ตลาดหุ้นขึ้นต่อยาก!

5 September 2018






 

>> ASPชี้P/Eแพง-อัพไซด์จำกัด มองเป้าปีนี้1662จุด
ลุ้นตลาดหุ้นโค้งท้าย ฝ่ายวิจัยเอเซียพลัส ชี้ P/E หุ้นไทยแพง อัพไซด์หุ้นจำกัด การค้าโลกยังหลอน บล.ไทยพาณิชย์ฯมอง 4 ปัจจัยหนุนเศรษฐกิจ-ลงทุน บริโภค-รัฐเร่งเครื่องก่อนเลือกตั้ง-ฟันด์โฟลว์แผ่ว
นางภรณี ทองเย็น รองกรรมการผู้อำนวยการ สายงานวิจัยบริษัทหลักทรัพย์ (บล.)เอเซีย พลัสฯ หรือ ASP กล่าวกับ “ฐานเศรษฐกิจ” ว่าแนวโน้มตลาดหุ้นช่วงที่เหลือ ฝ่ายวิจัยฯ ยังให้นํ้าหนักปัจจัยเรื่องการค้าโลก ความชัดเจนการเจรจาการค้าเสรีอเมริกาเหนือ (NAFTA) ระหว่างสหรัฐฯและแคนาดารอบใหม่, การเจรจาการค้าสหรัฐฯ กับ ยุโรป  และในวันที่ 6 กันยายนนี้ ข้อสรุปผลประชาพิจารณ์ ขึ้นภาษีสินค้านำเข้าจากจีนมูลค่า 2 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หลังจัดเก็บ 2 รอบมูลค่า 5 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯมีผลไปแล้ว


เรื่องเงินเฟ้อและดอกเบี้ยอยู่ในช่วงขาขึ้น อาทิ เงินเฟ้อยุโรปเข้าใกล้เป้าหมาย 2% ขณะที่ดอกเบี้ยนโยบายอยู่ 0% น่าจะเห็นดอกเบี้ยนโยบายยุโรปปรับขึ้นในไตรมาส 2/2562 และปลายเดือนนี้คาดเฟดที่จะปรับขึ้นดอกเบี้ยอีกครั้ง 0.25% จากเงินเฟ้อ เดือนสิงหาคมพุ่งแตะ 2.9%   ส่วนดอกเบี้ยนโยบายไทย คาดจะขึ้น 0.25%  เป็น 1.75% ภายในไตรมาส 4 ปีนี้

ปัจจัยจากกำไรของตลาดในครึ่งปีแรกเท่ากับ 50% จากประมาณการทั้งปีที่ 1.1 ล้านล้านบาท หรือ EPS 110.8 บาทต่อหุ้น   ทำให้นักวิเคราะห์ได้ปรับประมาณกำไรหุ้นรายตัวลง และมีโอกาสกำไรตลาดปี 2562 จะลดลง 2.6 หมื่นล้านบาท ราว 2.4% หรือ EPS ที่ 108.2 บาทต่อหุ้น

ส่วนแรงหนุนปัจจัยในประเทศ ฝ่ายวิจัยฯ คาดเศรษฐกิจปี 2561 และปี 2562 จะโต 4.4%แต่เตรียมทบทวนปรับตัวเลขเศรษฐกิจในปีหน้าลง จากผลกระทบสงครามการค้าเริ่มส่งผลชัดเจนในปีหน้า ส่วนนํ้าหนักการเมืองยังให้นํ้าหนักเป็นศูนย์ เพราะยังมีความไม่แน่นอนว่าการเลือกตั้งจะเลื่อนจากไทม์ไลน์เดือนกุมภาพันธ์ 2562 หรือไม่

“ASP  คาดเป้าหมายดัชนีหุ้นปีนี้ที่ 1662 จุด อิง P/E 15 เท่า  ขณะที่บางแห่งคาดไว้ที่ 1900 จุด  เรามองว่าเป็นได้ยาก เพราะหุ้นกลุ่มแบงก์หากจะได้ประโยชน์จากดอกเบี้ยที่จะปรับขึ้นปลายปีนี้  อย่างมากแค่ 0.25% หุ้นกลุ่มพลังงาน/ปิโตรเคมี  ให้นํ้าหนักตํ่ากว่าตลาด และประเมินราคานํ้ามันปีนี้จะปรับขึ้นเล็กน้อยเฉลี่ยที่  72 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อบาร์เรล  อีกทั้งหุ้นหลายตัวอัพไซด์เริ่มจำกัด    P/E หุ้นไทยอยู่ระดับ 16 เท่า ถือว่าแพงเมื่อเทียบกับประเทศเพื่อนบ้านหลายตลาดที่ถูกกว่า     ทำให้ต่างชาติเทขายหุ้น ไปซื้อตลาดอื่นที่ถูกกว่า”

นายพรเทพ ชูพันธุ์ ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายกลยุทธ์การลงทุน บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ไทยพาณิชย์ฯ หรือ SCBS กล่าวว่า 4 ปัจจัยที่หนุนตลาดหุ้นไทยปลายปี คือ แรงขายหุ้นไทยของต่างชาติในช่วง 3-4 เดือน น่าจะแผ่วลง เป็นวัฏจักรการลงทุน โครงสร้างพื้นฐานและ EEC และเป็นฤดูกาลจับจ่าย/มาตรการกระตุ้นภาครัฐสู่ฐานราก ก่อนจะใกล้การเลือกตั้งเดือนกุมภาพันธ์ 2562 ขณะที่เศรษฐกิจไทยครึ่งปีเฉลี่ย 4.8% ถือว่าดีสุดในรอบ 5 ปี

“ปีนี้ถือเป็นประวัติศาสตร์ที่ต่างชาติเทขายหุ้นออกจากกลุ่มประเทศตลาดเกิดใหม่   Emerging Market (EM ) มาก สาเหตุจากการที่ MSCI เพิ่มนํ้าหนักหุ้นจีนเข้าไปในดัชนี MSCI ถึง 2 รอบคือปลายเดือนพฤษภาคม และในรอบปลายเดือนสิงหาคมนี้ และการที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ขึ้นดอกเบี้ย ต่างชาติขายหุ้นไทยสะสมตั้งแต่ไตรมาส 4 /2560  ถึงปัจจุบัน 11 เดือนกว่า 2.3 แสนล้านบาท SCBS ยังคงเป้าดัชนีหุ้นไทยปีนี้ที่ 1900 จุด  และ EPS โต 8%”

บทวิเคราะห์ บล.ฟินันเซีย ไซรัสฯ มองแนวโน้มดัชนีหุ้นในเดือนกันยายนนี้ จะขยับขึ้น กรอบ 1700-1750 จุด  จากพื้นฐานในประเทศที่แข็งแกร่งทั้งเศรษฐกิจ  โดยเฉพาะการจับจ่าย กำไรของบริษัทจดทะเบียน อัตราดอกเบี้ยที่เข้าสู่วัฏจักรขาขึ้นการเลือกตั้งที่ชัดเจน การลงทุน   ขณะที่ความเสี่ยงจากต่างประเทศ ทั้งสงครามการค้า การอ่อนค่าของค่าเงินในตลาดเกิดใหม่และโอกาสที่เงินบาทจะกลับมาแข็งค่า จากการขึ้นดอกเบี้ยของเฟดในช่วงปลายเดือนนี้

หน้า 17 หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 38 ฉบับ 3,398 วันที่ 6-8 กันยายน 2561


ตลาดหุ้นขึ้นต่อยาก