ก๊อกแรก ‘พลังประชารัฐ’ ไร้แวว ‘สนธิรัตน์-อุตตม’ ร่วมวง

10 September 2018






ตามไทม์ไลน์ของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กำหนดให้พรรคการเมืองใหม่ที่เตรียมจัดตั้งพรรคต้องประชุมเพื่อเลือกผู้บริหารพรรคให้เสร็จสิ้นภายในเดือนกันยายนนี้ ขณะเดียวกันก็มีข่าวแพร่สะพัดว่า 2 รัฐมนตรีคือ นายอุตตม สาวนายน รมว.อุตสาหกรรม และ นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รมว. พาณิชย์ จะลาออกเพื่อเตรียมแสดงตัวต่อพรรคการเมืองที่จะสังกัดในฐานะหัวหน้าพรรค และเลขาธิการพรรคพลังประชารัฐที่จะมีการประชุมผู้ก่อตั้งพรรค ในวันที่ 15 กันยายนนี้ เวลา 09.30-14.00 น. ที่ห้องฟินิกซ์ อิมแพ็ค เมืองทองธานี

สนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์



“อุตตม-สนธิรัตน์” ยังสงวนท่าที

กระแสข่าวดังกล่าวแม้ต่อมาทั้ง 2 รัฐมนตรี จะออกมาโต้ว่าเป็นแค่ข่าวลือ ไม่มีมูลความจริง และไม่มีแผนที่จะลาออกในเวลาอันใกล้นี้ แต่ไม่แคล้วที่สังคมจะโฟกัสไปที่คำพูดของนายอุตตม ที่พูดทีเล่นทีจริงว่า “มาเป็นคู่ก็ไปเป็นคู่” หลังเข้าพบนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี ที่ทำเนียบรัฐบาล เมื่อวันที่ 3 กันยายน ที่ผ่านมา

ขณะที่ความเคลื่อนไหวของกลุ่มสามมิตร ที่มี นายสมศักดิ์ เทพสุทิน และ นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ เป็นแกนนำ ก็ถูกจับตามองมาอย่างต่อเนื่องหลังประกาศจะสนับสนุน พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรี และแสดงท่าทีชัดเจนว่าสนใจพรรคพลังประชารัฐ แต่หลังจากถูก “บิ๊กป๊อก” พล.อ. อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย เบรกอย่างจังว่า “ถ้าใครจะเคลื่อน ไหวอะไร ต้องเป็นไปตามกฎหมาย” ส่งผลให้ระยะหลังท่าทีจากแกนนำกลุ่มสามมิตรเริ่มเปลี่ยนไป

เห็นได้ชัดจากท่าทีของ นายสมศักดิ์ เทพสุทิน ที่ระบุว่ากลุ่มสามมิตรจะไปสังกัดพรรคพลังประชารัฐหรือไม่ ขณะนี้ยังไม่ได้ตกลงกันว่าจะไปร่วมพรรค การเมืองใด ต้องคุยกันอย่างละเอียดภายในกลุ่มก่อน อย่างไรก็ตาม จะไม่ตั้งพรรคการเมืองเองแน่นอน

อุตตม สาวนายน



“พรรคพลังประชารัฐถือเป็นตัวเลือกอันดับแรกที่น่าสนใจ แต่ต้องดูโครงสร้างและนโยบายหลักของพรรคด้วยว่าเข้ากับกลุ่มสามมิตรได้มากน้อยเพียงใด ส่วนขุมกำลังและความพร้อมของกลุ่มสามมิตรมีเต็มที่ และมีสมาชิกผู้เชี่ยวชาญครอบคลุมหลายๆ ด้าน ซึ่งต้องรอดูกัน เชื่อว่าหลายพรรค หลายกลุ่มมีความพร้อมเช่นเดียวกับเรา”

“ชวน”หาคนอื่นแทน 2 รมต.ก่อน

ท่ามกลางความสนใจของสังคม “ชวน ชูจันทร์” ผู้ก่อตั้งพรรคพลังประชารัฐ อีกหมวกหนึ่งในฐานะประธานวิสาหกิจชุมชนท่องเที่ยวเชิงเกษตรตลาดนํ้าคลองลัดมะยม หรือที่ชาวบ้าน เรียกติดปากว่า “ลุงชวน” ให้สัมภาษณ์ “ฐานเศรษฐกิจ”ว่า เรื่องการตั้งพรรคเราพร้อมเต็มที่ ตั้งพรรคได้แน่นอน เพราะต้องให้แล้วเสร็จภายในเดือนกันยายนนี้ ส่วนจะมีคนในรัฐบาลเข้ามาเป็นผู้บริหารพรรคหรือไม่นั้น ยังไม่สามารถตอบให้ชัดเจนได้ เพราะยังไม่เคยได้คุยกัน

ชวน ชูจันทร์



“ถ้าเป็นไปตามข่าวว่าเขาไม่ออกมาด้วยเหตุผลเรื่องงานหรืออะไรก็แล้วแต่ ถ้าลาออกมางานในรัฐบาลใครจะทำต่อ งานรัฐบาลจะเสียหายหรือไม่ ตรงนี้ก็ต้องดู แต่ก็มีช่องทางอื่น เราก็ต้องหาคนมาอยู่ในตำแหน่งแทน เพราะการยื่นจดทะเบียนพรรคก็ต้องยื่นเสร็จในเดือนกันยายนนี้ และต้องเป็นคนที่มีคุณสมบัติถูกต้องตามกฎหมาย ต้องทำให้พรรคเกิดขึ้นก่อน หลังจากนั้นก็จัดประชุมใหญ่เปลี่ยนตำแหน่งอะไรมันทำได้อยู่แล้ว”

ที่สำคัญต้องให้คนในสังคมเข้าใจว่าในระบอบประชา ธิปไตย การเปลี่ยนตำแหน่งในรัฐบาล หรือในพรรคการเมืองเป็นเรื่องปกติ ต้องทำให้คนมีพลังมีความหวัง ยังพึ่งได้ คนในรัฐบาลจะออกมาอยู่ไหมยังให้คำตอบไม่ได้ ถ้าลาออกมางานในรัฐบาลใครจะทำต่อ งานรัฐบาลจะเสียหายหรือไม่ แต่ก็มีช่องทางที่จะเข้ามาได้
ยํ้าไม่เคยคุยกับสามมิตร

นายชวน กล่าวถึงความสัมพันธ์กับกลุ่มสามมิตรว่า ตนไม่ได้มีความสัมพันธ์อะไรกับใครในกลุ่ม ไม่เคยคุยกันเลย ท่าทีก็อย่างที่รู้จะอยู่หรือไปก็ยังไม่แน่ หลังเป็นพรรคเรียบร้อยแล้วจะมาสมัครเป็นสมาชิกหรือไม่ก็ยังไม่ทราบ หลายคนมองเราอยู่ก็บอกว่ามาก็เสียคะแนน แต่ก็เข้าใจ ในระบอบของเราจะสมบูรณ์ทั้งหมดยาก กระบวนการทางการเมืองต้องใช้เวลา ระบอบการเมืองที่ใช้อยู่ตอนนี้มันช้าต้องทำให้ชาวบ้านเข้มแข็ง เมื่อชาวบ้านเข้มแข็งประเทศชาติก็จะเติบโตยั่งยืน

“ใครจะเป็นตำแหน่งอะไร ผมว่าอย่าไปสนใจ ที่ผ่านมาเราคุ้นเคยแต่คำว่า อัศวินม้าขาว ถ้ามาแล้วเราจะสบาย ที่ผ่านมาก็เคยมีคนเก่ง แต่เราก็เคยผิดหวังมาแล้วไม่ใช่หรือ เก่งที่สุด ทำธุรกิจสุดยอด ที่ไหนได้ พอมาตรงนี้เรียบร้อยเลย”

นายชวน ยังสะท้อนมุมมองต่อการพัฒนาชุมชนฐานรากว่า โจทย์ประเทศไทยในวันนี้ก็คือประเทศต้องเดินต่อไปให้ได้ ตอนนี้ตนรุกเรื่องการแก้ปัญหากลุ่มคนฐานรากของประเทศ ซึ่งเป็นเกษตรกร และคนที่มีรายได้น้อย ตอนนี้เราต้องทำโครงสร้างกระบวนการต่างๆ ให้ชาวบ้านเข้มแข็งอย่างต่อเนื่อง ซึ่งต้องใช้เวลา เพราะสมาชิกในชุมชนประชารัฐทั่วประเทศตั้งแต่จังหวัดยะลา ยันแม่ฮ่องสอน ประมาณ 500 ชุมชน หรือจำนวนหลายหมื่นคน สิ่งที่เราสนับสนุนรัฐบาลก็คือความต่อเนื่อง เช่น การพัฒนาอาชีพเกษตรกรเวลา 3-4 เดือนไม่เสร็จ เพราะกระบวนการจัดการกับชุมชนต้องใช้เวลา

“เป้าหมายของเราคือ พรรคที่ทำอยู่ หลายคนที่เข้ามาคุยแนวทางไปด้วยกันได้ ความใหญ่โตของพรรคไม่ได้อยู่ที่พรรค ไม่ได้อยู่ที่คน แต่อยู่ที่โครงสร้างข้างล่าง เพราะวันนี้ในพื้นที่ของเราแทบไม่มีคนของรัฐ ชาวบ้านจะจัดการกันเอง อย่างโครงการเห็ดของธนาคารจะโอนเงินมาให้เลย ข้าราชการจะดูอยู่ห่างๆ โรงเห็ดใช้ได้ 10-20 ปี แล้วเพาะเชื้อเอง ชาวบ้านก็มาทำร่วมกัน เรื่องตลาดก็เป็นเรื่องรัฐมนตรีที่จะหาให้ หรือเขาขายกันเองได้ เป็นสิ่งที่ชุมชนทำกันเอง

“ผมก็ไม่มั่นใจว่าคนที่จะเข้ามาอยู่กับเรา จะเข้าใจประเด็นนี้มากน้อยแค่ไหน ก็ต้องโยนประเด็นนี้ให้ช่วยกันคิด” เป็นประโยคที่ชวนคิดไม่น้อย

|เซกชั่น : การเมือง
| โดย : โต๊ะข่าวการเมือง
|หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ หน้า 16 ฉบับ 3399 ระหว่างวันที่ 9-12 ส.ค2561



อุตตม สาวนายน พลังประชารัฐ สนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์