เดโมแครตหวนครองสภาล่าง ย้ำบทบาทตรวจสอบและถ่วงดุลอำนาจรัฐบาลทรัมป์

8 November 2018






 

แค่เริ่มต้นก็ส่อแววว่ารัฐบาลสหรัฐฯภายใต้การบริหารงานของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ จากพรรครีพับลิกัน จะทำงานยากขึ้นแล้ว เมื่อนางแนนซี เพโลซี จากพรรคเดโมแครตได้กลับมาเป็นประธานรัฐสภา ซึ่งเป็นตำแหน่งที่มีความสำคัญเป็นอันดับ 3 ในแวดวงการเมืองสหรัฐฯรองจากตำแหน่งประธานาธิบดีและรองประธานาธิบดี หลังจากที่พรรคเดโมแครตประสบชัยชนะในการเลือกตั้งกลางเทอมเมื่อวันที่ 6 พ.ย.ที่ผ่านมา และกลับมาครองเสียงข้างมากในสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) หรือสภาล่างของสหรัฐฯโดยสามารถคว้าเก้าอี้ ส.ส.ไปได้ 222 ที่นั่ง หรือเพิ่มขึ้น 29 ที่นั่ง ทำให้มีจำนวนส.ส.เกินกึ่งหนึ่งของสภา (435 ที่นั่ง)

แนนซี เปโลซี



"เราจะรื้อฟื้นหน้าที่ตามรัฐธรรมนูญในการตรวจสอบและถ่วงดุลอำนาจของรัฐบาลชุดนี้"เพโลซี ซึ่งเป็นส.ส.พรรคเดโมแครตวัย 78 ปี กล่าว เธอผู้นี้เคยสร้างประวัติศาสตร์เป็นผู้หญิงคนแรกที่ได้นั่งเก้าอี้ประธานรัฐสภาสหรัฐฯ หรือสภาคองเกรส เมื่อปีค.ศ. 2007 (พ.ศ. 2550) และดำรงตำแหน่งอยู่นานถึง 4 ปี ชัยชนะของพรรคเดโมแครตในการเลือกตั้งกลางเทอมครั้งนี้ ทำให้พรรคเดโมแครตได้พลิกสถานการณ์กลับมาเป็นผู้ที่ครองเสียงข้างมากในสภาล่างอีกครั้งโดยเป็นครั้งแรกในรอบ 8 ปี ซึ่งจะทำให้ความสามารถในการผลักดันร่างกฎหมายต่าง ๆ ผ่านกระบวนการทางรัฐสภาของประธานาธิบดีทรัมป์ทำได้ยากขึ้นและมีข้อจำกัดมากขึ้น แม้ว่าพรรครีพับลิกันจะยังคงครองเสียงข้างมากในวุฒิสภาต่อไปก็ตาม

การเลือกตั้งครั้งนี้เป็นการชิงเก้าอี้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) 435 ที่นั่ง สมาชิกวุฒิสภา (ส.ว) 35 ที่นั่ง (จากทั้งหมด 100 ที่นั่ง) และผู้ว่าการรัฐ 36 จากทั้งหมด 50 ตำแหน่ง

โดนัลด์ ทรัมป์



เดิมพรรครีพับลิกันของประธานาธิบดีทรัมป์ครองเสียงข้างมากในทั้งสองสภา โดยมี ส.ส. 235 ที่นั่ง และส.ว. 51 ที่นั่ง แม้ว่าผลการนับคะแนนอย่างไม่เป็นทางการที่ออกมา รีพับลิกันจะพ่ายแพ้ให้กับเดโมแครตในสภาล่าง แต่ทรัมป์กลับอ้างว่าการเลือกตั้งครั้งนี้เป็น"ความสำเร็จครั้งยิ่งใหญ่" เพราะรีพับลิกันได้เก้าอี้ในสภาสูงเพิ่มมากขึ้น สะท้อนว่าชาวอเมริกันยังชื่นชอบการทำหน้าที่ของเขาในฐานะประธานาธิบดี ทั้งนี้ จากผลการนับคะแนนเลือกตั้ง ส.ว. อย่างไม่เป็นทางการพบว่า พรรครีพับลิกันได้ ส.ว.ไปแล้ว 51 ที่นั่ง ซึ่งเกินกึ่งหนึ่งของสภาสูง และทำให้เชื่อว่าทรัมป์รอดตัวจากกระบวนการถอดถอนประธานาธิบดีแล้ว เพียงแต่ว่าการสูญเสียฐานอำนาจในสภาล่างอาจทำให้การทำงานของรัฐบาลโดยเฉพาะการยื่นเสนอร่างกฎหมายต่างๆสู่การพิจารณาของสภาไม่สะดวกราบรื่นมากนักในระยะ 2 ปีที่เหลือของประธานาธิบดีทรัมป์

เป็นที่คาดหมายว่า พรรคเดโมแครตอาจเข้ามาควบคุมคณะกรรมาธิการที่สำคัญ ๆ ในสภามากขึ้น ซึ่งจะนำไปสู่การเปิดทางให้สามารถตรวจสอบและสอบสวนประเด็นปัญหาต่างๆได้ เช่น การทำธุรกิจของประธานาธิบดีทรัมป์ และข้อกล่าวหาเรื่องพฤติกรรมทางเพศที่ไม่เหมาะสมของเขา แต่ถามว่าจะสามารถริเริ่มกระบวนการไต่สวนเพื่อถอดถอนประธานาธิบดีออกจากตำแหน่ง หรือ presidential impeachment ได้หรือไม่ นักวิเคราะห์กล่าวว่า เป็นไปได้แต่ยากที่จะประสบความสำเร็จ เนื่องจากถึงแม้เดโมแครตสามารถยื่นญัตติเพื่อถอดถอนประธานาธิบดีออกจากตำแหน่ง แต่ก็ไม่อาจจะประสบควาสมสำเร็จหากวุฒิสมาชิกฝ่ายรีพับลิกันไม่ให้ความร่วมมือด้วย เนื่องจากในการถอดถอนผู้นำสหรัฐฯ ได้นั้นจะต้องได้รับเสียงสนับสนุนอย่างน้อย 2 ใน 3 จาก สมาชิกวุฒิสภาทั้งหมด



เพิ่มเพื่อน



ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผลเลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐฯ นางแนนซี เปโลซี เดโมแครตครองเสียงข้างมากในสภาล่างสหรัฐฯ