปริมาณโซเดียมที่ชัดเจน ซอสปรุงรส บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป และขนมขบเคี้ยวต่าง ๆ แต่ไม่รวมอาหารสำเร็จรูปแช่แข็ง เพราะจะไม่เป็นธรรมกับผู้ประกอบการ ซึ่งโดยหลักการแล้ว สินค้าที่สามารถลดความเค็ม หรือ ไม่มีไขมันทรานส์ ควรจะมีราคาขายที่ต่ำกว่า แต่ปัจจุบัน กลับเป็นว่าของยิ่งเค็มมาก กลับขายถูกกว่า ซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่เหมาะสม




ส่วนแนวคิดการอนุญาตนำเข้าบุหรี่ไฟฟ้าถูกกฎหมายนั้น นายพชร กล่าวว่า กรมสรรพสามิตยืนยันว่า พร้อมเก็บภาษี เพราะมีอัตราภาษีอยู่ในพิกัดตาม พ.ร.บ.ภาษีสรรพสามิตฉบับใหม่ แต่การจะอนุญาตนำเข้าบุหรี่ไฟฟ้าหรือไม่นั้น ต้องขึ้นอยู่กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง คือ กระทรวงสาธารณสุขและกระทรวงพาณิชย์ ที่น่าจะมีข้อมูลที่ชัดเจนถึงความจำเป็นมากกว่าการจัดเก็บภาษี เพราะกระทรวงสาธารณสุขเห็นว่า บุหรี่ไฟฟ้าเป็นสินค้าที่มีความเสี่ยงต่อการทำลายสุขภาพ โดยที่ผ่านมา 3 เดือน กรมดำเนินการจับกุมบุหรี่ไฟฟ้าที่ขายผ่านทางออนไลน์ มีการฟ้องร้องไปแล้วกว่า 80 คดี คิดเป็นค่าปรับประมาณ 5 ล้านบาท




"ขณะนี้กระทรวงพาณิชย์รับทราบปัญหาแล้ว และมีการแต่งตั้งคณะทำงานร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อมาพิจารณาในเรื่องนี้ คงต้องดูว่า คณะทำงานจะพิจารณาอย่างไร แต่ในชั้นนี้บุหรี่ไฟฟ้ายังถือว่าเป็นสินค้าที่ห้ามนำเข้า จึงไม่สามารถจัดเก็บภาษีได้ ทางกรมฯ เป็นส่วนของปลายน้ำ ถ้าทางต้นนำเห็นว่าสามารถนำเข้าได้ เราถึงค่อยเก็บภาษี เรามีพิกัดภาษีรองรับไว้แล้ว"

อย่างไรก็ตาม กรมสรรพสามิตอยู่ระหว่างพิจารณาแพ็คเกจภาษีสรรพสามิตทั้งหมด ซึ่งนอกจากภาษีสินค้าที่มีความเค็มและไขมันแล้ว ยังมีภาษีสรรพสามิตรถจักรยานยนต์ที่จัดเก็บตามปริมาณการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ โดยคาดว่าจะเสนอให้กระทรวงการคลังพิจารณาได้ภายไตรมาส 1 ปีงบประมาณ 2562 หรือ ภายในสิ้นปี 2561 นี้



สรรพสามิต กรมสรรพสามิต ฐานเศรษฐกิจ ไขมันทรานส์ การเงิน บุหรี่ไฟฟ้า พชร อนันตศิลป์ ถังแตก Thansettakij ภาษีความเค็ม