วิเคราะห์สถานการณ์ราคาทองคำประจำวัน(11 ก.ย.61)

11 September 2018






บทวิเคราะห์สถานการณ์ราคาทองคำแท่ง ประจำวันที่ 11 กันยายน 2561 โดยบริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด

คำแนะนำ

หากราคาทองคำไม่สามารถผ่าน 1,203-1,214 ดอลลาร์ต่อออนซ์ไปได้ เสี่ยงเปิดสถานะขาย แต่หากทะลุขึ้นไป อาจต้องชะลอการเปิดสถานะขายไปก่อน

การดีดตัวกลับของราคาค่อนข้างจำกัดเมื่อราคาขยับขึ้น ทั้งนี้ หากการดีดตัวกลับของราคายังไม่สามารถกลับไปทดสอบหรือยืนเหนือโซนแนวต้าน 1,203-1,214 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้ อาจเกิดแรงขายซึ่งจะกดดันให้ราคาปรับตัวลงอีกครั้ง โดยมีแนวรับระยะสั้นที่ 1,182 ดอลลาร์ต่อออนซ์

แนวรับ                1,182        1,175        1,160

แนวต้าน              1,203        1,214        1,228

สรุป ราคาทองคำวานนี้ปิดทรงตัวแทบไม่เปลี่ยนแปลง  แม้ว่าราคาทองคำจะได้รับแรงหนุนจากสกุลเงินปอนด์และยูโรที่แข็งค่าขึ้นจนกดดันให้สกุลเงินดอลลาร์อ่อนค่าลง  หลังนายมิเชล บาร์นิเยร์ ตัวแทนเจรจาฝ่ายสหภาพยุโรป (EU) ในประเด็นการแยกตัวของอังกฤษออกจาก EU (Brexit) คาดว่ามีความเป็นไปได้ที่อังกฤษจะสามารถบรรลุข้อตกลงกับสหภาพยุโรป (EU) เกี่ยวกับการแยกตัวออกจาก EU (Brexit) ภายใน 6-8 สัปดาห์นี้  ขณะที่ภาพรวมราคาทองคำยังคงฟื้นตัวขึ้นในกรอบจำกัด  โดยได้รับแรงกดดันจากแนวโน้มที่ธนาคารกลางสหรัฐ(เฟด)จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมวันที่ 25-26 ก.ย.นี้  บวกรวมกับความวิตกเกี่ยวกับสงครามการค้าระหว่างสหรัฐและจีน  หลังจากล่าสุดนายเกิง ชวง โฆษกกระทรวงการต่างประเทศจีน กล่าวว่า จีนพร้อมจะตอบโต้สหรัฐทันทีหากสหรัฐเรียกเก็บภาษีนำเข้าสินค้าจีนรอบใหม่ หลังประธานาธิบดี ทรัมป์ออกมาขู่จะเก็บภาษีนำเข้าสินค้าจีนรอบใหม่วงเงิน 2.67 แสนล้านดอลลาร์นอกเหนือจากที่มีแผนเรียกเก็บภาษีสินค้าจีนวงเงิน 2 แสนล้านดอลลาร์  สถานการณ์ดังกล่าวยังคงกดดันหยวนเมื่อเทียบกับดอลลาร์ซึ่งส่งผลเชิงลบต่อราคาทองคำ  สำหรับวันนี้ติดตามการเปิดเผยดัชนีภาวะธุรกิจขนาดเล็กเดือนส.ค. จาก NFIB, สต็อกสินค้าคงคลังภาคค้าส่งเดือนก.ค.  และตำแหน่งงานว่างเปิดใหม่ (JOLTS Job Openings)ของสหรัฐ

ที่มา :  บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด


 

 

 


ราคาทองคำ สหภาพยุโรป ธนาคารกลางสหรัฐ