“บล.โกลเบล็ก”มองหุ้นไทยขานรับราคาน้ำมันปรับตัวเพิ่มขึ้น ให้กรอบดัชนี 1,740-1,780 จุด

2 October 2018






บล.โกลเบล็ก มองหุ้นไทยได้รับปัจจัยบวกจากน้ำมันดิบเพิ่มขึ้น หลังสหรัฐคว่ำบาตรอิหร่าน ส่งผลให้ปริมาณน้ำมันในตลาดโลกลดลง แนะจับตาปัจจัยลบต่างประเทศ ให้กรอบดัชนี 1,740-1,780 จุด แนะหุ้นกลุ่มธนาคารที่จะประกาศผลการดำเนินงานงวดไตรมาส 3/2561 กลางเดือนต.ค. ชู  KBANK-KKP-KTB-TMB ส่วนการลงทุนในทองคำแนะกลยุทธ์รอซื้อเมื่ออ่อนตัว จนกว่าเงินบาทจะกลับมามีแนวโน้มอ่อนค่า

น.ส.วิลาสินี บุญมาสูงทรง



น.ส.วิลาสินี บุญมาสูงทรง ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัย บริษัทหลักทรัพย์ โกลเบล็ก จำกัด หรือ GBS กล่าวว่า  ดัชนีหุ้นไทยในสัปดาห์นี้ ได้รับปัจจัยบวกจากน้ำมันดิบในตลาดโลกปิดเพิ่มขึ้นโดยได้แรงหนุนจากการคาดการณ์ที่ว่าปริมาณน้ำมันในตลาดโลกจะลดลงหลังสหรัฐฯใช้มาตรการคว่ำบาตรอิหร่าน รวมถึงสหรัฐฯ-เม๊กซิโก-แคนาดาบรรลุข้อตกลง NAFTA ฉบับใหม่ และปัจจัยบวกกระทรวงพาณิชย์ เผย CPI เดือน ก.ย.61 โต 1.33% Core CPI ขยายตัว 0.80% ส่วนในช่วง 9 เดือนแรกของปี 61 CPI ขยายตัวเฉลี่ย 1.14% ส่วน Core CPI 9 เดือนขยายตัว 0.72% บ่งชี้ว่าอัตราเงินเฟ้อทั่วไปสูงขึ้นต่อเนื่องแต่ก็ยังไม่ถึงกรอบเป้าหมายที่ 0.8-1.6%  ซึ่งไม่กดดันธปท.ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย

ส่วนปัจจัยด้านลบที่ยังคงกดดันการลงทุนอยู่ในช่วงนี้ อาทิ การคาดการณ์ว่าธนาคารกลางยุโรป (ECB) จะทยอยปรับลดมาตรการ QE ต่อเนื่องและปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายในที่สุด  หลังจากเงินเฟ้อยูโรโซนเดือนก.ย.เพิ่มขึ้นแตะ 2.1%  เหนือเป้าหมายของ ECB ประกอบกับสถานการณ์ความตึงเครียดทางการค้าระหว่างสหรัฐกับจีนกลับมาอีกครั้งหลังสหรัฐกล่าวหาว่าจีนพยายามแทรกแซงการเลือกตั้งกลางเทอมของสหรัฐในเดือนพ.ย.  ส่วนจีนได้เรียกร้องให้สหรัฐยุติการกระทำที่ส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ

รวมถึง การเมืองอิตาลีกดดันตลาดหุ้นยุโรปหลังรัฐบาลอิตาลีเปิดเผยแผนงบประมาณปี 62 มีผลขาดดุลงบประมาณ 2.4% ของตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ซึ่งสูงกว่าเป้าหมายของรัฐบาลชุดก่อนถึง 3 เท่าโดยไม่สนใจว่า EU เรียกร้องให้รัดเข็มขัด

