“เจบิ” แผลงฤทธิ์ ปิดสนามบินคันไซ ฐานการผลิตรอบโอซากาได้รับผลกระทบระนาว

5 September 2018






 

ไต้ฝุ่นเจบิ (Jebi) พัดขึ้นชายฝั่งทางภาคตะวันตกของประเทศญี่ปุ่นเมื่อวันอังคารที่ 4 กันยายนที่ผ่านมา ทำให้เกิดน้ำท่วมในหลายพื้นที่ นี่คือพายุไต้ฝุ่นลูกที่ 21 ในฤดูกาลนี้แต่มีความรุนแรงมากที่สุดในรอบ 25 ปี พายุดังกล่าวทำให้ไฟฟ้าดับในวงกว้าง ส่งผลให้เกือบ 1 ล้านครัวเรือนไม่มีไฟฟ้าใช้ ท่าอากาศยานคันไซถูกน้ำท่วมหนักและปิดทำการไม่มีกำหนด โรงงานอุตสาหกรรมหลายแห่งปิดเดินเครื่องเป็นการชั่วคราว และมีรายงานผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 6 คน



เขตเมืองโอซากา ซึ่งเป็นเมืองใหญ่ที่มีประชากรหนาแน่นเป็นอันดับสองของญี่ปุ่น กลายเป็นอัมพาตไปชั่วขณะ บ้านเรือนและอาคารสำนักงานกว่า 800,000 หลังไม่มีไฟฟ้าใช้  กรมอุตุนิยมวิทยาของญี่ปุ่น (เจเอ็มเอ) รายงานว่า พายุเจบิพัดผ่านเกาะชิโกกุก่อนที่จะขึ้นฝั่งเกาะฮอนชู ใกล้เมืองโกเบด้วยความเร็วลม 162 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ซึ่งนับว่าเป็นพายุไต้ฝุ่นที่มีความแรงมาก และเป็นไต้ฝุ่นลูกแรกนับตั้งแต่ปี 2536 ที่พัดขึ้นสู่ฝั่งด้วยความแรงระดับนี้  เจเอ็มเอพยากรณ์ว่า ความเร็วลมจะอ่อนลงเมื่อพัดพาดผ่านแผ่นดินใหญ่และความรุนแรงของพายุลูกนี้จะอ่อนกำลังลงอย่างรวดเร็ว

ท่าอากาศยานนานาชาติคันไซซึ่งสร้างอยู่บนเกาะที่เกิดจากการถมทะเล ตั้งอยู่ในเส้นทางที่พายุไต้ฝุ่นเจบิพัดผ่านโดยตรงจึงได้รับผลกระทบอย่างหนักจากพายุฝน ซึ่งทำให้เกิดน้ำท่วมทั้งบริเวณรันเวย์และอาคารที่พักผู้โดยสาร นอกจากนี้ ยังมีรายงานข่าวเรือเดินสมุทรลำหนึ่งถูกพายุพัดเข้าปะทะสะพานที่เชื่อมระหว่างสนามบินกับแผ่นดินใหญ่ ทำให้สนามบินคันไซต้องปิดทำการโดยสิ้นเชิง โฆษกของสนามบินเปิดเผยว่า สนามบินคันไซจำเป็นต้องปิดทำการชั่วคราวอย่างไม่มีกำหนดว่าจะเปิดทำการได้อีกเมื่อไหร่

ภาพข่าวเกียวโด/รอยเตอร์



สำนักข่าวอาซาฮี สื่อท้องถิ่นรายงานว่า  มีอาคารประมาณ 860,000 หลังในเชตคันไซ ชิโกกุ และชูบุ ที่ไม่มีไฟฟ้าใช้ และมีการออกคำสั่งรวมทั้งคำแนะนำให้ประชาชนมากกว่า 680,000 อพยพออกจากพื้นที่เพื่อความปลอดภัย นอกจากนี้ บริการรถไฟของบริษัท เวสต์ เจแปน เรลเวย์ จำกัด ที่วิ่งให้บริการอยู่ใน 3 เมืองใหญ่ อันได้แก่ โอซากา โกเบ และเกียวโต มีประกาศงดเดินรถเป็นการชั่วคราว รวมทั้งบริการรถไฟความเร็วสูง “ชินคันเซ็น” ทุกขบวนที่วิ่งระหว่างเมืองโตเกียวและฮิโรชิมา  สายการบินเอเอ็นเอและเจแปน แอร์ไลนส์ของญี่ปุ่นประกาศยกเลิกเที่ยวบินภายในประเทศจำนวนรวม 585 เที่ยวบิน และ 13 เที่ยวบินระหว่างประเทศเมื่อวันที่ 4 กันยายนที่ผ่านมา

ในส่วนของผลกระทบต่อฐานการผลิตในภาคอุตสาหกรรมนั้น บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ คอร์ป. ประกาศปิดโรงงานส่วนใหญ่เป็นการชั่วคราว มีการยกเลิกการทำงานกะกลางคืนที่โรงงาน 14 แห่งของบริษัท ส่วนฮอนด้า มอเตอร์ ปิดชั่วคราวโรงงาน 1 แห่งที่จังหวัดมิเอะ ผู้ประกอบการภาคอุตสาหกรรมการผลิตรายอื่นๆที่มีข่าวการปิดโรงงานเป็นการชั่วคราวอันเป็นผลจากการพัดถล่มของพายุไต้ฝุ่นเจบิในครั้งนี้ ได้แก่ บริษัท เคียวเซร่า บริษัท มุราตะ แมนูแฟคเจอริ่ง บริษัท พานาโซนิค และบริษัท ชิเซโด

นับตั้งแต่ปี 2557 เป็นต้นมา จำนวนพายุไต้ฝุ่นที่พัดขึ้นสู่ชายฝั่งแผ่นดินใหญ่ของญี่ปุ่นมีจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ ด้วยอัตราเฉลี่ยอย่างน้อย 4 ลูก/ปี และสำหรับปี 2561 นี้ พายุไต้ฝุ่นเจบิ  ถือเป็นพายุลูกที่ 4 ที่พัดขึ้นสู่ฝั่ง ชื่อของพายุเจบิ มาจากภาษาเกาหลี แปลว่า นกนางแอ่น

 


ประเทศญี่ปุ่น ภัยธรรมชาติ พายุไต้ฝุ่นเจบิ