จี้ ‘รมว.พลังงาน’ อุดรูรั่วทุจริต

10 September 2018






ศิริ จิระพงษ์พันธ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน



องค์กรต่อต้านคอร์รัปชันจี้ “รมว.พลังงาน” อุดรูรั่วทุจริต แนะแก้ระบบตรวจสอบภายในที่ยังไม่มีประสิทธิภาพ ด้าน “พล.อ.อ. ประจิน” เบรกคำของบกอง ทุนอนุรักษ์พลังงาน ปี 2561-2562 สั่งตรวจสอบแล้วรายงานกลับมา 21 ก.ย.นี้

นายมานะ นิมิตรมงคล เลขาธิการองค์กรต่อต้านคอรัปชัน (ประเทศไทย) กล่าวกับ “ฐานเศรษฐกิจ” ถึงกรณีที่สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ตรวจสอบการขอใช้งบของกองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน ในปี 2562 กว่า 800 โครงการ รวมวงเงินกว่า 3.1 หมื่นล้านบาทว่า หน่วยงานภาครัฐมีกองทุนหมุนเวียนอยู่ 114 กองทุน มีเงินประมาณ 5-6 แสนล้านบาท ที่ผ่านมาการใช้เงินยังขาดความโปร่งใส เป็นช่องทางให้เกิดการรั่วไหลและทุจริตพอสมควร จึงเสนอถึง นายศิริ จิระพงษ์พันธ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ในการแก้ปัญหาว่า ต้องแก้ที่ระบบตรวจสอบภายในให้เข้มแข็ง เพราะระบบราชการมีปัญหาตรวจสอบภายในทั้งระบบที่ไม่เข้มแข็ง ไม่มีประสิทธิภาพและไม่ได้มาตรฐาน จึงทำให้เป็นปัญหาที่หมักหมมระบบในราชการ
“ก็เป็นปัญหาของรัฐมนตรีที่รับผิดชอบ เพราะคิดว่ามานั่งทำงานไม่นานแล้วก็ไป ก็จะมุ่งเดินไปข้างหน้าในงานของตัวเองมากกว่า จึงไม่ได้แก้ไขระบบงานที่เป็นปัญหา จึงเสนอให้กระทรวงพลังงานให้ความสำคัญกับการยกระดับระบบตรวจสอบภายใน ให้เป็นที่ยอมรับจริงจัง ให้ได้มาตรฐาน” นายมานะกล่าว

ด้านนายธรรมยศ ศรีช่วย ปลัดกระทรวงพลังงาน เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการกองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน ที่มี พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน วันที่ 6 กันยายน 2561 ยังไม่อนุมัติโครงการใดๆ ที่ขอ ใช้งบกองทุนปี 2561 (เพิ่มเติม) และปี 2562 เนื่องจากต้องการรอความชัดเจนผลการตรวจสอบคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการใช้เงินกองทุน ซึ่งจะต้องรายงานผลตรวจสอบต่อคณะกรรมการกองทุนฯ ในวันที่ 21 กันยายนนี้

ธรรมยศ ศรีช่วย



อย่างไรก็ตาม ที่ประชุม รับทราบในหลักการการจัดทำคำของบประมาณ คือ 1. งบประมาณจากกองทุนประจำปี 2561 (เพิ่มเติม) สนับสนุนกลุ่มโครงการไทยนิยมยั่งยืน ในวงเงิน 5,200 ล้านบาท และ 2. งบประมาณจากกองทุนประจำปี 2562 ภายใต้ยุทธศาสตร์พลังงานตามแผนอนุรักษ์พลังงาน (EEP) และแผนพัฒนาพลังงานทดแทนและพลังงานทางเลือก (AEDP) ในวงเงิน 10,448 ล้านบาท

“ที่ประชุมได้เสนอแนะให้กลับไปพิจารณาใน 3 ประเด็น คือ 1. ควรกำหนดชื่อแผนงานให้สอดคล้องกับคำขอ เช่น ด้านการประชา สัมพันธ์ ควรระบุชื่อโครงการให้ชัดเจน 2. ควรพิจารณาด้านการกระจายโอกาสการขอใช้งบให้เกิดความทั่วถึง และ 3. คำขอใดที่ยังไม่สมบูรณ์ รายละเอียดไม่ครบถ้วน เพราะขาดประสบการณ์ในการจัดทำคำขอ ให้จัดส่งเจ้าหน้าที่ไปให้คำแนะนำ”

|เซกชั่น : การเมือง
| โดย : โต๊ะข่าวการเมือง
|หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ หน้า 16 ฉบับ 3399 ระหว่างวันที่ 9-12 ส.ค2561