“วิษณุ”แย้มปลดล็อกพรรคการเมือง ธ.ค.61

5 September 2018






“วิษณุ” เผย ปลดล็อกพรรคการเมือง ธ.ค. 61 ชี้ มีเวลาเหลือเฟือ ให้พรรคการเมืองทำนโยบาย -ปล่อยฟรี ให้หาเสียงเต็มที่ ยันช่วงนี้ใช้โซเชียลหาเสียงไม่ได้



วันที่ 5 ก.ย.61 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ต้องรอให้พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้งส.ส. และพ.ร.ป.การได้มาซึ่งส.ว. ได้รับการโปรดเกล้าฯลงมาก่อน จึงจะมีการประชุมร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและพรรคการเมืองต่างๆเพื่อเตรียมการเดินหน้าสู่การเลือกตั้ง โดยไม่ต้องรอคำสั่ง ม. 44 เพื่อคลายล็อกพรรคการเมือง แต่จะดีมากหากกฎหมายประกาศในราชกิจจานุเบกษา แล้วมีคำสั่งคลายล็อก จากนั้นจึงมีการประชุมกับพรรคการเมือง ทั้งนี้ ไม่ทราบว่าจะประชุมในเดือนก.ย.นี้หรือไม่ แต่เร็วเท่าไหร่ได้ยิ่งดี

เมื่อถามว่า พรรคการเมืองตั้งข้อสงสัยว่ากรอบเวลาที่เหลืออยู่นี้ จะมีเวลาใดในการเตรียมจัดทำนโยบายพรรค นายวิษณุ กล่าวว่า มีเหลือเฟือ เพราะเมื่อสิ้นสุด 90 วัน คือประมาณเดือนธ.ค.ก็จะมีเวลามากพอสมควร กว่าจะไปถึงวันที่ 24 ก.พ. 62 ซึ่งเป็นวันที่กำหนดคร่าวๆว่าจะเป็นวันเลือกตั้ง ดังนั้น เวลากว่า 70 วัน จึงถือว่าเหลือเฟือ และอาจมากกว่าทุกครั้งที่ผ่านมาด้วยซ้ำ และคราวนี้ก็จะมีเวลาหาเสียงกันเต็มๆกว่า 60 วัน เพราะครั้งนี้เป็นการเลือกตั้งใหญ่ หลังจากที่ไม่ได้เลือกตั้งกันมานาน มีพรรคการเมืองใหม่ๆ และนโยบายใหม่ๆ ต่างจากทุกครั้งที่ผ่านมา เมื่อยุบสภาก็จะให้เลือกตั้งภายใน 45 หรือ 60 วัน แต่มีเวลาหาเสียงจริงๆไม่ถึง 40 วัน



เมื่อถามว่า สำหรับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคสช.กฎหมายยังเปิดช่องให้เล่นการเมืองได้หรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ และครม. ลงสมัครรับเลือกตั้งไม่ได้แน่ๆอยู่แล้ว หากจะเล่นการเมืองก็ต้องไปช่องทางอื่นที่รัฐธรรมนูญเปิดช่องเอาไว้ เช่น อยู่ในบัญชีที่พรรคการเมืองเสนอให้เป็นนายกรัฐมนตรี และผ่านการโหวตของสภา กระทั่งถึงทางตัน ก็จะมีช่องทางของนายกรัฐมนตรีคนนอก พล.อ.ประยุทธ์และครม.ยังสามารถเป็นที่ปรึกษาพรรคการเมือง กรรมการบริหารพรรค หรือหัวหน้าพรรคก็ได้

นายวิษณุ กล่าวถึงกรณีที่เคยบอกว่าจะห้ามการใช้โซเชียลมีเดียของนักการเมือง พรรคการเมือง กลุ่มการเมือง เพื่อสื่อสารกับประชาชน ว่า ไม่ได้บอกว่าห้าม แต่บอกว่าจะมีการออกคำสั่งให้พรรคการเมืองสามารถติดต่อกับสมาชิกทางโซเชียลมีเดียได้ แต่จะติดต่อกับประชาชนในเชิงการหาเสียงไม่ได้ เพราะช่วงเวลา 90 วันหลังพ.ร.ป.ส.ส. และส.ว.ประกาศแล้วก็ยังหาเสียงไม่ได้ แต่เมื่อไหร่ที่คสช.ปลดล็อกให้ ซึ่งคาดว่าอย่างช้าก็ภายในเดือนธ.ค. แล้วก็จะสามารถหาเสียงได้ ไม่ว่าจะเป็นการติดโปสเตอร์เสาไฟฟ้า ตั้งเวทีปราศรัย ยืมสนามหลวงขอเปิดเวทีก็ได้ เคาะประตูบ้านก็ได้ โดยทั้งหมดจะทำได้ในตอนนั้น เพราะฉะนั้นเวลานี้พรรคการเมือง สามารถโพสต์เฟสบุ๊กได้ แต่ต้องไม่ใช่เชิงการหาเสียง ซึ่งตนไม่ขอตีความว่าการหาเสียงนั้นหมายถึงอะไร



นายวิษณุ เปิดเผยว่า วันนี้การเลือกตั้งท้องถิ่นคงจะมีขึ้นหลังการเลือกตั้ง ส.ส. เพราะกฎหมายเลือกตั้งท้องถิ่นเพิ่งผ่านเป็นมติครม.เมื่อวันที่ 4 ก.ย.ที่ผ่านมา โดยกฎหมายเขียนไว้ว่าให้คสช.เป็นผู้กำหนดการเลือกตั้งท้องถิ่น แต่หากไม่มีคสช.เเล้วก็ให้ครม.ใหม่เป็นผู้กำหนด ไม่เหมือนกับการเลือกตั้งส.ส.ที่กกต.เป็นผู้กำหนด ทั้งนี้ กกต.เห็นว่าควรกำหนดการเลือกตั้งท้องถิ่นให้ห่างการเลือกตั้งส.ส. 90 วัน ดังนั้นหากเลือกตั้ง ส.ส.ในเดือนก.พ. 62 ก็จะเลือกตั้งท้องถิ่นประมาณ เดือน พ.ค. 62 โดยกกต.เห็นว่าควรแบ่งการเลือกตั้งท้องถิ่นออกเป็นสองช่วง เริ่มจาก อปท. ที่ไม่กระทบต่อการแบ่งเขตเลือกตั้งประมาณ 40 แห่ง ก่อนจะจัดเลือกตั้งในอปท.ที่มีผลกระทบต่อการแบ่งเขตเลือกตั้ง เพราะจัดพร้อมกันหมดคงไม่ได้

เมื่อถามถึงกระแสข่าวรมต.ลาออก และต้องมีการปรับครม. นายวิษณุ กล่าวว่า ตั้งแต่มีการปรับครม.มา ก็ไม่เคยมีใครมาบอกตนเลยแม้แต่น้อย มีเพียงเสียงแว่วจากผู้สื่อข่าวก็เท่านั้น และล่าสุด ตนได้ถามนายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รมว.พาณิชย์ ถึงกระแสข่าวที่จะลาออกแล้ว ที่ปรากฎเป็นข่าวว่าได้เข้าพบและหารือกับนายอุตตม สาวนายน รมว.อุตสาหกรรม และนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรีที่ห้องทำงานในทำเนียบ ซึ่งนายสนธิรันต์ ก็ได้หัวเราะและบอกตนว่า เจอกับนายอุตตมโดยบังเอิญที่ห้องทำงานนายสมคิด แต่ขณะนั้นนายสมคิดไม่ได้อยู่ในห้อง เพราะติดภารกิจอยู่ที่กระทรวงการต่างประเทศ ตนจึงกระเซ้าไปว่า เดี๋ยวก็มีข่าวออกว่ามีการไลน์คุยกัน



พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายวิษณุ เครืองาม