"ชนาธิป" นายกสมาคม THAI SUBCON เสียชีวิตเครื่องบินตก

6 September 2018






นักธุรกิจไทยเสียชีวิต "ชนาธิป  สุรชัยสิทธิกุล" นายกสมาคมส่งเสริมการรับช่วงการผลิตไทย  หรือ THAI SUBCON  ประสบอุบัติเหตุเครื่องบินตก ในระหว่างพาสมาชิกผู้ผลิตชิ้นส่วนไปดูงานในทริปเยอรมันและสาธารณะรัฐเชคกับบีโอไอ

แหล่งข่าวจากวงการอุตสาหกรรมการผลิต เปิดเผย "ฐานเศรษฐกิจ" ว่า เกิดเหตุไม่คาดฝันขึ้นในระหว่างทริปดูลู่ทางการลงทุนในอุตสหกรรมชิ้นส่วนอากาศยานและเครื่องมือแพทย์ ระหว่างวันที่ 3-8 กันยายน2561 ที่เยอรมันและสาธารณะรัฐเชค ของสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) โดยคณะนี้มีภาคเอกชนไทยร่วมคณะไปด้วยราว 14 คน

หลังจากเยี่ยมชมโรงงาน ช่วงเย็นที่สาธารณรัฐเชค ใกล้ ๆ กรุงปราก (Prague) หรือประมาณ 23.00 น. ถึงเที่ยงคืน เวลาประเทศไทย เมื่อคืนวันที่ 6 ก.ย. เกิดเหตุไม่คาดฝันขึ้น เมื่อนายชนาธิป สุรชัยสิทธิกุล นายกสมาคมส่งเสริมการรับช่วงการผลิตไทย  หรือ THAI SUBCON  และผู้บริหาร บริษัท medica technology co., ltd. และ บริษัท cs engineering automotive co., ltd. ได้นั่งเฮลิคอปเตอร์ส่วนตัวของ CEO บริษัท Workpress Aviation (บริษัทที่ทำห้องครัวบนเครื่องบิน) โดย CEO บริษัท Workpress เป็นคนขับเครื่องบินและเป็นเจ้าของบริษัท ที่เมือง Plzen ใกล้กับกรุงปราก จนเกิดอุบัติเหตุเฮลิคอปเตอร์ตก เสียชีวิตทั้งหมด 4 ท่าน โดยขณะนี้ยังไม่ทราบสาเหตุที่ชัดเจนถึงที่มาของอุบัติเหตุในครั้งนี้

ทั้งนี้ การเสียชีวิตของนายชนาธิปครั้งนี้ เกิดขึ้นในขณะร่วมคณะไปดูงานกับบีโอไอในนาม THAI SUBCON และมีสมาชิกอีกจำนวนหนึ่งร่วมไปด้วย โดยนักธุรกิจส่วนใหญที่ไปมีแผนหาพันธมิตรร่วมทุนต่างชาติด้านการผลิตชิ้นส่วนประกอบในเครื่องมือแพทย์และในอากาศยาน

จากอุบัติเหตุครั้งนี้ ทำให้นายชนาธิปในวัย 57 ปี และผู้ร่วมคณะในเครื่องบินส่วนตัวเสียชีวิตทั้งหมด 4 ท่าน สร้างความโศรกเศร้าให้กับสมาชิกใน THAI SUBCON  เนื่องจากนายชนาธิปเป็นคนหนุ่มไฟแรง มีความตั้งใจในการทำงาน สนับสนุนส่งเสริมให้สมาชิกมีการผลิตที่มีศักยภาพ ให้สามารถปรับตัวและแข่งขันได้ในโลกอนาคต"

 



 

ก่อนหน้านี้ นายชนาธิป ให้สัมภาษณ์ "ฐานเศรษฐกิจ" ว่า อุตสาหกรรมชิ้นส่วนยานยนต์เริ่มซบเซาลง เมื่อค่ายรถยนต์เตรียมตัวรับการเปลี่ยนแปลงไปสู่รถยนต์ในอนาคตมากขึ้น โดยเฉพาะการผลิตรถยนต์ไฟฟ้า หรือ รถอีวี ทำให้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีที่เป็นสมาชิกอยู่ใน Thai Subcon ต้องรีบปรับตัว เนื่องจากสมาชิกรวมทั้งหมดที่มีในขณะนี้ 500 รายนั้น มีสัดส่วน 70-80% ที่เป็นผู้ประกอบการผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ จะทำให้ชิ้นส่วนบางอย่างหายไป สมาชิกจำเป็นต้องปรับตัวไปสู่อุตสาหกรรมสาขาที่ใกล้เคียงกับไลน์ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ให้มากที่สุด และพบว่า ใน 11 กลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมายใหม่ ที่รัฐบาลกำหนดเป็นยุทธศาสตร์ขับเคลื่อนการลงทุนนั้น ในเบื้องต้น มี 3 กลุ่มอุตสาหกรรมใกล้เคียงที่สุดที่จะทำให้ผู้ประกอบการที่มีโรงงานอยู่แล้ว สามารถเดินหน้าต่อไปได้ ประกอบด้วย การผลิตชิ้นส่วนป้อนให้กับอุตสาหกรรมอากาศยาน หุ่นยนต์ และเครื่องมือแพทย์ (รวมเครื่องมือและอุปกรณ์สำหรับสุขภาพผู้สูงอายุ)

"อากาศยาน หุ่นยนต์ และเครื่องมือแพทย์ จะเป็นกลุ่มนำร่องก่อน มีความใกล้เคียงกับระบบการผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ เพียงแต่จะต้องมาดูเรื่องมาตรฐานต่าง ๆ ที่แตกต่างกันไป ซึ่งปัจจุบัน ในอุตสาหกรรมยานยนต์ใช้มาตรฐาน IATF16949 และมาตรฐานอากาศยาน คือ AS9100 และมาตรฐานเครื่องมือแพทย์ TS13485 ซึ่งการปรับตัวต้องใช้เวลาเตรียมพร้อมในเรื่องมาตรฐานอย่างน้อย 2 ปี"

 



 

นอกจากนี้ ยังมีเป้าหมายอีกว่า  หลังจากที่ Thai Subcon มีการสนับสนุนปรับไลน์ผลิตไปสู่การเชื่อมโยง 3 กลุ่มอุตสาหกรรมใหม่ดังกล่าวแล้ว ทำให้สมาชิกเก่าในจำนวน 500 รายนั้น จะมีประมาณ 100 ราย ที่ได้ปรับตัวเข้าสู่อุตสาหกรรมอากาศยาน หุ่นยนต์ และเครื่องมือแพทย์แล้ว และจะมีผู้ประกอบการรายใหม่ที่ยังไม่เคยเข้ามาเป็นสมาชิก และเป็นผู้ผลิตชิ้นส่วนอากาศยาน หุ่นยนต์ เครื่องมือแพทย์อีกราว 200-300 ราย ที่สนใจจะเข้ามาเป็นด้วย คาดไม่เกิน 2-3 ปีจากนี้ไป หรือราวปี 2562-2563 สมาชิกรับช่วงผลิตจะเติบโตกว่า 1,000 ราย และจะเกิดเงินสะพัดในระบบเพิ่มขึ้นจากปัจจุบันกว่า 2 แสนล้านบาท จะเพิ่มเป็นกว่า 5 แสนล้านบาท จากการเชื่อมโยงอุตสาหกรรมใหม่ที่มีความทันสมัยและไฮเทคมากขึ้น จนไปสู่การขายที่มีมูลค่าต่อชิ้นสูงขึ้นตามมา

 



Thai Subcon