ทีวีบิ๊กไซซ์ขายสนั่นแบรนด์ดังเด้งรับแข่งอัดแคมเปญรับปีทอง

7 September 2018






ตลาดทีวี 3 หมื่นล้านบาทระอุ ปีทองบิ๊กไซซ์กวาดยอดขายพุ่ง แบรนด์ดังเด้งรับปรับเกม “แอลจี” เข็นแคมเปญ ผ่อน 0% นาน 20 เดือนดูดลูกค้า ฟาก “พานาโซนิค” ไม่น้อยหน้า ชู “พรีเมี่ยมมาร์เก็ตติ้งขนทัพไลน์อัพใหม่ 11 ซีรีส์ 20 รุ่น รุกตลาดวางเป้าขึ้นแท่นเบอร์ 3 ในไทย

ทิศทางตลาดทีวีเมืองไทยที่มีมูลค่ากว่า 3 หมื่นล้านบาทกลับมาคึกคักอีกครั้ง นอกจากอานิสงส์มหกรรมฟุตบอลโลกที่ไดรฟ์ตลาดช่วงเดือนมิถุนายน-กรกฎาคมจนยอดพุ่งพรวดแล้ว นวัตกรรมสมาร์ททีวีทั้ง 4K,OLED บวกกับไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคยุคใหม่ที่ต้องการทีวีที่มากกว่าแค่การดูหนังฟังเพลง และการเข้ามาของคอนเทนต์ออนไลน์ ทั้ง NetFlix,Youtube ฯลฯ ก็เป็นอีกหนึ่งตัวแปรสำคัญที่ขับเคลื่อนให้ตลาดทีวีเมืองไทยเติบโต ทำให้ผู้ เล่นในตลาดทีวีหันมาปั้นสมาร์ททีวีเป็นสินค้าเรือธง โดยชูเรื่องคอนเทนต์และฟีเจอร์เป็นหัวหอกหลักในการเจาะกลุ่มเป้าหมาย

นายนิพนธ์  วงษ์แสงอรุณศรี ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บริษัท แอลจี อีเลคทรอนิคส์ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ผลิตและจำหน่ายเครื่องใช้ไฟฟ้า “แอลจี” เปิดเผยกับ “ฐานเศรษฐกิจ” ว่า จากความนิยมของผู้บริโภคในตลาดทีวีจอใหญ่ ส่งผลให้แนวโน้มการเติบโตของทีวีนับจากนี้จะเพิ่มสูงในกลุ่มทีวีขนาดตั้งแต่ 55 นิ้วขึ้นไป โดยในช่วงครึ่งปีแรกที่ผ่านมาภาพรวมตลาดทีวีบิ๊กไซซ์ ซึ่งมีขนาดตั้งแต่ 55 นิ้ว ขึ้นไปมีการเติบโต 10% มากกว่าภาพรวมตลาดทีวีโดยรวมที่เติบโต 8% ขณะที่กลุ่มทีวีที่มีขนาด 20 นิ้วลงมาจะมีสัดส่วนลดลงอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้เป็นผลมาจากพฤติกรรมการรับชมในปัจจุบันที่ผู้ชมหันไปรับชมทีวีผ่านช่องทางแท็บเลต โทรศัพท์มือถือ นอกจากนี้ยังมีเรื่องของราคาสมาร์ททีวีที่ห่างจากทีวีปกติเพียง 10% เมื่อเทียบกับช่วง 3 ปีก่อนที่สมาร์ททีวี แพงกว่า 30% ทำให้โอกาสในการซื้อสมาร์ททีวีในปัจจุบันมีมากขึ้น

“ตลาดทีวีที่ตํ่ากว่า 20 นิ้วลดลงและเหลือน้อยมาก สำหรับการใช้งานรับชมภายในบ้านแต่จะยังคงมีเหลืออยู่ในตลาดที่ติดกับเครื่องเล่น VDC,DVD และเครื่องเล่นต่างๆ มากกว่า ซึ่งช่วงที่ผ่านมาพบว่าตลาดทีวีขนาด 24 นิ้วลดลงเหลือเพียง 3% จากปีที่ผ่านมาที่มีสัดส่วน 6% ขณะที่ทีวีขนาด 32 นิ้วยังคงรักษาระดับการเติบโตในตลาดต่างจังหวัดและเพื่อการรับชมภายในห้องนอนหรือห้องเล็กๆ ที่ไม่ใช่ห้องหลัก”

ด้านแผนงานของแอลจีนับจากนี้จะโฟกัสการทำตลาดไปที่กลุ่มทีวีบิ๊กไซซ์ เน้นเจาะตลาดพรีเมียมหรือระดับกลาง-บนเป็นพิเศษ ซึ่งนอกจากจะมีการเปิดตัวสินค้าใหม่ออกมารุกตลาดอย่างต่อเนื่องแล้ว ตั้งแต่ช่วงไตรมาสที่ 3 นี้เป็นต้นไปบริษัทจะเน้นการจัดแคมเปญเพื่อกระตุ้นยอดขาย 2 แคมเปญ ได้แก่ เมื่อซื้อ OLED TV หรือ SUPER UHD TV สามารถ รับชม NetFLix ได้นาน 6 เดือน และแคมเปญร่วมกับพันธมิตรบัตรเครดิตชั้นนำ ไม่ว่าจะเป็นบัตรเซ็นทรัล เครดิตคาร์ด,บัตรกรุงศรี ได้รับแคชแบ็คคืนสูงสุด 8% และผ่อน 0% นาน 10 เดือน และบัตรเฟิร์สช้อยส์ ที่ผ่อน 0% 20 เดือนและแคชแบ็ค 7% เป็นต้น

“ยิ่งคอนเทนต์ในสมาร์ททีวีมีเพิ่มมากขึ้น ผู้ชมยิ่งคุ้นเคยกับการดูคอนเทนต์ออนไลน์ผ่านทีวีมีมากขึ้นตามไปด้วย โดยเฉพาะ การเข้ามาคอนเทนต์ Youtube, NetFlix หรือแม้กระทั่งคอนเทนต์ออนไลน์ต่างๆถือว่าเป็นส่วนสำคัญในการผลักดันให้ตลาดทีวีมีการเติบโตได้เป็นอย่างดี”

อย่างไรก็ดีภาพรวมตลาดทีวีเมืองไทยตลอดทั้งปีคาดว่าจะมีการเติบโต 5-7% โดยได้รับอานิสงส์มาจากช่วงฟุตบอลโลก 2018 ที่ทำให้ยอดขายช่วง 1 เดือนเติบโตเพิ่มขึ้น 25% นอกจากนี้ยังมีปัจจัยบวกในเรื่องของการที่แต่ละแบรนด์ต่างเร่งจัดแคมเปญพร้อมกับเปิดตัวทีวีรุ่นใหม่ในกลุ่มสมาร์ททีวีในช่วงไตรมาสสุดท้ายที่จะผลักดันให้ภาพรวมตลาดมีการเติบโตได้ดีอีกครั้ง ทั้งนี้ปัจจุบันตลาดทีวีมีมูลค่าอยู่ที่ 3 หมื่นล้านบาท แบ่งเป็นทีวีขนาด 55 นิ้วขึ้นไป 35%,ขนาด 32-43 นิ้ว 44%,ขนาด 24 นิ้ว 3% และอื่นๆ 18%

ด้านนายทาคาชิ ซาซากิ ผู้อำนวยการส่วนการขายและการตลาด ผลิตภัณฑ์คอนซูเมอร์ บริษัท พานาโซนิค ซิว เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า แนวโน้มตลาดทีวีในเมืองไทยยังคงนิยมทีวีจอใหญ่ ตั้งแต่ขนาด 55 นิ้วขึ้นไปเพิ่มมากขึ้น ถือเป็นเซ็กเมนต์ที่ครองสัดส่วนความนิยมมากสุดถึง 23.2% โตจาก 22% ในปีก่อน ส่วนทีวีจอเล็กขนาดตํ่ากว่า 32 นิ้ว ปีนี้เหลือ 4% จากปีก่อน 6% โดยแนวโน้มในอนาคตทีวีจอเล็กจะเป็นไพรเวตทีวี ตามไลฟ์สไตล์ผู้บริโภคมากกว่า

