MINI CooperS Hatch LCI เจ้าตำรับหล่อลากไส้(ตับ ไต)สะเทือน

12 September 2018






 



ไมเนอร์เชนจ์หลังผ่านไปประมาณ 4 ปี ที่มินิ ประเทศ ไทย ส่งโฉมใหม่ของ F56 ลุยตลาด ผมจำได้ว่าตอนนั้นยกขบวนนักข่าวไปประเดิมขับกันถึงสนามแก่งกระจาน เซอร์กิต จังหวัดเพชรบุรี

F56 ณ ตอนนั้นพัฒนาจาก R56 ไปเยอะจนน่าใช้ ทั้งเรื่องขุมพลัง ช่วงล่างที่ประนีประนอมกับพื้นถนน และเทคโนโลยียานยนต์ใหม่ๆ ที่เพิ่มความสะดวกสบาย ให้สมราคากับการเป็นรถราคา 2-3 ล้านบาทขึ้นไป

ถือว่าเริ่มลงตัวครับสำหรับ “มินิ” ภายใต้หลังคาของบีเอ็ม ดับเบิลยู ก็ยกเทคโนโลยียานยนต์ของบริษัทแม่มาใช้ ตามหลักอุตสาหกรรมยานยนต์ยุคใหม่ที่ใช้พื้นฐานการพัฒนาร่วมกัน



โฉมไมเนอร์เชนจ์ ที่บีเอ็มดับเบิลยูเรียกว่า LCI-Life Cycle Impulse หรือรุ่นที่ออกมากระตุ้นเลือดลมให้สูบฉีด ก็เป็นธรรมดาของรถกลางๆโมเดลที่ต้องปรับเปลี่ยน ล่าสุดผมมีโอกาสได้ลอง “มินิ คูเปอร์ เอส” ตัวถังแฮตช์แบ็ก 3 ประตู ถือเป็นรากเหง้าของแบรนด์นี้

ในระยะหลังมินิเพิ่มตัวถังให้หลากหลาย หวังเพิ่มโอกาสทางการขายต่อยอดจากลูกค้าเดิม และเพิ่มฐานลูกค้าใหม่ๆ แน่นอนว่า รถต้องอำนวยความสะดวกในการใช้งานในชีวิตประจำวันมากขึ้น ทั้งการขับขี่นุ่มสบาย ความอเนกประสงค์ เราจึงเห็นเอสยูวี “คันทรี  แมน” และ “แฮตช์แบ็ก 5 ประตู” รวมถึงสเตชันแวกอน “คลับแมน” ถูกปัดฝุ่นกลับมาทำตลาด

ส่วนใครที่หลงใหลรักจริง อยากสัมผัสโกคาร์ทฟิลลิ่ง คนกับรถเสมือนเป็นส่วนหนึ่งของกันและกัน ต้องมาที่ ตัวถังแฮตช์แบ็ก 3 ประตู เท่านั้น

เรียกว่า...ซื้อมาหล่อ และลำบากไปด้วยกัน



“มินิ คูเปอร์ เอส” แฮตช์ 3 ประตู มาในเสน่ห์ที่คมขาดบาดใจ แต่เห็นการเปลี่ยนแปลงไปพอสมควร ทั้ง โลโกมินิแบบเปลือย รายละเอียดในโคมไฟหน้าเป็นแบบวงแหวนเต็มวง ส่วนไฟท้ายวางเป็นลายธงยูเนียนแจ็กของสหราชอาณาจักร แนวตั้ง แนวนอน แนวตะแคง เปลี่ยนไปตามไฟเบรก ไฟเลี้ยว และการเปิดไฟใหญ่ ตลอดจนล้ออัลลอยลายใหม่(รุ่นปกติจะใช้ 17 นิ้ว แต่รุ่นไฮทริมจะใช้ 18 นิ้ว)

ภายในห้องโดยสารเข้า-ออกลำบากเหมือนเดิม เพราะรถเล็กหลังคาเตี้ย แต่เมื่อนั่งในตำแหน่งคนขับแล้ว เด็ดขาดได้ใจครับ การตกแต่งดูเร่งเร้า ปลุกอารมณ์ให้สตาร์ตเครื่องยนต์ และกระหนํ่าคันเร่ง



จุดสังเกตแรกของการเปลี่ยนแปลงคือ หัวเกียร์ทรงเหลี่ยมอวกาศ เป็นแบบสั่งงานด้วยไฟฟ้า(จอยสติก) ขณะที่การเลือกโหมดการขับขี่ Green,Sport จากเคยให้หมุนอยู่ตรงฐานของคันเกียร์ ก็ย้ายมาเป็นปุ่มตรงคอนโซลหน้าใกล้ๆกับปุ่มสตาร์ตเครื่องยนต์

