"บิวตี้ สโตร์" แข่งดุ! แบรนด์ดังไทย-เทศ แห่ปักหมุดชิงเค้กสาวไทย 3.4 หมื่นล้าน

10 September 2018








ชี้ทิศ "บิวตี้ สโตร์" ฮอต! แบรนด์ดังพาเหรดลงสนามปลุกตลาดเครื่องสำอาง-สกินแคร์คึกคัก จับตาน้องใหม่มาแรง "บิวตี้ 24" เล็งเปิดช็อปบน BTS 'บิวเทรี่ยม' จ่อเพิ่มช่องทางอี-คอมเมิร์ซ ขณะที่ 'สยามพิวรรธน์' พร้อมปักหมุด 'แอทคอสเม่' สาขาแรก พ.ย. นี้ ที่ไอคอนสยาม

ข้อมูลของยูโร มอนิเตอร์ ระบุว่า สาวไทยใช้จ่ายเงินในการซื้อเครื่องสำอางสูงสุดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ สูงกว่าสิงคโปร์ราว 1.5 เท่า ขณะที่ ตลาดเครื่องสำอางเมืองไทยที่มีมูลค่ากว่า 3.4 หมื่นล้านบาท ยังมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง แม้จะต้องเผชิญกับอุปสรรคทั้งสินค้าหิ้ว หรือ พรีออเดอร์ สินค้าปลอม รวมถึงสินค้าก๊อบปี้ก็ตามที ทำให้เชื่อว่า ตลาดเครื่องสำอางและสกินแคร์เมืองไทยยังเป็นตลาดที่มีศักยภาพและมีโอกาสขยายตัวได้อีกมาก

นายจิรวุฒิ โรจน์รัตนวลี ประธานกรรมการบริหาร ร่วมกับ นายอติโรจน์ โรจน์รัตนวลี กรรมการบริหาร บริษัท บิวเทรี่ยม จำกัด ผู้บริหารร้านมัลติแบรนด์ บิวตี้ สโตร์ ภายใต้ชื่อ 'บิวเทรี่ยม' เปิดเผยกับ "ฐานเศรษฐกิจ" ว่า ตลาดเครื่องสำอางเมืองไทย ซึ่งมีมูลค่ากว่า 3.4 หมื่นล้านบาท มีการเติบโตต่อเนื่องทุกปี ไม่นับรวมกลุ่มเครื่องสำอางที่หิ้วมาจากต่างประเทศ หรือ พรีออเดอร์ รวมทั้งเครื่องสำอางปลอม/ก๊อบปี้ เครื่องสำอางที่ผลิตตามห้องแถวและเครื่องสำอางที่ขายผ่านทางออนไลน์ โดยพบว่า กลุ่มผู้บริโภคสาวไทยหันมาใส่ใจดูแลสุขภาพมากขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่มคนรุ่นใหม่

กลยุทธ์การทำตลาดนอกจากการขยายสาขา 3-5 แห่งต่อปีแล้ว โดยจะขยายให้ครอบคลุมตามหัวเมืองต่าง ๆ อาทิ ภูเก็ต เชียงใหม่ อุดรธานี ชลบุรี ฯลฯ จากปัจจุบันที่มีสาขาอยู่แค่ในกรุงเทพฯ นอกจากนี้ บริษัทยังได้ขยายช่องทางการจำหน่ายผ่านทางอี-คอมเมิร์ซ ทั้งทางมาร์เก็ตเพลสและบิวเทรี่ยมดอทคอม ซึ่งจะเริ่มให้บริการในไตรมาส 3 นี้ ทั้งนี้เพื่อสร้างการรับรู้ให้ผู้บริโภครู้จักในวงกว้าง โดยเฉพาะในทำเลที่ให้บริการไม่ทั่วถึง รวมทั้งมีแผนขยายสาขาในต่างประเทศ โดยขณะนี้อยู่ระหว่างการศึกษาศักยภาพของแต่ละประเทศ

"กระแสความนิยมบิวตี้ สโตร์ ทำให้ใน 7 เดือนที่ผ่านมา บริษัทมีการเติบโตตามเป้าหมายที่วางไว้ และคาดว่าจนถึงสิ้นปีจะเติบโตได้ 100% หรือมียอดขาย 500 ล้านบาท ตามเป้าที่วางไว้ตั้งแต่ต้นปี โดยปัจจัยบวกจากกำลังซื้อในประเทศและนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เติบโตต่อเนื่องและเป็นฐานลูกค้าสำคัญ"

