“Magnolias Ratchadamri Boulevard” Encounter Unique and Extraordinary Experiences แมกโนเลียส์ ราชดำริ บูเลอวาร์ด ชวนเปิดประสบการณ์พิเศษสุดล้ำค่าของที่สุดแห่งความหรูหราในการใช้ชีวิต

3 September 2018






ความโดดเด่นแห่งงานสถาปัตยกรรมระดับเวิลด์คลาสที่ผสมผสานรายละเอียดของความทันสมัยและความได้เปรียบในด้านทำเลที่ตั้ง คือ สิ่งสำคัญที่ช่วยรังสรรค์ให้โครงการ "แมกโนเลียส์ ราชดำริ บูเลอวาร์ด (Magnolias Ratchadamri Boulevard)" กลายเป็นแลนด์มาร์คแห่งใหม่ใจกลางมหานครกรุงเทพฯ ที่พร้อมสะกดตรึงทุกสายตาด้วยภาพลักษณ์อันหรูหราสง่างาม




แมกโนเลียส์ ราชดำริ บูเลอวาร์ด บทพิสูจน์แห่งคุณภาพและมาตรฐานระดับสากลของโครงการมิกซ์ยูสระดับซูเปอร์ลักชัวรี่ที่พร้อมสรรพสำหรับไลฟ์สไตล์ทันสมัยในแบบคนเมือง




ในบรรดาถนนสายธุรกิจชั้นนำของกรุงเทพฯ "ถนนราชดำริ" คือ หนึ่งในสัญลักษณ์แห่งความรุ่งโรจน์ที่ดำเนินมายาวนานนับตั้งแต่อดีตจวบจนถึงปัจจุบัน ซึ่งแน่นอนว่าทุกตารางนิ้วของพื้นที่ดินบนถนนสายนี้ ล้วนได้รับการกล่าวขานว่าเป็นทำเลทองใจกลางเมืองที่มีความสมบูรณ์แบบในทุกมิติ โดยเฉพาะความสะดวกสบายในการใช้ชีวิตแบบคนเมืองที่พรั่งพร้อมไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกรอบด้าน ทั้งห้างสรรพสินค้า แหล่งช้อปปิ้งและไลฟ์สไตล์ต่างๆ อาคารสำนักงาน รวมไปถึงระบบขนส่งมวลชนที่มีประสิทธิภาพและทันสมัย และในขณะเดียวกัน ถนนราชดำริก็ยังคงบรรยากาศของความเป็นส่วนตัวและเงียบสงบที่เหมาะสำหรับการพักผ่อนและอยู่อาศัยอีกด้วย ซึ่งทั้งหมดนี้ล้วนเป็นองค์ประกอบสำคัญที่ทำให้ บริษัท แมกโนเลีย ไฟน์เนสท์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด ภายใต้ บริษัท แมกโนเลีย ควอลิตี้ ดีเวล็อปเม้นต์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (MQDC) เกิดความคิดริเริ่มในการสร้างสรรค์เมกะโปรเจคต์อย่าง "แมกโนเลียส์ ราชดำริ บูเลอวาร์ด (Magnolias Ratchadamri Boulevard)" นิยามใหม่ของความสมบูรณ์แบบแห่งโครงการมิกซ์ยูส (Mixed-use) ระดับซูเปอร์ลักชัวรี่ที่ตั้งอยู่บนทำเลทองผืนสุดท้ายที่ดีที่สุดในย่านราชประสงค์ ซึ่งนับเป็นความคุ้มค่าในทุกมิติทั้งในด้านการเป็นที่อยู่อาศัยที่มีความทันสมัยและเพียบพร้อม รวมไปถึงด้านการลงทุนเพื่อผลกำไรที่งดงามในอนาคต ภายใต้สัญญาเช่า (Leasehold) จากที่ดินสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ ระยะเวลาการเช่า 30 ปี และสิทธิในการต่ออายุสัญญาเช่าอีก 20 ปี รวมระยะเวลาทั้งสิ้นถึง 50 ปี




แมกโนเลียส์ ราชดำริ บูเลอวาร์ด เป็นโครงการมิกซ์ยูสขนาดใหญ่ในพื้นที่อาคารสูงขนาด 60 ชั้น ซึ่งประกอบไปด้วย 3 ส่วนหลัก คือ พื้นที่สำนักงาน, โรงแรมวอลดอร์ฟ แอสโทเรีย กรุงเทพฯ (Waldorf Astoria Bangkok) จำนวน 171 ห้อง ซึ่งเป็นแบรนด์โรงแรมชั้นนำระดับโลกในเครือฮิลตัน และที่นี่นับเป็นสาขาแรกในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งในส่วนของโรงแรมจะเปิดให้บริการในช่วงไตรมาสที่ 3 ในปี 2561 นี้ และพื้นที่ของเรสซิเดนท์สุดหรู จำนวน 316 ยูนิต ตั้งแต่ชั้น 17-54 ซึ่งมีให้เลือกตั้งแต่เรสซิเดนท์ ขนาด 1 ห้องนอน และ 2 ห้องนอน, เพนท์เฮ้าส์ และดูเพล็กซ์เพนท์เฮ้าส์ โดยจุดเด่นของเรสซิเดนท์ในทุกยูนิตนั่นก็คือ ระยะจากพื้นจรดเพดานที่มีความสูงถึง 3 เมตร ช่วยสร้างบรรยากาศของห้องพักที่มีความโล่งโปร่งสบายในมุมมองโดยรอบ และหน้าต่างทุกบานถูกดีไซน์ให้เป็นกระจกสูงเต็มบาน เพื่อให้สามารถมองเห็นทัศนียภาพภายนอกได้อย่างเต็มตาทุกห้อง นอกจากนี้ การจัดแบ่งพื้นที่ใช้สอยในส่วนต่างๆ ก็ยังสามารถตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของผู้อยู่อาศัยที่ต้องการทั้งความหรูหรา ความสะดวกสบาย และความทันสมัยได้อย่างลงตัว เรียกได้ว่า แมกโนเลียส์ ราชดำริ บูเลอวาร์ด เป็นทำเลที่ดีเยี่ยมทั้งการอยู่อาศัยและการลงทุน ล้ำค่าของที่สุดแห่งความหรูหราในการใช้ชีวิต




ไฮไลต์สำคัญประการหนึ่งในส่วนของเรสซิเดนท์ ซึ่งถือเป็นผลงานระดับมาสเตอร์พีซที่สร้างความประทับใจในครั้งแรกให้กับทุกคนที่ได้เห็นนั่นก็คือ งานอินทีเรียดีไซน์ที่ได้รับการออกแบบและตกแต่งอย่างพิถีพิถัน โดยเฉพาะการเลือกสรรเฟอร์นิเจอร์ชั้นเยี่ยมในการตกแต่งเพื่อเติมเต็มคุณค่าและสุนทรียสัมผัสให้กับผู้อยู่อาศัยได้อย่างสมบูรณ์แบบที่สุด ไม่ว่าจะเป็นแนวคิดในการออกแบบของบริษัทนำเข้าเฟอร์นิเจอร์อย่าง โอลิเวีย ลิฟวิ่ง (Olivia Living) ซึ่งนำเสนอรูปแบบโมเดิร์นคลาสสิกที่ให้ความรู้สึกเรียบหรูและสง่างาม ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจในการตกแต่งสไตล์  Antique French Style โดยเน้นเฟอร์นิเจอร์ที่มีการผสมผสานวัสดุไม้และเหล็กเข้าด้วยกันในโทนสีเอิร์ธโทน เปรียบเสมือนการหลอมรวมความเข็มแข็งและความนุ่มนวลเพื่อสร้างเสน่ห์ที่ไม่เหมือนใครและให้ความรู้สึกที่อบอุ่นล้ำลึก  ในขณะที่สไตล์ Elegance Modern จะมีลูกเล่นของโทนสีอ่อนและเข้มสลับกันไป ซึ่งให้ความรู้สึกเท่ ทันสมัย และน่าค้นหา ซึ่งทั้งสองสไตล์ได้เลือกใช้เฟอร์นิเจอร์แบรนด์หรูที่เต็มไปด้วยเอกลักษณ์เฉพาะตัวอย่าง Vanguard, Hickory White, Lillian August for Hickory White และ Curations Limited มาจัดวางเข้าด้วยกันอย่างมีศิลปะและสะท้อนถึงรสนิยมชั้นสูงได้อย่างแท้จริง