นอกจากนี้ จอแสดงผลวงกลมโตยังเปลี่ยนมาเป็นแบบทัชสกรีนสั่งงานผ่านหน้าจอได้โดยตรง (แต่ยังมีปุ่มควบคุมตรงคันเกียร์เหมือนเดิม) และผมยังรู้สึกดีมากๆที่ได้เห็นเบรกมือแบบเดิมอยู่ในรถคันนี้ (รถยุโรปและญี่ปุ่นหลายรุ่น มุ่งมั่นที่จะเปลี่ยนเป็นเบรกมือไฟฟ้าให้ได้)

ผมชอบทัศนวิสัยของ มินิ แฮตช์ 3 ประตู ครับ ทั้งด้านหน้าตรง ด้านข้าง และด้านหลังผ่านไหล่ด้านซ้าย(เสาบีกับเสาซี) ทุกมุมดูโปร่ง เห็นสภาพการจรา0รภายนอกชัด ส่วนความเตี้ยของรถ ผมไม่คิดว่าเปHนปัญหา

รถเล็กๆ มุมมองเยี่ยม การวางตำแหน่งให้ล้อหน้า-หลังขับไปชิดกันชนมากที่สุกหรือฝรั่งเขาเรียกรถแบบโอเวอร์แฮงก์สั้นๆ พร้อมเซตช่วงล่างการควบคุมมาแบบหนึบแน่น ตอบสนองความสนุกสนานในการขับขี่อย่างเต็มที่ จังหวะเลี้ยวเปลี่ยนเลนทำได้คล่องแคล่ว  แม่นยำในการเกาะโค้ง ซึ่งจริงๆผมว่าโครงสร้างรถแบบนี้ เครื่องยนต์ไม่ต้องแรงก็ขับได้ยอดเยี่ยมแล้ว



สำหรับเครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบ 2.0 ลิตร เทอร์โบ ในรุ่นคูเปอร์เอส ให้กำลัง 192 แรงม้าเท่าเดิม แต่ด้วยการเปลี่ยนมาใช้เกียร์ดูอัลคลัตช์ 7 สปีด ยังส่งผ่านกำลังลงสู่ล้อคู่หน้าได้รวดเร็วแม่นยำ แม้ผมจะไม่รู้สึกว่าอารมณ์การขับขี่จะต่างกับเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีดเดิมมากมาย

อย่างไรก็ตาม มินิเคลมว่า เกียร์ชุดนี้ช่วยให้รถกินนํ้ามันน้อยลง 5% เมื่อเทียบกับรุ่นเดิม โดยอัตราบริโภคนํ้ามันเฉลี่ยของมินิ คูเปอร์ เอส แฮตช์ 3 ประตู ทำได้ 5.8 ลิตรต่อ100 กม. หรือ 17.24 กม./ลิตร ขณะที่อัตราการปล่อยไอเสีย 135 กรัม/กม. (F56รุ่นเดิม 6 ลิตรต่อ100 กม.หรือ 16.66 กม./ลิตร และปล่อยไอเสีย 143 กรัม/กม.)



ยอดขาย “มินิ” ระดับ 1,000 คันต่อปี อาจดูไม่เยอะเมื่อเทียบกับตลาดรวม 1 ล้านคัน เซHกเมนต์รถหรู 3 หมื่นคัน หรือคิดเป็น10% ของยอดขายบีเอ็มดับเบิลยูในไทย ซึ่งกลายเป็นว่าสถานการณ์ของมินิ ต้องขึ้นอยู่กับจังหวะการเปิดตัวรถใหม่ และรุ่นประกอบในประเทศของ“คันทรีแมน” (ย้ายไปประกอบมาเลเซียแล้ว) ด้วยเอกลักษณ์เฉพาะตัว ยังเป็นเส้นแบ่งให้ “มินิ” มีแต่ลูกค้าเฉพาะกลุ่ม แม้จะพยายามเพิ่มทางเลือกหลากหลายทั้งตัวถังและขุมพลังแล้วก็ตาม

รวบรัดตัดความ...ใครอยากทำความรู้จักกับ “มินิ” อย่างลึกซึ้ง ลองมาเริ่มกับ “คูเปอร์ เอส แฮตช์ 3 ประตู” รุ่นนี้ได้ ด้วยสมรรถนะสปอร์ตเต็มขั้น จากการควบคุมเด็ดขาด พร้อมช่วงล่างที่หนึบแน่นแบบแอบกระด้างเล็กน้อย ขับแล้วโดดเด่นบนท้องถนน แต่คุณต้องมีอารมณ์ศิลปินผสมความลุ่มหลงในแบรนด์นี้พอสมควร เพื่อแลกกับความสะดวกสบายที่ลดลงไป

หน้า 32-33 หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ฉบับที่ 3,399 วันที่ 9 - 12 กันยายน พ.ศ. 2561