ด้าน นายสุริยน ศรีอรทัยกุล ประธานที่ปรึกษา บริษัท บิวตี้ ทเวนตี้โฟร์ จำกัด ผู้บริหารร้านบิวตี้ สโตร์ ภายใต้แบรนด์ "บิวตี้ ทเวนตี้โฟร์" (Beauty 24) กล่าวว่า แบรนด์สินค้าไทยถือเป็นแบรนด์ที่มีศักยภาพเทียบเท่าแบรนด์จากต่างประเทศ โดยกลุ่มสินค้าเครื่องสำอางเป็นตัวหลักและเป็น 1 ในคลัสเตอร์ที่ขับเคลื่อนและส่งต่อไปยังหลายกลุ่มธุรกิจ อาทิ ป้ายโฆษณา TVC ฯลฯ ล้วนเป็นโฆษณาจากเครื่องสำอาง สกินแคร์ อย่างไรก็ดี บิวตี้ สโตร์ ถือเป็นการค้าปลีกอีกรูปแบบที่ได้รับความนิยม เพราะสะดวก มีแบรนด์สินค้าให้เลือก และยังมีช่องว่างอีกมหาศาลในการขยายธุรกิจ



MP36-3399-1


"บิวตี้ สโตร์ เป็นอีกเซ็กเมนต์ที่มีการเติบโต และยังมีทำเลอีกมากมายที่สามารถเข้าถึงผู้บริโภคเป้าหมาย ดังนั้น บิวตี้ 24 เอง จึงพร้อมเปิดให้บริการทั้งในรถไฟฟ้าใต้ดิน ซูเปอร์มาร์เก็ต อย่าง กรูเมต์ มาร์เก็ต , เอาต์เลต อย่าง เอฟแอนด์เอ็น รวมถึงรถไฟฟ้าบีทีเอส ดิวตี้ฟรี ในเสินเจิ้น รวมทั้งขยายสาขาในรูปแบบแฟรนไชส์ โดยตั้งเป้าที่จะมีสาขาทะลุ 1,000 แห่งในปีหน้า"

โดยสิ้นปีนี้ ปัจจุบัน "บิวตี้ 24" มีสาขารวม 30 แห่ง จากเดิมที่ตั้งเป้าหมายจะขยายสาขาให้ได้ 3 แห่ง ด้วยจุดเด่นที่มีแบรนด์เครื่องสำอางและสกินแคร์แบรนด์ของไทยและต่างประเทศรวมกว่า 220 แบรนด์ ทำให้ได้รับความสนใจและโอกาสในการขยายสาขาจำนวนมาก

ขณะที่ นางอุสรา ยงปิยะกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท สยามพิวรรธน์ รีเทล โฮลดิ้ง กล่าวถึง 'ร้านแอทคอสเม่' ซึ่งเกิดขึ้นจากความร่วมมือของสยามพิวรรธน์กับไอสไตล์ อิงก์ เจ้าของเว็บไซต์สื่อออนไลน์และร้านจำหน่ายเครื่องสำอางแบรนด์ดังจากประเทศญี่ปุ่น ที่เข้ามาร่วมลงทุนพร้อมเปิดสาขาแรกที่ไอคอนสยามในเดือน พ.ย. นี้ ว่า จากการศึกษาตลาดพบว่า สาวไทยให้ความใส่ใจและเลือกซื้อสินค้าเครื่องสำอางและสกินแคร์ในสัดส่วนที่สูง ส่งผลให้ตลาดมีการเติบโต โดยเฉพาะความนิยมต่อเครื่องสำอางแบรนด์ญี่ปุ่น ทำให้เชื่อว่า แอทคอสเม่จะสร้างปรากฏการณ์ใหม่ในวงการบิวตี้ สโตร์ เมืองไทย ด้วยรูปแบบต่าง ๆ ที่เป็นโมเดลจากญี่ปุ่นและประสบความสำเร็จอย่างมากในญี่ปุ่น

โดยจุดเด่นของแอทคอสเม่ คือ มีเครื่องสำอางทั้งแบรนด์เนมระดับโลก แบรนด์ระดับกลาง และแบรนด์เล็กให้เลือกซื้อ รวม 5,000-6,000 รายการ โดยส่วนใหญ่เป็นแบรนด์นำเข้าจากญี่ปุ่น และราว 500-600 รายการ เป็นสินค้าที่ยังไม่มีจำหน่ายในเมืองไทย อีกทั้งมีการจัดอันดับสินค้ายอดนิยมภายในร้าน จะช่วยให้ลูกค้าตัดสินใจเลือกซื้อสินค้าได้ง่ายขึ้น ซึ่งเป็นกลยุทธ์ที่แตกต่างจากร้านมัลติแบรนด์ บิวตี้ สโตร์ อื่น ๆ



