ทางออกนอกตำรา : สี จิ้นผิง...พลิกเกม พญามังกรอ่อนแรง

8 November 2018






 

ช่วงนี้ข่าวคราวที่เกี่ยวข้องกับเศรษฐกิจจีนคึกคัก ชนิดที่นักเศรษฐศาสตร์ นักเศรษฐกิจโลกต้องเกาะติดริงไซด์กันทีเดียว

เฉพาะการแก้เกมสงครามการค้าจีน-สหรัฐฯ ก็ถือว่าเกิดแรงกระแทกไปทั้งโลก

นักธุรกิจ คนทำมาค้าขาย ยืนดูอยู่เฉยๆ ยังซวนเซ นับประสาอะไรกับคนที่ยืนอยู่ตรงกลางสนามการค้า

แต่คนไทยส่วนใหญ่ ไม่สนใจ ไม่ค่อยมีใครรู้ว่าภัยกำลังมา

โน่นแหละ รอให้มีบาดแผลเจ็บแสบร้าวลึกจนทนไม่ไหว จึงร้องระงม ให้คนมีอำนาจมาแก้ทีละเปลาะๆ ไม่ค่อยจะมีการวางแผนรับมืออย่างเป็นระบบ ...นี่เป็นวิถีของไทย

วันนี้ นักรบนอกตำรา ลูกศิษย์วัดอย่างผม ขอพาทุกท่านมาเกาะขอบสนามในยุทธการสงครามการค้าจีน-อเมริกาแบบจะจะ

ฉากแรก ผมพามาดูการประชุมคณะกรรมการกรมการเมืองของจีน หรือที่เรียกกันว่า โปลิตบูโร เมื่อวันที่ 31 ตุลาคม 2561
การประชุมรอบนี้มีประธานาธิบดี สี จิ้นผิง นั่งเป็นประธานถกกันถึงยุทธศาสตร์การเมือง ความมั่นคง สงครามการค้าและปัญหาเศรษฐกิจปากท้อง

ก่อนที่โปลิตบูโรจะออกมาแถลงยอมรับว่า...สถานการณ์เศรษฐกิจจีนขณะนี้ กำลังเผชิญแรงกดดันในทางลบเพิ่มขึ้นอย่างมาก อีกทั้งบรรยากาศภายนอกประเทศก็ยังมีการเปลี่ยนแปลงไปอย่างมาก

ดังนั้น รัฐบาลจึงจำเป็นต้องออกมาตรการบางอย่างให้ทันท่วงที เพื่อรับมือกับความผันผวน และรัฐบาลกำลังเตรียมแผนกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติมเอาไว้...

สั้นๆ แต่ทรงความหมาย และสะท้านสะเทือนไปทั้งตลาดเงิน ตลาดทองคำ ยันตลาดการค้าโลก

เพราะนี่คือปรากฏการณ์ครั้งแรกที่คณะโปลิตบูโรแถลงการณ์ยอมรับอย่างเป็นทางการว่า จีนกำลังเผชิญผลกระทบจากสงครามการค้าที่หนักหนาสาหัสกว่าที่คิดเอาไว้

ในอดีตจีนบอกทุกครั้ง ส่งสัญญาณออกมาว่า แม้จะมีมาตรการกำแพงภาษี แต่ไม่ระคายผิวของมังกรตัวนี้ แต่ตอนนี้ออกมาบอกว่ากระทบหนัก

แล้วมันเกี่ยวอะไรกับกระเพาะอาหารของคนไทย

เพิ่มเพื่อน



ลองพิจารณาดูนะครับ ถ้ามังกรจีนยอมรับว่าสงครามการกีดกันทางการค้าด้วยมาตรการภาษีระหว่างจีน-สหรัฐฯ ไม่หมู และมังกรจีนก็บาดเจ็บอ่วมอรทัยในการศึกไปไม่น้อย...ท่านคิดว่าอะไรจะเกิด

เราอาจเคยสัมผัสกันยามเศรษฐกิจโลกไม่ดีว่าอะไรๆ ก็ฝืดเคือง แต่โลกไม่ดียามนั้นคือ อเมริกา สหภาพยุโรป ญี่ปุ่น ลาตินอเมริกา ที่ถึงตอนนี้ต้องบอกว่า จีนกินส่วนแบ่งเศรษฐกิจโลกไปกว่า 35% แล้ว ร้ายกว่านั้นจีนทำการค้ากับไทยมากกว่าใครทั้งหมด

มังกรจีนแค่เซ ไทยเข่าทรุดแน่นอน

นักวิชาการจีนศึกษาบอกกับผมว่า การออกมายอมรับแบบนี้ของทางการจีนไม่ใช่เรื่องปกติ คนจีนยอมกัดฟันสู้ แต่เป็นเพราะสถานการณ์ภายในกำลังยํ่าแย่หนักอย่างชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นด้านเศรษฐกิจมหภาคทั้งการผลิตและการส่งออก ไปจนถึงด้านตลาดเงิน ตลาดทุน เห็นได้ชัดจากค่าเงินหยวนของจีนที่อ่อนค่าลงหนัก เกิดภาวะทุนไหลออกอย่างต่อเนื่อง

ถึงตอนนี้เงินหยวนอ่อนค่าไปแล้ว 9% มายืนระดับ 6.8 หยวนต่อดอลลาร์สหรัฐฯ

ธนาคารใหญ่ของอเมริกาบอกลูกค้าเขาว่า ในอีกไม่เกิน 6 เดือน เงินหยวนจะอ่อนค่าไปในระดับ 7.1 หยวนต่อดอลลาร์

ใครทำการค้าขายไม่หงายหลังก็หูผึ่งละครับ...

