บิสิเนสแบ็กสเตจ: การเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยี ในธุรกิจครอบครัว

4 September 2018






 

เมื่อโลกมีการเปลี่ยน แปลงไปตามความเจริญก้าวหน้าทางเทคโนโลยี ซึ่งมีวิวัฒนาการไปเรื่อยๆ ไม่หยุดนิ่ง จนมีการผสมผสานของเทคโนโลยีต่างๆ กับสังคม และแรงผลักดันทางเศรษฐกิจ ปัจจุบันมีคำเรียกบรรดาเทคโนโลยีที่เกิดขึ้นใหม่นี้ว่า Disruptive Technology ซึ่งเป็นการคิดค้นเทคโนโลยี โดยมีความต้องการทางสังคมและเศรษฐกิจเป็นตัวขับเคลื่อน ทำให้องค์กรมีการปรับเปลี่ยน หรือนำเสนอผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ออกสู่ตลาด จนกระทั่งสินค้าหรือบริการนั้นๆ มีส่วนเปลี่ยนแปลงทัศนคติของผู้บริโภค1 โดยคำว่า Disruption หมายถึงการเปลี่ยนแปลงอย่างพลิกผัน และบ่อยครั้งที่การเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นในสภาพแวดล้อมที่กว้างออกไปนอกเหนือการควบคุมของบริษัท ซึ่งถือเป็นตัวบ่งชี้เบื้องต้นของการเปลี่ยน แปลงอย่างพลิกผัน ทั้งนี้การเปลี่ยนแปลงมักจะเกิดขึ้นก่อนการดำเนินการใดๆ ของบริษัท ซึ่งผู้นำธุรกิจจำนวนมากเห็นว่าการเปลี่ยนแปลงอย่างพลิกผันเกี่ยวข้องกับนวัตกรรมทางเทคโนโลยี

จากการศึกษาของ Deloitte2 โดยการดำเนินงานของ OnResearch ซึ่งเป็นบริษัทวิจัยด้านตลาด ตั้งแต่วันที่ 14 สิงหาคม-18 กันยายน ค.ศ. 2017 ได้สำรวจผู้บริหารระดับสูง 394 รายจากธุรกิจครอบครัวขนาดกลางทั่วโลกเกี่ยวกับความคาดหวัง ประสบ การณ์และแผนสำหรับการแข่งขันที่เพิ่มมากขึ้นในสภาพแวดล้อมทางเศรษฐกิจปัจจุบัน โดยการสำรวจจำกัดเฉพาะผู้บริหารบริษัทที่มีรายได้รวมรายปีระหว่าง 10 ล้านถึง 1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ พบว่าเมื่อถามถึงผลกระทบที่เกิดจากปัจจัยการเปลี่ยนแปลงต่างๆต่อธุรกิจ คำตอบที่ได้คือ ธุรกิจครอบครัวคาดว่าความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี (64%) และการเข้าถึงเนื้อหาผ่านแพลตฟอร์มต่างๆ (48%) จะส่งผลดีต่อธุรกิจของตนมากที่สุด ขณะเดียวกันก็คาดว่าการเปลี่ยนแปลงกฎระเบียบข้อบังคับ (40%) และสภาวะตลาดเศรษฐกิจมหภาค (40%) จะมีผลกระทบในทางลบต่อธุรกิจมากที่สุด
ทั้งนี้ 48 % ของผู้ถูกสำรวจเชื่อว่ามีความเป็นไปได้ที่ธุรกิจครอบครัวของพวกเขาอาจจะเกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างพลิกผันเนื่องจากคู่แข่งรายใหม่ในอีก 2-3 ปีข้างหน้า สอดคล้องกับผลการวิจัยของ Deloitte เรื่อง Next generation family businesses-leading a family business in a disruptive environment ในปี 2017 ที่พบว่า 47% ของผู้นำรุ่นต่อไปของธุรกิจครอบครัวคาดว่าจะเกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างพลิกผันเช่นกัน

ซึ่งเมื่อถามว่าเทรนด์เทคโนโลยีใดที่มีแนวโน้มจะมีผลกระทบสำคัญต่อธุรกิจครอบครัว คำตอบ 5 อันดับแรก ได้แก่ 1.อุปกรณ์สื่อสารพกพา (Mobile devices) 2. สื่อสังคมออนไลน์/ธุรกิจเพื่อสังคม (Social media/social business) 3. การรักษาความปลอดภัยข้อมูล/ความปลอดภัยทางไซเบอร์ (Information security/cyber security) 4. อินเตอร์เน็ตในทุกสิ่ง (Internet of Things) (หมายถึง การที่อุปกรณ์ต่างๆ สิ่งต่างๆ ได้ถูกเชื่อมโยงทุกสิ่งทุกอย่างสู่โลกอินเตอร์เน็ต) 5. ความทันสมัยของระบบขับเคลื่อนองค์กร (หลัก) ที่พัฒนาสืบทอดต่อกันมา (Legacy (core) system modernization) อย่างไรก็ตามเมื่อพิจารณามุมมองของธุรกิจครอบครัวในแต่ละภูมิภาคทั่วโลกเกี่ยวกับความเป็นไปได้ที่ธุรกิจครอบครัวของพวกเขาอาจจะเกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างพลิกผันเนื่องจากคู่แข่งรายใหม่ๆ ใน 2-3 ปีข้างหน้าพบว่า ธุรกิจครอบครัวส่วนใหญ่ในเอเชียแปซิฟิก (65%) และใน EMEA (ยุโรป ตะวันออกกลาง และแอฟริกา) (52%) คาดว่ามีโอกาสเป็นได้ที่จะเกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างพลิกผัน ขณะที่ธุรกิจครอบครัวในอเมริกาเพียง 27% ที่คิดเช่นนั้น ทั้งนี้อาจขึ้นอยู่กับสภาพเศรษฐกิจและสังคมของแต่ละภูมิภาคก็เป็นได้

| คอลัมน์ : บิสิเนสแบ็กสเตจ
|โดย : ผศ.ดร.เอกชัย อภิศักดิ์กุล คณบดีคณะวิทยพัฒน์ และผู้อำนวยการศูนย์ธุรกิจครอบครัว มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย
|หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ หน้า 35 ฉบับ 3397 ระหว่างวันที่ 2-5 ส.ค2561


ธุรกิจครอบครัว บิสิเนสแบ็กสเตจ เอกชัย อภิศักดิ์กุล