สำหรับปัจจัยที่น่าจับตาในสัปดาห์นี้ ได้แก่ วันที่ 2 ต.ค. กำหนดประชุมคณะกรรมการร่วม 3 สถาบันภาคเอกชน (กกร.)   อียู เปิดเผย ดัชนีราคาผู้ผลิต(PPI) เดือนส.ค. สหรัฐฯ เปิดเผย ดัชนีภาวะธุรกิจนิวยอร์กเดือนก.ย.และยอดขายรถยนต์เดือนก.ย. วันที่ 3 ต.ค. อียู เปิดเผย ดัชนีผู้จัดการฝ่ายซื้อ(PMI) ภาคบริการเดือนก.ย. และยอดค้าปลีกเดือนส.ค. สหรัฐฯ เปิดเผย ตัวเลขการจ้างงานภาคเอกชนเดือนก.ย. ดัชนีผู้จัดการฝ่ายซื้อ(PMI) ภาคบริการเดือนก.ย. ดัชนีภาคบริการเดือนก.ย. และ สต็อกน้ำมันรายสัปดาห์ และในวันที่ 4 ต.ค. ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) แถลงข่าวรายงานนโยบายการเงิน ส่วนสภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย แถลงสถานการณ์การส่งออก

ด้านนายณัฐวุฒิ วงศ์เยาวรักษ์ ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัย บริษัทหลักทรัพย์โกลเบล็ก จำกัด กล่าวว่า แนวโน้มตลาดหุ้นในสัปดาห์นี้ผันผวนไต่ขึ้นในกรอบ 1,740-1,780 จุด โดยแนะนำเก็งกำไรหุ้นในกลุ่มธนาคารที่จะประกาศผลการดำเนินงานงวด ไตรมาส 3/2561 ราวสัปดาห์ที่ 3 ของเดือนนี้ แนะนำ KBANK, KKP, KTB และ TMB ที่รายงานสินเชื่อสุทธิเติบโตเมื่อเทียบจากงวดเดียวกันกับปีก่อน รวมถึงหุ้นเดินเรือ ซึ่งได้อานิสงส์จากดัชนีค่าระวางเรือเพิ่มขึ้น 13% ติดต่อกัน  8 วันทำการสู่ 1,540 จุดเป็นผลดีต่อ ชูหุ้นเด่น PSL และ TTA และหุ้นที่ได้รับอานิสงส์จากการคืน VAT เป็นเงินสดให้ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ และการที่ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคสูงขึ้น ได้แก่ HMPRO, CPALL, ROBINS และ BJC

ด้านแนวทางการลงทุนในทองคำ ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัย บล.โกลเบล็ก กล่าวว่า ตลาดแสดงความเชื่อมั่นว่า Fed จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีกครั้งในการประชุมเดือน ธ.ค.นี้ค่อนข้างแน่นอน หลังจากถ้อยแถลงหลังการประชุมธนาคารกลางสหรัฐฯในสัปดาห์ที่ผ่านมาระบุว่า เศรษฐกิจสหรัฐฯมีความแข็งแกร่ง ในขณะเดียวกัน ECB กำลังจะปรับลดวงเงิน QE ตามแผน ยิ่งมีผลกดให้ค่าเงินยูโรอ่อนลง และผลักให้สกุลเงินดอลลาร์แข็งขึ้น

อย่างไรก็ตาม ค่าเงินบาทมีแนวโน้มแข็งขึ้นเมื่อเทียบกับสกุลเงินภูมิภาค เนื่องมาจากความแข็งแกร่งของพื้นฐานเศรษฐกิจและความเสี่ยงทางลบหากเกิดวิกฤตมีต่ำกว่าประเทศเพื่อนบ้าน ส่งผลให้ราคาทองคำทั้งในรูปสกุลเงินดอลลาร์และสกุลเงินบาทต่างปรับตัวลดลง

ดังนั้น ฝ่ายวิจัยยังคงคำแนะนำให้เล่นเก็งกำไรแบบ swing trade ในกรอบ 1,180–1,215 ดอลลาร์ และปรับมาเล่น breakout follow เมื่อราคาออกจากช่วงดังกล่าว โดยเน้น trading short จนกว่าเงินบาทจะกลับมามีแนวโน้มอ่อนค่า


หุ้นไทย ธนาคารกลางยุโรป เศรษฐกิจสหรัฐฯ ค่าเงินยูโร บล.โกลเบล็ก ขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย