ทางออกนอกตำรา : ปิดฉากเก็บภาษีที่ดินฯ? ‘นายกฯลุงตู่’ ช่วยตอบหน่อย...

8 September 2018








เดือนกันยายน 2561 จะเป็นวันดีเดย์ครั้งสุดท้ายว่า ร่างกฎหมายภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ฉบับที่ พ.ศ...ที่รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ประกาศเป็นนโยบายว่า จะผลักดันทำคลอดออกมาให้ได้ แต่จนบัดนี้ยังลูกผีลูกคน ผ่านวาระ 1 แล้ว แต่ในชั้นกรรมาธิการวิสามัญ เพื่อดูในรายละเอียด ยังเถียงกันไม่จบ ดึงกันไป ยื้อกันมาไม่เสร็จสิ้นเสียที

ในข้อเท็จจริง พ.ร.บ.ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง มีความพยายามผลักดันตั้งแต่ยุครัฐบาล ชวน หลีกภัย เมื่อปี 2537 แต่ไม่เคยสำเร็จ เพราะเราพึ่งนํ้ายานักการเมืองแบบ “ท่าดีทีเหลว”

ในยุครัฐบาล คสช. ของนายกฯลุงตู่ เริ่มต้นสวยหรู แต่ก็เจอโรคเลื่อนในการพิจารณาในชั้นกรรมาธิการวิสามัญฯ มาแล้ว 8 ครั้ง ครั้งละ 90 วัน รวมแล้วร่วม 2 ปีเศษ ทำสถิติเป็น “กฎหมายที่ทำนิวไฮ” มากกว่าการขึ้นลงของตลาดหุ้น ในเรื่องการขอต่ออายุการพิจารณาอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน และมากที่สุดในประวัติศาสตร์กฎหมายไทย

จากที่รัฐบาลเคยประกาศว่า จะเร่งรัดผลักดันให้มีผลบังคับใช้ภายในวันที่ 1 มกราคม 2561 เลื่อนเป็นวันที่ 1 มกราคม 2562 ล่าสุดมีการแบะท่าส่งสัญญาณมาว่าถ้าพิจารณาออกกฎหมายมา จะต้องเลื่อนบังคับใช้ไปในวันที่ 1 มกราคม 2563
เดิมนั้นมีการกำหนดเส้นตายไว้ในเดือนกรกฎาคม 2561 แต่มีการขอต่ออายุไปเป็นเดือนกันยายน 2561 ถ้าการพิจารณาหรือการประชุมของคณะกรรมา ธิการวิสามัญในวันที่ 24 กันยายน 2561 นี้ ยังไม่มีข้อยุติ และมีการขอเลื่อนการพิจารณาออกไปอีก 90 วัน รับประกันได้ว่า กฎหมายฉบับนี้ “แท้ง” แน่นอน

เพราะถ้าเลื่อนการพิจารณาในชั้นสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ออกไปอีก 90 วัน เท่ากับว่าจะเป็นช่วงเดือนธันวาคม จึงจะเข้าสู่การพิจารณาในวาระ 2 และวาระ 3 ในชั้น สนช. และต้องใช้เวลาอีกช่วงกว่ากฎหมายจะมีผลบังคับใช้

แน่นอนที่สุดว่า ในห้วงที่เข้าสู่โหมดการเลือกตั้ง ตามที่รัฐบาลประกาศไว้ว่าเป็นวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2562 ถ้าเป็นเช่นนี้แล้วไซร้ คงไม่มีรัฐบาลชุดไหนกล้าออกกฎหมายที่ไปทุบหม้อข้าว หม้อแกง ไปเก็บเงินจากนายทุนที่สนับสนุนพรรค หรือไปออกกฎหมายที่ทำให้ชาวบ้านเดือดร้อน...

เพราะกฎหมายฉบับนี้ถูกตราหน้าจากคนรวยที่เสียงดังให้ชาวประชาเห็นพ้องกันว่า เป็นกฎหมายทรัพย์สิน หรือพร็อพเพอร์ตี แท็กซ์ (Property Tax) ขืนไปออกกฎหมายในบั้นปลายรัฐบาลก็เท่ากับเป็นการ “แขวนคอตาย” ทางการเมืองเท่านั้น ....จริงมั้ยครับ นายกฯลุงตู่...

คำถามที่ต้องการคำตอบคือ เกิดอะไรขึ้นกับการผลักดันกฎหมายภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ใช่เพราะนายทุนผู้ถือครองที่ดิน 200-500 ไร่ ไปจนถึงนายทุนถือครอง 5-6 หมื่นไร่คัดค้าน....
ใช่เพราะนายทหารที่เต็มสภานิติบัญญัติแห่งชาติไปถือครองที่ดินอยู่มากมายคอยเตะถ่วง หรือใช่ว่าเพราะบรรดาองค์กรเอกชน สมาคมภาคธุรกิจที่สำคัญ เช่น สมาคมธนาคารไทย สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ออกโรงมาคัดค้านเนื่องจากเห็นว่าร่างกฎหมายดังกล่าวส่งผลกระทบและสร้างภาระให้กับประชาชนและภาคธุรกิจทั้งขนาดเล็กและขนาดใหญ่ เช่น การขาดความชัดเจนในการตีความหากนำไปปฏิบัติในแต่ละพื้นที่ที่มีความแตกต่าง การกำหนดอัตราภาษีที่ภาครัฐจะเรียกเก็บเป็นเพดานสูงสุดในอนาคตจะส่งผลเสียต่อการลงทุนหรือเพราะอะไรกันแน่

ล่าสุด “พรเพชร วิชิตชลชัย” ประธาน สนช. ออกมาส่งสัญญาณทางคำพูดชนิดที่ไม่แกะเทป ก็อาจเลยผ่านไปว่า “การพิจารณาร่างกฎหมายภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างไม่น่าจะมีปัญหา ตอนนี้อยู่ระหว่างดูให้เกิดความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย ส่วนจะเลื่อนการบังคับใช้ไปเป็นปี 2563 หรือไม่นั้น ถ้าการพิจารณาของ สนช.ไม่เสร็จจริง ๆ ฟังดูแล้วรัฐบาลน่าจะฟังเสียงประชาชน และฟังเสียงหลังการเลือกตั้ง หรือองค์ประกอบพรรคการเมืองต่างๆ ซึ่งอาจเลื่อนก็ได้ โดยรัฐบาลใหม่ต้องนำมาทบทวน” แปลความกันเอาเองนะครับ ผมไม่ต้องอรรถาธิบาย

ยิ่งมาเจอการให้สัมภาษณ์แบบคนตรงอย่าง “วิสุทธิ์ ศรีสุพรรณ” รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลังที่อธิบายถึงความคืบหน้าของการจัดเก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างว่า ได้ทยอยพิจารณากฎหมายลูกหลายฉบับแล้ว แต่ต้องรอหารือกับหน่วยงานจัดเก็บภาษี และคณะกรรมาธิการฯให้รอบคอบ ยอมรับว่าอายุของคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง จะครบกำหนดอายุทำงานสิ้นเดือนกันยายนนี้ จึงต้องลุ้นว่าจะเสนอ สนช.พิจารณาร่างกฎหมายในวาระ 2-3 ได้ทันตามกำหนดในรัฐบาลชุดนี้หรือไม่...

แปลง่ายๆว่า กฎหมายฉบับนี้ จบกัลลลลล.....

พรเพชร วิชิตชลชัย



ผมไม่รู้ว่า สนช. จะคิดอย่างไร แต่รู้สึกหงุดหงิดกับการไม่ติดเครื่องของ สนช. จึงไปค้นข้อมูลตรวจสอบดูว่า สนช. ที่มีทหาร ตำรวจ ผู้นำเหล่าทัพทั้งในและนอกราชการเต็มสภา นักธุรกิจมีเงินเป็นพันล้าน หมื่นล้านบาทร่วมพิจารณาผลักดันมีทรัพย์สินที่ดินมากน้อยแค่ไหนจึงทำให้เรื่องไม่คืบหน้า ปรากฏว่าบริษัทยักษ์ใหญ่ด้านค้าขายที่ดินเขารวบรวมไว้พบว่า บรรดา สนช. 247 คน ครอบครองที่ดินมูลค่ารวมกัน 9,803 ล้านบาท

สนช.ที่ครอบครองที่ดินที่มีมูลค่ามากที่สุดอยู่ที่ 1,197 ล้านบาท น้อยที่สุดคือ 200,000 บาท ถัวเฉลี่ยคนละ 42 ล้านบาท

และเมื่อตรวจสอบทรัพย์สินของบรรดารัฐมนตรี และรัฐมนตรีช่วย ในรัฐบาล คสช. ที่มี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรี พบว่าบรรดารัฐมนตรี 33 คน มีที่ดินรวม 297 แปลง เนื้อที่ 639 ไร่ มูลค่ารวม 2,011 ล้านบาท

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา และคู่สมรส ถือครองที่ดิน 5 แปลง เนื้อที่ 26 ไร่ มูลค่า 7.63 ล้านบาท

ขณะที่ข้อมูลที่สนช.รายงานต่อ ป.ป.ช. พบว่าพล.ร.อ.กำธร พุ่มหิรัญ อดีต ผบ.ทร. มีทรัพย์สิน 801.788 ล้านบาท มีทรัพย์สินที่ดิน 65 ล้านบาทคู่สมรส 601 ล้านบาท โรงเรือนและสิ่งปลูกสร้าง 4 ล้านบาท ของคู่สมรส 97 ล้านบาท
พล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ มีทรัพย์สินมากกว่าหนี้สิน 362 ล้านบาท มีทรัพย์สิน ที่ดิน 1.2 ล้านบาท คู่สมรส 284.341 ล้านบาท โรงเรือนและสิ่งปลูกสร้าง คู่สมรส 60 ล้านบาท นายอิสระ ว่องกุศลกิจ ประธานสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย มีทรัพย์สินมากกว่าหนี้สิน 5,225 ล้านบาท มีทรัพย์สิน ที่ดิน 104 ล้านบาท คู่สมรส 18 ล้านบาท โรงเรือนและสิ่งปลูกสร้าง 170 ล้านบาท คู่สมรส 30 ล้านบาท

พล.ร.อ.พลวัฒน์ สิโรดม อดีตผู้ช่วย ผบ.ทร. มีทรัพย์สินมากกว่าหนี้สิน 264 ล้านบาท มีทรัพย์สิน ที่ดิน 10 ล้านบาท คู่สมรส 193 ล้านบาท โรงเรือนสิ่งปลูกสร้าง 15.8 ล้านบาท คู่สมรส 3 ล้านบาท นายอนุศาสน์ สุวรรณมงคลมีทรัพย์สิน 557 ล้านบาท มีทรัพย์สินที่ดิน 133 ล้านบาท โรงเรือนและสิ่งปลูกสร้าง 79 ล้านบาท

พล.อ.อ.อิทธพร ศุภวงศ์ อดีตผบ.ทอ.มีทรัพย์สินมากกว่าหนี้สิน 263 ล้านบาท มีทรัพย์สิน ที่ดิน 92 ล้านบาท คู่สมรส 89 ล้านบาท โรงเรือนและสิ่งปลูกสร้าง 25 ล้านบาท พล.ร.อ.ลือชัย รุดดิษฐ์  ว่าที่ ผบ.ทร.มีทรัพย์สินมากกว่าหนี้สิน 187 ล้านบาท มีทรัพย์สิน ที่ดิน 170 ล้านบาท คู่สมรส 7 ล้านบาท

พล.ต.ท.ชาญเทพ เสสะเวช มีทรัพย์สิน 282 ล้านบาท มีทรัพย์สิน ที่ดิน 47 ล้านบาท คู่สมรส 25 ล้านบาท บุตรที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ 20 ล้านบาท โรงเรือนและสิ่งปลูกสร้าง คู่สมรส 25 ล้านบาท บุตรที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ20 ล้านบาท พล.ต.ณรงค์พันธ์ จิตต์แก้วแท้ มีทรัพย์สิน 165 ล้านบาท มีทรัพย์สิน ที่ดิน คู่สมรส 96 ล้านบาท โรงเรือนและสิ่งปลูกสร้าง 12 ล้านบาท คู่สมรส 27.673 ล้านบาท พ.ต.ท.พงษ์ชัย วราชิต มีทรัพย์สินมากกว่าหนี้สิน 219 ล้านบาท มีที่ดิน 130 ล้านบาท โรงเรือนและสิ่งปลูกสร้าง 3 ล้านบาท

รับทราบกันพอรึยังครับ...ประเทศไทยช่างมืดมิดเหลือเกิน...พี่น้องเอ๋ย ผมไม่อยากจะเล่าให้ฟัง...

|คอลัมน์ : ทางออกนอกตำรา
|โดย : บากบั่น บุญเลิศ
|หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ หน้า 6 ฉบับ 3399 ระหว่างวันที่ 9-12 ก.ย.2561



ภาษีที่ดิน ทางออกนอกตำรา