ทั้งนี้เป็นผลมาจากกระแสจอใหญ่มาแรง บวกกับไลฟ์สไตล์ผู้บริโภค ส่งผลให้กลุ่มทีวีพรีเมียมมีอัตราการเติบโตสูงขึ้น และเป็นปัจจัยหลักตัวขับเคลื่อนตลาด เห็นได้จากทีวี 4K ปีนี้คาดว่าจะมีมูลค่า 2,450 ล้านบาท โตจากปีก่อน 2.5 เท่า และกลุ่มสมาร์ททีวีปีนี้คาดว่าจะมีมูลค่า 3,100 ล้านบาท โตขึ้น 100% ส่วนกลุ่มทีวีขนาด 55 นิ้ว ขึ้นไป คาดว่าจะมีมูลค่า 1,000 ล้านบาท โตขึ้น 1.5 เท่า ทำให้ภาพรวมจะมีสัดส่วนทีวีพรีเมียม 45% ของตลาดทีวีทั้งหมดโตขึ้น 5% ขณะที่กลุ่มทีวี 4K จะเติบโต 55% และในปี 2563 จะโตถึง 70% จากปัจจุบันทีวีขนาด 55 นิ้วขึ้นไปได้รับความนิยมและเติบโตเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง

สำหรับพานาโซนิค จะให้ความสำคัญกับการนำกลยุทธ์ Premium Marketing มาใช้ในการรุกตลาดทีวีเมืองไทยอย่างต่อเนื่อง โดยจะเน้นเปิดตัวสินค้าตั้งแต่ระดับกลางถึงไฮเอนด์เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภค เพื่อขยายกลุ่มเป้าหมายทางการตลาดเป็นกลุ่มอายุ 20-45 ปี โดยในปีนี้ได้เปิดตัวทีวีทั้งหมด 11 ซีรีส์ 20 รุ่น แบ่งเป็น ทีวี 4K 8 ซีรีส์ 14 รุ่น ขนาด 55 นิ้วอีก 5 ซีรีส์ ภายใต้งบการตลาด 10% ของยอดขาย โดยจะทำการตลาดภายใต้คอนเซ็ปต์การสื่อสาร Hollywood to Your Home ชูจุดเด่นด้านคุณภาพของภาพที่ได้รับการปรับจูนสีสันโดยทีมฮอลลีวูด รูปลักษณ์ทันสมัย ดีไซน์ เรียบหรู มาพร้อมสมาร์ทฟีเจอร์ใหม่ 6 แอพพลิเคชัน ได้แก่ ยูทูบ, Netflix, Iflix, Mono Maxxx, Bugaboo.tv และ DOONEE เพื่อรองรับวิดีโอออน ดีมานด์ และช่วงเปิดตัวจะมีแคม เปญ 4K Hollywood to your Home ซื้อสินค้าวันนี้-31 ต.ค. 61 ได้รับสิทธิ์ชมภาพยนตร์จากแอพพลิเคชัน iflix เป็นระยะเวลา 6 เดือน

อย่างไรก็ตามจากแผนการตลาดที่วางไว้ มั่นใจว่าปีนี้พานาโซนิคจะมียอดขายกลุ่มทีวีกว่า 4,500 ล้านบาท โตขึ้น 75% และครองส่วนแบ่งในกลุ่มสมาร์ททีวี 15% จากปีก่อนมีส่วนแบ่งทางการตลาดอยู่ 8% ส่วนกลุ่มทีวี 4K มั่นใจว่าเพิ่มส่วนแบ่งทางการตลาดเป็น 15% โตจากปีก่อนที่มีอยู่ 7% และกลุ่มทีวีขนาด 55 นิ้วขึ้นไป จะมีส่วนแบ่งทางการตลาดเป็น 15% จากเดิม 7% ส่งผลให้พานาโซนิคเป็นผู้นำอันดับ 3 ของตลาดรวมทีวี รองจากซัมซุง และแอลจี

หน้า 36 หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 38 | ฉบับ 3,398 ระหว่างวันที่ 6-8 กันยายน 2561


 


สมาร์ททีวี พานาโซนิค แอลจี ทีวี