ฐานโซไซตี : ความวัวไม่ทันหาย ความควายเข้ามาแทรก กระทบท่องเที่ยวไทย

5 October 2018






เดือนแรกของการเริ่มปีงบประมาณ 2562 ขรก.ที่เกษียณคงแฮปปี้ดี ยกเว้นพวกที่ยึดติด  “หัวโขน” คงทำใจลำบาก ไม่มีคนคอยยกยอปอปั้นเหมือนแต่ก่อน  คนใหม่ที่ขึ้นรับตำแหน่งก็ต้องทำงานกันเต็มที่ไม่ใช่ “เกียร์ว่าง” รอเปลี่ยนขั้วการเมือง ขออย่าให้เป็นเช่นนั้นเลย ประเทศชาติต้องการคนซื่อสัตย์ ขยัน  ดูแลทุกข์ สุขประชาชน และปกป้องผลประโยชน์ของชาติ

เข้าตำรา ความวัวไม่ทันหาย ความควายเข้ามาแทรก “เรือล่มภูเก็ต” ยังไม่ทันฟื้นความเชื่อมั่น ก็มาเจอกรณีนักท่องเที่ยวจีนถูกรปภ.สนามบินดอนเมืองทำร้าย ว่อนโลกโซเชียล รับ “วันชาติจีน” ที่รัฐบาลเฝ้ารอให้จีนกลับมาเที่ยวไทยเหมือนเดิม  เรื่องนี้แม้นักท่องเที่ยวผิด ตรงที่ไม่มีหลักฐานการเข้าพักในไทย  แต่รปภ. ก็ต้องยึดหลักสากล  เพราะคนจะดูแค่ภาพตอนโดนทำร้ายไม่ได้ดูตั้งแต่ต้นจนจบ สรุปก็คือ ภาพลักษณ์ประเทศป่นปี้หมด ลามถึงเรื่องส่วย-เงินค่าทิป-เงินใต้โต๊ะสารพัดที่จะขุดขึ้นมาแฉ จริงบ้าง เท็จบ้าง เพราะไม่ทิ้งหลักฐาน แต่ก็มีแต่เสียกับเสีย

วีระศักดิ์ โควสุรัตน์



กรณีเรือล่ม รมว. “วีระศักดิ์ โควสุรัตน์”  เพิ่งดั้นด้นบินไปพบรมว.วัฒนธรรมและท่องเที่ยวของจีน “นายลั่น ลั่วซู่กัง” เมื่อวันที่ 27 กันยายน “เคลียร์ใจ”  อธิบายขั้นตอนต่างๆ ว่ารัฐบาลไม่ได้เพิกเฉย มีการงัดก.ม.ความมั่นคงขึ้นมาดูแลนักท่องเที่ยว ทั้งทางทะเล ทางบก เดินหน้าสอบสวนกู้ซากเรือและชดใช้ความเสียหาย รวมถึงการจัดการกับกิจกรรมทางการท่องเที่ยวต่างๆ ที่ผิดก.ม. เพื่อฟื้นความเชื่อมั่นตลาดทัวร์จีน ในงาน “อินเตอร์เนชั่นแนลเทรดโชว์” ไม่ทันข้ามคืน ก็มาเจอเคสนี้ซํ้าอีก

ตลาดนักท่องเที่ยวจีนเป็นตลาดใหญ่และคนจีนนิยมชมชอบเมืองไทยมากตัวเลข 10 ล้านคนต่อปีถือว่ามหาศาล ซึ่งก็เหมือน “ดาบสองคม” ดูแลไม่ดี บริหารจัดการไม่ได้ สื่อสารภาษาไม่รู้เรื่องมีปัญหาแน่นอน ถ้า “วูบ” ทีก็จะกระทบทั้งระบบการ “บาลานซ์” ตลาดและยึดเรื่องคุณภาพนักท่องเที่ยว จึงเป็นเรื่องสำคัญ ที่ต้องยึดเป็นนโยบายหลักของประเทศ และต้องบูรณาการไปพร้อมๆ กัน ส่วนเรื่องจัดระเบียบท่องเที่ยว “บิ๊กตู่” ต้องเอาจริง เจ้าหน้าที่ทำผิด “เชือด” ให้หมด นักท่องเที่ยวไม่ดีเราก็ต้องไม่ต้อนรับเช่นกัน แต่ต้องทำอย่างมี “ศิลปะ” ไม่งั้นจบเคสนี้ เคสใหม่เกิดไม่จบไม่สิ้น

ม.44  ยาสามัญประจำบ้าน ล่าสุดแต่งตั้งบิ๊กแป๊ะ - สนธยา คุณปลื้ม ถึง  2 ครั้ง ครั้งแรกเป็นที่ปรึกษานายกฯ ด้านอีอีซี ล่าสุดให้ นั่งเก้าอี้ นายกเมืองพัทยา ดูจะลดสถานะไปสักหน่อยจากเดิม มีตำแหน่งเป็นถึงรัฐมนตรี แต่ก็เข้าใจได้ ช่วงนี้ การเมืองฝุ่นตลบ จะตำแหน่งอะไรไม่สำคัญ เท่ากับบิ๊กแป๊ะ เขายังตำแหน่งพ่วงท้าย หัวหน้าพรรคพลังชล อันนี้น่าสนใจกว่า และภารกิจใหญ่นอกจากคุมเมืองพัทยาแล้ว ก็ยังต้องหนุนทำคลอด “อีอีซี” ตามประสงค์ รัฐบาล “คสช.”      

เร็วราวติดจรวด ก็ต้อง การเข็นท่องเที่ยวเมืองรอง 55 จังหวัด วันก่อนได้ยิน “รองนายกฯ สมคิด” ประกาศกลางเวทีการบินไทยชัดเจนว่า “ยังไม่ปลื้ม” แถมขู่รัฐบาลยังมีเวลาเหลืออีก 3 เดือน ยังโยกย้ายได้ ทำดีก็จะให้นั่งต่อ ไม่รู้ขู่หรือ หยิก แกม หยอก แต่จากนั้นไม่ถึงสัปดาห์ บินไทย-ททท.-ไทยสมายล์ -กรุงไทยแบงก์ พร้อมใจกัน ประกาศเปรี้ยง  ทุ่มสุดตัวหนุนท่องเที่ยวเมืองรอง  ภายใต้แคมเปญ “ไทยเที่ยวไทย ไทยยั่งยืน” ของ ททท.

งัดสรรพกำลังที่มีอยู่ออกมาใช้เต็มที่ ชูแพ็กเกจทัวร์ “เอื้องหลวง” การบินไทยเป็นหัวหอกไทยสมายล์ คลอด 4 เส้นทางเหนือจดใต้ ออกมาขายกรุงไทย อำนวยความสะดวกเรื่องจ่ายเงิน ทั้งผ่าน คิวอาร์โค้ด ขายสินค้าชุมชน จนถึงเปิดทางสะดวกลดหย่อนภาษีท่องเที่ยว 1.5 หมื่นบาท แค่นี้ยังไม่พอวันที่ 3 ตุลาคม “นายกฯประยุทธ์” เคลียร์คิวบุกชมแหล่งท่องเที่ยวและทอผ้า จังหวัดลำพูน หวังกระตุ้นเที่ยวเมืองรอง  รัฐบาล ทุ่มสุดตัวกันขนาดนี้เหลืออีก 4 เดือนลุ้นว่าจะเข็นขึ้นไม่ขึ้น หากล้มเหลวก็ต้องวิเคราะห์หาสาเหตุให้เจอเพื่อคราวหน้าจะได้แก้ให้ตรงจุด

ปัญหาหนึ่งของการลดหย่อนภาษีเที่ยวเมืองรอง “ไม่เวิร์ก” เพราะโรงแรมขนาดเล็กส่วนใหญ่ที่ตั้งอยู่ในพื้นที่เหล่านี้ ไม่ได้จดทะเบียนถูกต้องตามกฎหมาย ตามพ.ร.บ.โรงแรม ซึ่งเป็นเหตุทำให้ไม่สามารถนำใบเสร็จจ่ายที่พักมาหักลดหย่อนภาษีได้ตามที่รัฐบาลต้องการให้เกิดการ กระตุ้น ชุนชน ท้องถิ่น แหล่งท่องเที่ยวบางแห่ง ที่พักตั้งอยู่ในที่ทหาร อย่างสวนผึ้ง ราชบุรี  บางพื้นที่รุกลํ้าที่ดินอุทยานแห่งชาติ บางแห่งเป็นโรงแรมของทหาร  ปัญหาเหล่านี้เป็นเรื่องใหญ่ที่ต้องแก้กันระดับชาติต้องรื้อใหม่ทั้งประเทศวางระบบใหม่ ให้เข้ากับพฤติกรรมผู้บริโภค-นักลงทุนในยุคดิจิตอล

คาใจหลายคนโครงการ“รีฟันด์แวตทัวริสต์ ในเมือง”เงื้อง่าข้ามปี แต่คลอดออกมาทำเอา “ผิดหวัง” ไปตามๆ กัน แม้จะเป็นเพียงทดลอง 6 เดือน แต่ดูเหมือนกรมสรรพากร ทำแบบ“สุกเอาเผากิน” ตั้งแต่ขั้นตอนเปิดรับเอกชนเข้าร่วมโครงการ ไม่เคลียร์หลายเรื่อง  ประกาศผลวันที่ 30 กันยายน เปิดบริการทันทีวันที่ 1 ตุลาคม เสนอไป 3 ราย คัดได้รายเดียวคือ เคาน์เตอร์เซอร์วิส  โดยเปิดบริการในร้านเซเว่นอีเลฟเว่น 3 สาขา ที่ดูมีเพียงเซเว่น-โรงหนังลิโด้ สยาม ที่ดูตอบโจทย์ด้านโลเกชัน อีก 2 แห่ง เป็นที่ เซเว่น - ผดุงด้าว (เยาวราช) และ เซเว่น-แบงก์ค็อกไนท์บาซาร์ ไม่น่าจะเข้าเป้า อีกทั้งในศูนย์การค้าหลักที่มีทัวริสต์มากๆ กลับไม่มี เปิดแล้วไม่เข้าท่าก็อย่าทำเลยเสียชื่อเปล่าๆ ยังไงก็ดูไม่ตอบโจทย์ ปลุกกำลังซื้อแต่ประการใด คิดผิดคิดทำใหม่ได้

|คอลัมน์ : ฐานโซไซตี 
|โดย..พริกกะเหรี่ยง
|หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ฉบับ 3406 หน้า 4 ระหว่างวันที่ 4-6 ต.ค.2561


วีระศักดิ์ โควสุรัตน์ ฐานโซไซตี่ เรือล่มภูเก็ต