090861-1927-9-335x503


สำหรับแผนขยายสาขาแอทคอสเม่ในเมืองไทยนั้น บริษัทใช้งบลงทุน 20 ล้านบาท สำหรับเปิดสาขาไอคอนสยาม บนพื้นที่ 300 ตร.ม. และมีแผนขยายสาขา 2 ที่สยามเซ็นเตอร์ ในปีหน้า รวมทั้งเปิดตัวเว็บไซต์ @Cosme ภาษาไทยและแอพพลิเคชัน เพื่อเปิดให้คนไทยได้สามารถเลือกซื้อสินค้าและรับข่าวสารต่าง ๆ ได้ด้วย ส่วนเป้าหมายระยะ 3 ปี บริษัทตั้งเป้าที่จะมีสาขารวม 5 แห่ง ภายใน 3 ปี และมีรายได้รวม 300 ล้านบาท

นอกจากนี้ ยังพบว่า ซูเปอร์มาร์เก็ตดัง อย่าง 'ท็อปส์' ได้ลุกขึ้นมาปรับพื้นที่โซนสินค้าเพื่อสุขภาพและความงามใหม่ พร้อมปรับเปลี่ยนชื่อ โดย น.ส.ภัทรพร เพ็ญประพัฒน์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายการตลาดและประชาสัมพันธ์ บริษัท เซ็นทรัล ฟู้ด รีเทล จำกัด ผู้บริหารซูเปอร์มาร์เก็ต 'ท็อปส์' กล่าวว่า แนวโน้มธุรกิจสินค้าบิวตี้ในไทยยังเติบโตอย่างต่อเนื่อง จากพฤติกรรมผู้บริโภคยุคใหม่ ทุกเพศ ทุกวัย ให้ความสำคัญกับการดูแลด้านสุขภาพและความงาม ทั้งนี้ จากการศึกษาพบว่า กลุ่มเจเนอเรชันวายมีความถี่ในการซื้อสินค้าเพื่อความงามเพิ่มขึ้น ขณะที่ กลุ่มลูกค้าวัยทำงาน ซึ่งมีอายุ 35 ปีขึ้นไป ก็ให้ความสำคัญกับการซื้อสินค้าในกลุ่มดูแลสุขภาพมากขึ้น

ทำให้ท็อปส์ตัดสินใจเปลี่ยนโซนสินค้าสุขภาพและความงาม "ลุคส์ (LOOKS)" แฟล็กชิพ บิวตี้ สโตร์ สาขาแรกในท็อปส์ มาร์เก็ต เซ็นทรัลพลาซาพระราม 3 โดยจุดเด่นจำหน่ายสินค้าทั้งความงาม , เพอร์ซัลนัลแคร์ , แฮร์แคร์ และสินค้าออร์แกนิก มีการจัดแบ่งหมวดหมู่และคอนเทนต์ดิจิตอล เพื่อให้ลูกค้าสะดวกยิ่งขึ้น ซึ่งบริษัทคาดว่า หลังปรับลุคใหม่ครั้งนี้จะมียอดขายเพิ่มขึ้น 15-20% และมีแผนขยายสาขาอีก 10 แห่ง ในสิ้นปีนี้


……………….
เซกชัน : การตลาด โดย นสพ.ฐานเศรษฐกิจ

หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 38 ฉบับที่ 3,399 วันที่ 9-12 ก.ย. 2561 หน้า 36

ข่าวที่เกี่ยวข้อง :
บิวตี้ 2 แสนล้านเดือด! ยี่ห้อดังเปิดเกมชิงแชร์ ดันยอดในประเทศ-ตปท.
“RS”เร่งปั๊มยอดเฮลท์&บิวตี้แตกไลน์ธุรกิจใหม่“ไลฟ์สตาร์ บิส”


เพิ่มเพื่อน




ฐานเศรษฐกิจ อี-คอมเมิร์ซ BTS ไอคอนสยาม เครื่องสำอาง สกินแคร์ สยามพิวรรธน์ สาวไทย Thansettakij บิวตี้ สโตร์ บิวตี้ 24 บิวเทรี่ยม แอทคอสเม่