ทำไมนะหรือครับ...
จีนทำการค้ากับโลกปีละ 14.5 ล้านล้านหยวน หรือ 2.3 ล้านล้านดอลลาร์เฉพาะนำเข้าก็ตก 1.2 ล้านล้านดอลลาร์ ถ้าค่าเงินอ่อนลงพรวดพราด  0.2-0.3 หยวนต่อดอลลาร์ นี่กำไร ขาดทุนกันมหาศาลครับ

มาที่พี่ไทยผู้ไม่มีอะไรจะเสีย เรามีปริมาณการค้าขายด้วยการส่งออกทางตรงไปจีนปีละ 85,000-90,000 ล้านดอลลาร์ ตกประมาณไตรมาสละ 21,000-22,000 ล้านดอลลาร์ ค่าเงินที่อ่อนนั้นคนค้าขายต้นทุนหายกำไรหดนะขอรับนายท่าน...

การเงี่ยหูฟังพญามังกรที่ออกมาร่ายรำ จึงทำให้เราเห็นภาพก่อนใครจริงมั้ยครับ

ฉากต่อมา เมื่อวันที่ 5 พฤศจิกาจน 2561 สี จิ้นผิง ประธานาธิบดีจีน ออกมากล่าวสุนทรพจน์ราว 30 นาทีในงาน china international import expo ที่เซี่ยงไฮ้ ซึ่งมีพ่อค้าผู้ผลิตสินค้าจากทั่วโลก มีคนมาซื้อขายกันราว 190,000 คนต่อวัน ซึ่งว่ากันว่า ทั่วโลกต่างเงี่ยหูฟังว่า สี จิ้นผิง จะประกาศท่าทีอย่างไรหลังมาตรการกีดกันทางภาษีระลอก 2 กับอเมริกา มีการใช้เต็มอัตราศึกมาแล้ว 1 เดือน
สี จิ้นผิง ประกาศชัดว่า จีนจะเดินหน้าเปิดกว้างในภาคการเกษตรและภาคการผลิต รวมถึงจะลดอุปสรรคทางตลาดในภาคการศึกษาและบริการด้านการแพทย์

จีนจะปกป้องสิทธิตามกฎหมายของบริษัทต่างชาติ คุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญา

สี จิ้นผิง ระบุว่า ในภาวะที่เศรษฐกิจโลกยังไม่เข้าสู่ภาวะฟื้นตัวอย่างมีเสถียรภาพ จีนจะยึดมั่นในการเปิดกว้างด้านนโยบาย พร้อมกับให้คำมั่นว่าจะปรับลดภาษีนำเข้าสินค้าต่อไป ไม่มีการใช้มาตรการกีดกันทางภาษีกับคู่ค้า

สี จิ้นผิง ประกาศชัดว่า ในระยะ 15 ปีข้างหน้า จีนจะเพิ่มปริมาณการค้า การนำเข้าสินค้าอีก 30 ล้านล้านดอลลาร์ ก่อนจาก สี จิ้นผิง ทิ้งหมัดเข้ามุมว่า เศรษฐกิจจีนไม่ใช่สระว่ายนํ้าเล็กๆ แต่เป็นมหาสมุทรอันกว้างใหญ่

ดังนั้น “พายุ อาจจะทำลายสระนํ้าเล็กๆ แต่ไม่สามารถทำอะไรมหาสมุทรได้” สี จิ้นผิง ระบุเพื่อสร้างความมั่นใจว่า มาตรการตอบโต้ด้วยภาษีของอเมริกากับจีนใน 2 ระลอก และที่อเมริกากำลังจะประกาศรอบ 3 ไม่ระคายผิวมังกร

สี จิ้นผิง ประกาศดังว่า ในประวัติศาสตร์ชาติจีนผ่านอะไรมามากมาย 5,000 ปี จีนก็ยังอยู่ และอนาคตจีนก็ยังเติบโตอย่างมั่นคงต่อไป

สี จิ้นผิง เสนอข้อคิดที่ได้รับการตบมือกราวใหญ่ว่า ทุกประเทศควรดิ้นรนและพัฒนาสภาพแวดล้อมที่เอื้อในการทำธุรกิจและแก้ไขปัญหาของตัวเอง มิใช่ไปจัดการคนอื่น และควรร่วมมือกันเพื่อสร้างเศรษฐกิจของตัวเอง...

สี จิ้นผิง ประกาศทิ้งท้ายให้คิดว่า “จีนไม่เห็นด้วยกับนโยบายการปกป้องการค้า”

คุณคิดว่าสถานการณ์ใน 2 ฉากที่ผมยกมา บอกอะไรเรา...

| คอลัมน์ : ทางออกนอกตำรา
|โดย : บากบั่น บุญเลิศ
|หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ฉบับ 3416 หน้า 6 ระหว่างวันที่ 8-10 พ.ย.2561


จีน สี จิ้นผิง สงครามการค้า ทางออกนอกตำรา พญามังกร