สบายใจได้! ข้าวถุงยังไม่ปรับราคาขึ้น

8 November 2018






เคลียร์สต็อกรัฐเกลี้ยงดันราคาข้าวหอมมะลิพุ่ง 30-40%  สมาคมข้าวถุงยันไม่ปรับราคาขึ้น ด้านส่งออกเผย 9 เดือนยอดหายวูบ 25%  เล็งปี 2562 ไม่สดใส  ชี้ราคาข้าวแพงตั้งแต่ต้นฤดู  แนะรัฐพัฒนาสายพันธุ์สู้ หลังลูกค้าผิดหวัง “ความหอมหายไป”



จากสถานการณ์ราคาข้าวหอมมะลิพุ่งสูงเป็นประวัติการณ์นั้น  หลายคนกังวลว่าราคาข้าวถุงจะปรับราคาขึ้นหรือไม่ “ฐานเศรษฐกิจ" สัมภาษณ์พิเศษ “นายสมเกียรติ  มรรคยาธร" นายกกิตติมศักดิ์สมาคมผู้ประกอบการข้าวถุงไทย และกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปทุมไรซมิล แอนด์ แกรนารี จำกัด(มหาชน) และเลขาธิการสมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย เปิดเผยกับ “ฐานเศรษฐกิจ” ว่า ขณะนี้สถานการณ์ราคาข้าวถุงทรงตัว ยังไม่ปรับราคา  หากเปรียบเทียบราคาข้าวสารหรือข้าวเปลือกหอมมะลิ ณ เวลาปัจจุบัน ราคาวัตถุดิบใหม่ที่ออกเท่ากับราคาวัตถุดิบ ณ เวลาปัจจุบันอยู่แล้ว ตัวราคาของข้าวหอมมะลิเอง ก็ยังคงทรงๆ อยู่ ไม่ได้มีอะไรเปลี่ยนแปลงมากเลย บวกลบนิดหน่อยยังไม่มีการกระทบเป็นนัยสำคัญวัตถุดิบในการทำข้าวหอมมะลิ



“สำหรับการส่งอออกมีผลกระทบทางด้านปริมาณลดลงแล้ว 25% เพราะฉะนั้นคาดว่าจะกระทบในปีหน้า เพราะราคาแพงตั้งแต่ต้นฤดูสำหรับในปีนี้ ซึ่งเป็นราคาปัจจุบันแน่นอนย่อมส่งผลกระทบปริมาณส่งออกข้าวหอมมะลิในอนาคต จะส่งผลในปี 2562 คาดว่าการส่งออกจะลดลงด้วยจากปี 2561 สาเหตุราคาข้าวแพง ส่วนหนึ่งต้องยอมรับว่าทางด้านคุณภาพ ในเรื่อง “ความหอม”  ยังแก้ปัญหาไม่ได้ แต่ในเรื่องความนุ่ม ความเหนียวลักษณะเฉพาะตัวพิเศษของข้าวยังคงอยู่ก็ยังครองใจผู้บริโภคอยู่ทั้งคนไทยและคนต่างประเทศอยู่  ดังนั้นคนที่ต้องการความหอมด้วยก็อาจจะผิดหวัง



อย่างไรก็ตามปีนี้ต้องยอมรับว่าหลายบริษัทคิดไม่ถึงว่าราคาข้าวในต้นฤดูจะพุ่งถึง 30-40% ถ้าเทียบราคาจากปลายปีที่แล้ว หรือต้นฤดูปีที่แล้วราคาที่เพิ่มขึ้นมาจากราคาข้าวสารประมาณ 20 บาทต่อกิโลกรัมต้นๆ แล้วปรับขึ้นมาเป็นราคาข้าวสาร 30-35 บาทต่อกิโลกรัม เหมือนเป็นสัญญาณที่ทำให้ทุกคนต้องระมัดระวังแล้วจำเป็นที่จะต้องมีสต็อกอยู่ในมือ แต่ก็มองว่าราคามาถึงจุดสูงสุดแล้วในระดับหนึ่ง ก็คิดว่าคงไม่สูงสุดไปมากกว่านี้แล้ว เพราะราคาของวัตถุดิบข้าวหอมมะลิในปีนี้ถ้าเทียบกับราคาตลาดปัจจุบันไม่ได้สูงกว่า มองว่าคล้ายสถานการณ์ราคาปี 2551 หลังจากนั้นราคาจะค่อยๆ อ่อนตัวลงมาคาดว่าจะใช้ระยะเวลาไม่นานนัก ประมาณ 1-2 ปีจากนั้นราคาจะค่อยๆทรงตัวเป็นไปตามวัฐจักรของสินค้า เพราะฉะนั้นจำเป็นต้องสต็อกแต่ในขณะเดียวกันก็คงจะต้องระมัดระวัง



จากราคาข้าวต้นฤดูที่ปรับราคาเพิ่ม สำหรับตลาดในประเทศไม่ค่อยกังวลเท่าไรนักเนื่องจากลูกค้าคนไทยชอบบริโภคข้าวหอมมะลิที่มีอายุเก็บในราว 8-12 เดือน แต่เป็นห่วงกังวลกับข้าวหอมมะลิในฤดูกาลที่ผ่านมาว่าจะมีพอให้ใช้ถึงปีหน้าหรือเปล่า ส่วนข้าวหอมมะลิที่คาดว่าจะเก็ํบเกี่ยวมากตั้งแต่วันที่ 15 พฤศจิกายนเป็นต้นไปนั้นยังมีความเชื่อว่าราคาจะอ่อนตัวลงบ้างในการที่ผู้ส่งออกจะต้องซื้อเก็บไว้เป็นสต็อก  ในการที่จะเก็บเอาไว้ใช้ในประเทศ  คาดว่าจะเป็นเดือนมิถุนายน 2562 ถึงจะเป็นราคาต้นทุน 100%ของข้าวหอมมะลิในฤดูกาลใหม่



นายสมเกียรติ มรรคยาธร บริษัท ปทุมไรซมิล แอนด์ แกรนารี จำกัด (มหาชน) ข้าวถุง นายกกิตติมศักดิ์สมาคมผู้ประกอบการข้าวถุงไทย เลขาธิการสมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย