กลุ่มเช่าซื้อเจอ sentimentลบอีก เมื่อธปท.เตรียมคุมสินเชื่อทะเบียนรถ

3 September 2018






พระราชบัญญัติ(พ.ร.บ.)กำกับดูแล non-bank ยังไม่ประกาศใช้ซึ่งอยู่ระหว่างดำเนินการ มาวันนี้กลุ่มเช่าซื้อ งานเข้าอีก เมื่อผู้ว่าแบงก์ชาติ ระบุว่า จะออกหลักเกณฑ์การให้ใบอนุญาตประกอบธุรกิจสินเชื่อทะเบียนรถสำหรับรายย่อย และย้ำว่าควรได้เห็นภายในปี 2561 เนื่องจากเกี่ยวข้องกับผู้บริโภควงกว้าง

ฝ่ายวิจัย บริษัทหลักทรัพย์(บล.) เอเซียพลัส (ASP) เชื่อว่า แนวทางของธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.) หรือแบงก์ชาติ เป็นส่วนหนึ่งของพ.ร.บ.กำกับดูแล non-bank ซึ่งสะท้อนว่าหน่วยงานกำกับดูแลสินเชื่อทะเบียนรถ จะอยู่ภายใต้แบงก์ชาตินั่นเอง โดยต้องมีการขอใบอนุญาตเพื่อประกอบธุรกิจ จึงน่าจะเป็นอุปสรรคต่อรายใหม่ และรายเดิม ที่ต้องขอใบอนุญาต



ทั้งนี้ พ.ร.บ.กำกับดูแล non-bank เบื้องต้นประเมินว่ากระทบกลุ่มเช่าซื้อ 2 เรื่อง คือ 1.กระทบรายได้ดอกเบี้ย เนื่องจากสินเชื่อทะเบียนรถเป็นสัญญากู้ยืม เข้าข่ายคิดดอกเบี้ยไม่เกิน 15% ซึ่งยังไม่ชัดเจน แต่น่าสังเกตว่า คลังเพิ่งอนุญาตให้พิโกไฟแนนซ์ ทำสินเชื่อทะเบียนรถได้ อาจเป็นไปได้ว่าดอกเบี้ยสำหรับใบอนุญาตใหม่ จะเหมือนกับพิโกไฟแนนซ์ คือ เก็บสูงสุดที่ 36% 2.กระทบรายได้ค่าธรรมเนียม โดยเฉพาะการทวงถามและติดตามหนี้

นอกจากนี้ กลุ่มเช่าซื้อยังถูกกระทบจากการใช้มาตรฐานบัญชี IFRS 9 แต่เชื่อว่า SAWAD และ MTC ตั้งสำรองไปพอสมควรแล้ว   แม้ว่างวดครึ่งปีหลัง ภาพรวมธุรกิจกลุ่มสินเชื่อทะเบียนรถ จะสดใส จากความพยายามเข้าถึงลูกค้า ด้วยการขยายสาขาเชิงรุก โดยเฉพาะ SAWAD และ MTC ซึ่งมีสัดส่วนกำไรสูงถึง 61% ของกลุ่ม   แต่ราคาหุ้นทั้ง SAWAD และ MTC ดีดตัวขึ้นเร็ว จนเต็มมูลค่าไปแล้ว ประกอบกับมี sentiment เชิงลบจากข่าวดังกล่าว จึงให้ switch ไปหุ้น THANI แทน เนื่องจากกำไรปี 2561-2562 จะเติบโต 19.8% และ 18% yoy หนุนจากภาพรวมอุตสาหกรรมรถบรรทุก ที่ยังเติบโตอย่างแข็งแกร่ง



ธนาคารแห่งประเทศไทย เอเซียพลัส สินเชื่อทะเบียนรถ