ปฏิกิริยา : หยุดเสียที โกงบ้านกินเมือง พรรคใด? จะเป็นความหวังให้เรา...

7 September 2018






การเคลื่อนไหวทางการเมือง หลังจากคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.)ได้คลายล็อก 6 ประเด็น เปิดทางให้พรรคการเมืองทำกิจกรรมทางการเมืองได้มากขี้นในช่วงเดือนกันยายน-ธันวาคม 2561 นั้น มีมูฟเมนต์ใหม่ๆออกมาวันต่อวัน

ที่ชวนให้จับตาคือขยับตัวของแต่ละขั้วแต่ละพรรคการเมือง อย่างพรรคเพื่อไทย ท้ายที่สุดแล้ว ใครจะตรงสเปกเป็นหัวหน้าพรรค เช่นเดียวกับมูฟเมนต์ที่คอการเมืองรอคอยไม่แพ้กัน นั้นคือการตัดสินใจของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ว่าท้ายที่สุดแล้วจะดำเนินการทางการเมืองอย่างไร การประชุมพรรคพลังประชารัฐที่หลายคนอยากเห็นหัวหน้าพรรค เลขาพรรค เขาผู้นั้นคือใคร

แต่ให้ฮือฮาจนกลายเป็นข่าวพาดหัวไม้ของหนังสือพิมพ์กับทีวีอีกหลายช่อง เห็นจะเป็นกรณีนักการเมืองกล่าวโทษกันว่า อีกฝ่ายหนึ่งเริ่ม “ซื้อเสียงล่วงหน้า” กันแล้ว

จริงเท็จไม่รู้ แต่จากกรณีนี้แสดงให้เห็นสัจธรรมอย่างหนึ่งว่า ที่สุดแล้วบรรยากาศการเลือกตั้งที่จะมีขึ้น จะกลับไปสู่วังวนเดิมๆ อีก
อย่างที่ผู้เขียนพยายามฉายให้เห็นถึงภาพความน่าสะพรึงกลัวของ "ธุรกิจการเมือง" ในหัวข้อ "เริ่มแล้วยุทธการชิงเมือง" ในคอลัมน์ปฏิกิริยา ที่นำเสนอไปเมื่อปลายเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา
ผู้เขียนขอสะท้อนข้อมูลประการหนึ่งซึ่งสำคัญมาก แต่มักจะถูกปิดทับการรับรู้ด้วยภาพชูโรงด้านเศรษฐกิจการแก้ปัญหาปากท้องประชาชนทุกๆครั้งที่มีการเลือกตั้ง

นั่นคือภัยร้าย “การทุจริตคอร์รัปชั่น” ที่นับวันจะกัดกร่อนลงลึกในทุกระบบทุกระดับของสังคมไทย แม้หลายๆฝ่ายรวมทั้งองค์กรระดับโลก จะพยายามอย่างยิ่งที่จะรณรงค์เรื่องนี้

“การทุจริตคอร์รัปชัน” เป็นปัญหาใหญ่ของประเทศมาเนิ่นช้า น่าจะเรียกว่าชอนไชเข้าไปทุกขุมข่าย ทุกหน่วยงานหลากหลายรูปแบบและนับวันยิ่งทับและซับซ้อนยากจะอธิบาย

แม้จะเห็นทุกครั้งที่มีการปฏิวัติด้วยรัฐบาลสีเขียว หรือรัฐบาลทหารมักออกมาชูโรงโค่นล้มรัฐบาลจากการเลือกตั้ง แต่พอเอาเข้าจริงไม่มีรัฐบาลไหนสามารถเอาจริงเอาจังกับปัญหานี้ แถมเปิดช่องให้ข้าราชการบางกลุ่มบางคน หาประโยชน์จากพื้นที่สีเทา หรือความไม่ชัดเจนในข้อปฏิบัติของนโยบาย
เท็จจริงอย่างไรวงในคงรู้กันดีอยู่

ผู้เขียนเห็นว่าเป็นข้อบกพร่องและขาดความรัดกุมในการบริหารอย่างมาก เรื่องนี้ ก็เป็นเรื่องน่าห่วงใยมาก ยิ่งสืบค้นข้อมูล ก็พบว่าที่ผ่านมาโพลล์ต่างๆชี้ไปทางเดียวกันว่าประชาชนยังเห็นเรื่องการทุจริตคอร์รัปชันในบ้านเมืองเรา เป็นเรื่องธรรมดาไปเสียแล้ว ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาชน แม้แต่องค์กรระดับโลก ก็ชี้ว่าประเทศไทยมีระดับคอร์รัปชันอยู่ชั้นท็อป

ด้วยเหตุนี้ประเทศไทย จึงล้มลุกคลุกคลานมาตลอด แม้กระทั้งรัฐบาลสีเขียว ที่มุ่งเข้ามาปราบมุ่งเข้ามาปรามการทุจริตคอร์รัปชันในทุกวงการ กลับมีผลสำรวจจากสำนักโพลล์ พบว่าการทุจริตคอร์รัปชั่นแม้จะดีขึ้น แต่ก็ยังเบ่งบานไม่แพ้รัฐบาลยุคประชาธิปไตย

ในการเลือกตั้งที่จะมีขึ้นอีกไม่นานนี้ จะมีพรรคไหนทั้งพรรคเก่าพรรคใหม่ ชูนโยบายสำคัญ ต่อต้านปราบปรามการทุจริตคอร์รัปชันกันบ้างมั้ย ผู้เขียนยังไม่อยากหวังถึงการขจัด หรือปราศจากหรอก แค่ชูนโยบาย ลดทอน การโกงกินชาติ เป็นเรื่องที่เราต้องคอยตามติด

ผู้เขียนได้แต่หวังว่า ผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งซึ่งจะเป็นคนรุ่นใหม่ๆมากขึ้นเรื่อยๆ จะให้ความสำคัญกับเรื่องนี้ เพื่อพินิจ พิจารณาไต่ตรอง ว่าพรรคใดจะชูนโยบายเด่นด้านนี้

ถึงแม้จะเลือนราง แต่ก็ยังหวังว่าคนไทยพอจะเห็นแสงโดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ที่จะมีสิทธิ์เลือกตั้งมากขึ้น ซึ่งผู้เขียนหวังว่าคนกลุ่มนี้จะเป็นกำลังสำคัญของคนในชาติในการพัฒนาระบอบประชาธิปไตยของไทยในยุคต่อไป
พอมองเห็นได้ “ทางเลือกของชาติ” จากนี้ไป

|คอลัมน์ : ปฏิกิริยา
|โดย : บิ๊กอ๊อด ปากพนัง


ปฏิกิริยา โกงบ้านกินเมือง บิ๊กอ๊อด ปากพนัง