
ข้าพระบาท ทาสประชาชน : ข้อเท็จจริงเรื่องพื้นที่และการก่อสร้าง อาคาร City Garden (1)
โดยเปิดเผยว่า ตามที่บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทอท. ที่กำลังคัดเลือกผู้ออกแบบอาคารผู้โดยสารหลังที่ 2 พบว่ามีการปรับผังแม่บทการพัฒนาท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ และย้ายตำแหน่งที่ตั้งอาคารผู้โดยสารหลังที่ 2 มาอยู่บริเวณทิศเหนือปลายอาคารเทียบเครื่องบิน Concourse A พื้นที่อาคาร 348,000 ตร.ม. ค่าก่อสร้าง 35,000 ล้านบาท รวมระบบจะเป็นเงิน 42,000 ล้านบาทนั้น ตำแหน่งดังกล่าวไม่เป็นไปตามผังแม่บท (Master Plan) และเป็นการเปลี่ยนแปลงแนวคิดในการออกแบบโดยผู้เชี่ยวชาญด้านการวางผังสนามบิน ซึ่งผังแม่บทถือเป็นยุทธศาสตร์ในการพัฒนาและบริหารจัดการ
นอกจากนี้ขีดความสามารถในการรองรับผู้โดยสารก็ไม่เป็นไปตามเป้าหมายที่กำหนด ขณะที่ ทอท.มีโครงการพัฒนาขยายอาคาร Satellite ที่กำลังก่อสร้าง ควรขยายอาคารผู้โดยสารเดิมออกไปทางด้านตะวันออกและตะวันตกต่อเนื่อง ซึ่งมีพื้นที่รวม 3 แสน ตร.ม. เพื่อทำให้เทอร์มินัลปัจจุบันมีความสมบูรณ์ และก่อสร้างอาคารผู้โดยสารหลังใหม่(อาคาร2) ด้านทิศใต้ ให้ต่อเนื่อง
สรุปง่ายๆ ก็คือ ทอท. กำหนดพื้นที่ก่อสร้างอาคารผู้โดยสารหลังที่ 2 ผิดที่ผิดทางในสาระสำคัญอย่างยิ่ง ซึ่งจะก่อปัญหาและความเสียหายตามมาอีกมากมาย ปัญหาจึงไม่ใช่เพียงเรื่องการคัดเลือกผู้ออกแบบชอบหรือไม่ชอบเท่านั้น และสภาสถาปนิก ยังเตรียมยื่นหนังสือต่อนายกรัฐมนตรี เพื่อให้พิจารณาทบทวนให้ ทอท.ได้ยุติการดำเนินการที่ไม่ชอบดังกล่าวอีกด้วย
นอกจากเรื่องที่ตั้งแล้ว นายสามารถ ยังได้ชี้ประเด็นสำคัญเพิ่มเติมที่น่าสนใจอย่างยิ่งว่า ก่อนการเปิดใช้สนามบินในวันที่ 28 กันยายน 2549 ทอท.และ บริษัท คิงเพาเวอร์สุวรรณภูมิ จำกัด หรือ เคพีเอส ได้ร่วมลงนามในสัญญาโครงการบริหารจัดการกิจกรรมเชิงพาณิชย์ สัญญาที่ ทสภ.1-01/2548 ลงวันที่ 25 มีนาคม 2548 อายุสัญญา 10 ปี เริ่มตั้งแต่วันที่ 28 กันยายน 2549 ถึงวันที่ 27 กันยายน 2559 โดยเคพีเอสเสนอที่จะทำ Jungle Garden บริเวณอาคารผู้โดยสารภายในประเทศ ซึ่งอยู่ด้านตะวันออกของอาคาร
ต่อมาเคพีเอสมีหนังสือที่ คพส.040/2548 ลงวันที่ 13 กันยายน 2548 ถึง ทอท.ขอใช้พื้นที่สร้างอาคาร City Garden ขนาด 2 ชั้น บริเวณอาคารผู้โดยสารภายในประเทศ โดยพื้นที่ชั้นที่ 1 จะทำเป็นสำนักงาน และชั้นที่ 2 จะทำกิจกรรมร้านอาหารและเครื่องดื่ม ซึ่งต่อมาเมื่อวันที่ 19 ตุลาคม 2548 ที่ประชุมคณะอนุกรรม การบริหารและพัฒนากิจการภายในท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ก็ได้มีมติเห็นชอบตามที่เคพีเอสร้องขอ แต่ก็ได้ระบุชัดว่า หาก ทอท.มีแผนขยายอาคารผู้โดยสาร เคพีเอสจะต้องรื้อถอนอาคาร City Garden ออกไป
มิเช่นนั้นอาจทำให้ ทอท.ต้องตกเป็นจำเลยสังคมในความโปร่งใสในการพิจารณาโครงการสร้างอาคารผู้โดยสารแห่งที่ 2 โดยผิดเพี้ยนไปจากแผนแม่บท รวมถึงข้อสงสัยว่าเอื้อประโยชน์ให้กลุ่มทุนเอกชนรายใดหรือไม่
เพื่อให้ผู้อ่านที่ศึกษาและติดตามปัญหาเรื่องนี้ ในฐานะประชาชนเจ้าของประเทศ ที่อาจได้รับผลกระทบจากการใช้เงินของแผ่นดิน อันก่อให้เกิดความเสียหายและสร้างความสูญเสียโดยไม่คุ้มค่ากับเงินลงทุน เพื่อช่วยบ้านเมืองในการปกป้องประโยชน์ประเทศชาติ ผู้เขียนจึงขอนำ “รายงานผลการตรวจสอบข้อเท็จจริง เรื่อง การจัดสรรพื้นที่และการก่อสร้างอาคาร City Garden ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ”
กรณีอาคาร City Garden มีข้อเท็จจริงจากการตรวจสอบของคณะกรรมการดังกล่าวอย่างไร มีที่มาอย่างไร การดำเนินการขอใช้พื้นที่ก่อสร้างอาคาร City Garden ได้ดำเนินการโดยชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ ทอท.ได้ประโยชน์หรือเสียหายอย่างไร จากกรณีดังกล่าว รายละเอียดทั้งหมดจะปรากฏในรายงานการตรวจสอบข้อเท็จจริงดังกล่าว ซึ่งผู้เขียนจะได้นำเสนอต่อท่านผู้อ่านเป็นตอนๆ ต่อไป
ขอเรียนว่า ข้อเท็จจริงในเรื่องนี้มาจากรายงานการตรวจสอบของคณะกรรมการที่ ทอท.แต่งตั้งขึ้น อ่านเรื่องนี้แล้ว จะทำให้ท่านเข้าใจยิ่งขึ้นว่า สนามบินสุวรรณภูมิ ทำไมจึงกลายเป็นขุมทรัพย์สำหรับบางคนบางกลุ่มทุน จนกลายเป็นมหาเศรษฐีของประเทศได้ และ City Garden มีส่วนทำให้แผนขยายสนามบินต้องล่าช้า และที่สุดต้องย้ายไปสร้างโดยผิดจากแผนแม่บทหรือไม่ อย่างไร จึงเป็นเรื่องที่น่าติดตาม
| คอลัมน์ : ข้าพระบาท ทาสประชาชน
| โดย : ประพันธุ์ คูณมี
| หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ หน้า 6 ฉบับ 3406 ระหว่างวันที่ 4-6 ต.ค.2561






