มารยาตลาดหุ้น : หนี้เน่าหมื่นล้าน Earth กับแผนปล้นแบงก์กรุงไทย และ“ผู้พิพากษา พ.”

7 September 2018






 

ก่อนหน้านี้เมื่อ ธันวาคม 2560 “ธนาคารกรุงไทย” ได้เข้าร้องทุกข์กล่าวโทษต่อกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ให้ลุยสอบปมการปลอมใบขนถ่านหินนำเข้าจากอินโดนีเซียของ “บมจ.เอ็นเนอร์ยี่  เอิร์ธ” หรือ “Earth” ที่ใช้เป็นหลักฐานการกู้เงินหลายพันล้าน จนภายหลังเป็นเหตุให้ผิดนัดชำระหนี้หลักหมื่นล้านบาท และเข้าสู่กระบวนการฟื้นฟูกิจการ

โดยกลุ่มกรรมการที่ถูกกล่าวหาประกอบด้วย 1.นายพิสุทธิ์ พิหเคนทร์ อดีตประธานบริษัท 2.นายขจรพงศ์ คำดี อดีตผู้บริหาร 3.นายพิรุฬห์ พิหเคนทร์ 4.นายพิพรรธ พิหเคนทร์ 5.นายพิบูล พิหเคนทร์...เรียกได้ว่าโดนกันตั้งแต่ “พ่อถึงลูก” ตั้งแต่ระดับประธานกรรมการบริษัท ถึงระดับผู้บริหาร

นายขจรพงศ์ คำดี



ส่วนกลุ่มผู้บริหารธนาคารที่ปล่อยกู้ในสมัยนั้น ก็หาใช่ใคร คือ “นายโจ้-กิตติพันธ์ อนุตรโสตถิ” อดีตรองกรรมการผู้จัดการใหญ่ ธุรกิจขนาดใหญ่  และ “นายต่อ-วรภัค  ธันยาวงษ์” อดีตกรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงไทย ซึ่งปัจจุบันลอยหน้าลอยตาอยู่ในสังคม อย่างไม่สะทกสะท้านกับความเสียหายที่เกิดขึ้น

ต่อมาวันที่ 13 มิถุนายน 2561 ก.ล.ต.ได้กล่าวโทษต่อกลุ่มกรรมการ “Earth” กลุ่มนี้อีกครั้งต่อ DSI กรณีลงข้อความเท็จหรือไม่ลงข้อความสำคัญในรายละเอียดเกี่ยวกับหนี้สินที่เพิ่มขึ้นจำนวน 2.6 หมื่นล้านบาท เพื่อลวงไม่ให้ผู้ลงทุนและเจ้าหนี้รู้รายละเอียดที่แท้จริงของหนี้สิน

แปลความง่ายๆ คือ กลุ่มครอบครัว “พิหเคนทร์” และ “ขจรพงศ์ คำดี” ได้สร้างวีรกรรมทำเอกสารเท็จในการกู้ “ธนาคารกรุงไทย” และเบี้ยวหนี้ จนต่อมาพอเรื่องจะแดงจึงหาทางกลบเกลื่อนหลักฐานโดยสร้างหนี้เทียมขึ้นมาพรวดเดียว 2.6 หมื่นล้านบาท เพื่อทำให้ทรัพย์สินน้อยกว่าหนี้สิน จนเป็นเหตุให้เข้าแผนฟื้นฟูในที่สุด!!

การเข้าแผนฟื้นฟู เปรียบดั่งการอาศัยอำนาจศาลล้มละลายในการเข้าสู่สภาวะ Stand Still... หรือการหยุดการรุกรานของเจ้าหนี้

แผนร้ายสุดซับซ้อนนี้ ลำพังมันสมองของครอบครัว “พิหเคนทร์” และ “ขจรพงศ์ คำดี” คงคิดเองไม่ได้... หากไม่ใช่สายสนคนในที่รู้กระบวนการฟื้นฟูกิจการอย่างดีแล้วจะเป็นใคร?!

ในช่วงเดือนมิถุนายน 2560 ภายหลังจากที่ EARTH ได้เริ่มสู่กระบวนการเบี้ยวจ่ายหนี้ตั๋ว B/E ก็มีผู้แนะนำให้ “ขจรพงศ์” รู้จักกับผู้กว้างขวางแห่งวงการศาลล้มละลาย “ผู้พิพากษา พ.”

“ผู้พิพากษา พ.” ได้แวะเวียนไปหา “ครอบครัวพิหเคนทร์” และ “ขจรพงศ์” อย่างต่อเนื่อง ทั้งที่ office ของ EARTH อาคารไทยซีซี ทาวเวอร์ ชั้นที่ 12 ที่คอนโดฯของผู้พากษารายนี้ย่านซอยเย็นอากาศ ที่ร้านขายชา โรงแรมสุโขทัย ย่านสาทร

“ผู้พิพากษา พ.” รายนี้คือกุนซือผู้คิดแผนอุกฉกรรจ์ในการปล้นรัฐวิสาหกิจครั้งนี้ ร่วมกับเจ้าหน้าที่รัฐบางราย เขาคนนี้คือ ผู้กว้างขวางแห่งศาลล้มละลาย เขาคนนี้คือผู้ที่ (ล่าสุด) มีคลิปฉาวนั่งพับเพียบแบล็กเมล์เด็กสาวให้กลับมาคืนดี...

พิบูล พิหเคนทร์ กรรมการบริหาร ,ขจรพงศ์ คำดี ซีอีโอ, และ ธนาวรรธน์ ประทุมสุวรรณ์ เอ็มดี



เขาคนนี้คือ ผู้ที่ใช้ชื่อลูกสาวรับผลประโยชน์ ซึ่งเป็นทั้งหุ้นและคอนโดฯจากหลายบริษัทมหาชน

เขาคนนี้คือ ผู้ที่ทำลายเกียรติแห่งสถาบันตุลาการ

ส่วนผลประโยชน์ที่ “ผู้พิพากษา พ.” รายนี้จะได้รับจากแก๊งโจรใส่สูตคือ ส่วนแบ่ง 30-40% จากการปล้นครั้งนี้ โดย “ผู้พิพากษา พ.” จะเป็นผู้ประสานงานกับทุกภาคส่วน ยกเว้น ก.ล.ต. และ DSI เพื่อให้ทุกอย่างบรรลุตามเป้าหมาย

“ธนาคารกรุงไทย” คือ รัฐวิสาหกิจ คือ สมบัติของคนในชาติ น่าเสียใจยิ่งที่มีผู้พิพากษาร่วมขบวนการปล้นธนาคารรัฐครั้งนี้ เพียงเพื่อประโยชน์ส่วนตัวของคนกลุ่มเดียว โดยไม่ยำเกรงต่อเวรกรรมและบาปบุญคุณโทษที่กระทำต่อแผ่นดินเกิด!!

โปรดติดตามต่อฉบับหน้า...

|คอลัมน์ : มารยาตลาดหุ้น
|โดย : คุณนายเผือก
|หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ฉบับ 3399 หน้า 17 ระหว่างวันที่ 9- 12 ก.ย.2561


EARTH ขจรพงศ์ คำดี มารยาตลาดหุ้น บมจ.เอ็นเนอร์ยี่ เอิร์ธ