นอกจากนี้ ก็ยังมีความพิเศษในแบบฉบับเอ็กซ์คลูซีฟของห้องตัวอย่างของโครงการที่ตั้งอยู่บนชั้น 40 ซึ่งก็คือแนวคิดการออกแบบงานอินทีเรียดีไซน์ของบริษัทนำเข้าเฟอร์นิเจอร์ชื่อดังอย่าง ซอนเดอร์ ลิฟวิ่ง (Sonder Living) ที่ใช้ไอเดียในการมิกซ์แอนด์แมทช์แบรนด์เฟอร์นิเจอร์ชื่อดังระดับโลกอย่าง Tracey Boyd, Kelly Hoppen,  Andrew Martin และ Maison 55 ไม่ว่าจะเป็นในส่วนของพื้นที่พักผ่อนที่มีการผสมผสานดีไซน์ด้วยชุดโซฟาและเก้าอี้อาร์มแชร์ผ้ากำมะหยี่สีน้ำเงินบลู เว็ลเวท หนึ่งในผลงานชิ้นเอกของ Tracey Boyd แบรนด์ดีไซเนอร์แนวคอนเทมโพรารี่คลาสสิค  Contemporary Classic หรือจะเป็นโต๊ะรับประทานอาหารดีไซน์โก้หรู Chrysler Dining Table จากแบรนด์ Andrew Martin และ Reed Console Table จากแบรนด์ Kelly Hoppen ที่ถูกนำมาจัดวางอย่างลงตัวในโซนรับประทานอาหาร ส่วนในพื้นที่ของห้องนอนใหญ่และห้องนอนเล็ก ในห้องชุดบนพื้นที่กว่า 100 ตารางเมตร ได้ถูกออกแบบโดยเลือกใช้เซตเฟอร์นิเจอร์ของแบรนด์ Maison 55 ที่มีความโดดเด่นเอกลักษณ์การออกแบบที่สะท้อนถึงความร่วมสมัย รวมถึงการผสมผสานศิลปะจากยุโรปและอเมริกันเข้าด้วยกันอย่างกลมกลืน

และเมื่อเราได้สำรวจพื้นที่ใช้สอยในส่วนอื่นๆ ของเรสซิเดนท์ สิ่งที่เราได้พบก็คือความละเอียดและความใส่ใจของโครงการในการคัดสรรและเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่ล้วนแต่เป็นท็อปแบรนด์ระดับโลกทั้งในด้านความหรูหราและคุณภาพ นับตั้งแต่พื้นที่ส่วนครัวที่กว้างขวางและมีการผสมผสานห้องครัวและพื้นที่ใช้สอยเข้าไว้ด้วยกันได้อย่างลงตัว พร้อมทั้งติดตั้งชุดครัว บูลล์ธอป (Bulthaup) ในทุกยูนิต ซึ่งเป็นแบรนด์ชุดครัวหรูหราที่มีชื่อเสียงระดับโลกจากประเทศเยอรมนี ขณะเดียวกันก็ออกแบบวางแผนชุดครัว ให้เป็นไปตามกฎ Ergonomics ในรูปแบบมินิมัลลิสต์อีกด้วย ทำให้พื้นที่ใช้สอยต่างๆ เกิดประโยชน์สูงสุด ไม่ว่าจะเป็นผนังโครงสร้างเหล็กที่ใช้รองรับน้ำหนักในการใช้งานฟังก์ชั่นต่างๆ ได้อย่างมั่นคง รวมถึงพื้นที่สำหรับเก็บเครื่องครัวและอุปกรณ์ต่างๆ อย่างเป็นระบบระเบียบและง่ายต่อการใช้งาน ตลอดจนรางลิ้นชักที่ทำจากวัสดุที่มีคุณภาพสูง มีความคงทนแข็งแรง และยังสามารถเลื่อนเปิด-ปิดได้อย่างง่ายดาย รวมถึงอ่างล้างจาน FRANKE และชุดครัวคุณภาพสูงจาก Siemens




ในส่วนของห้องน้ำ ทางโครงการยังคงความพิถีพิถันด้วยการเลือกใช้เครื่องสุขภัณฑ์ชั้นนำ ไม่ว่าจะเป็นก๊อกน้ำ Dornbracht ซึ่งเป็นท็อปแบรนด์ที่ใช้เฉพาะในโครงการที่พักอาศัยระดับไฮเอนด์ชั้นนำทั่วโลก รวมถึงชุดสุขภัณฑ์ระดับพรีเมี่ยมอย่าง HANSGROHE ซึ่งหลายรายการถูกออกแบบมาเป็นพิเศษสำหรับโครงการนี้เท่านั้น อาทิ อ่างอาบน้ำ KASCH ที่สั่งทำขนาดพิเศษโดยเฉพาะ เพื่อให้เกิดความลงตัวกับพื้นที่ได้อย่างสมบูรณ์แบบที่สุดนั่นเอง

ไม่เพียงเฉพาะแค่ความงดงามหรูหราที่ปรากฏอยู่ในรายละเอียดของงานอินทีเรียดีไซน์เท่านั้นที่ทำให้โครงการแมกโนเลียส์ ราชดำริ บูเลอวาร์ด ได้รับการกล่าวขวัญถึงในวงกว้าง แต่ยังรวมถึงความโดดเด่นของงานดีไซน์สถาปัตยกรรมภายนอกที่ทำให้โครงการมิกซ์ยูสระดับซูเปอร์ลักชัวรี่แห่งนี้ กลายเป็นไอโคนิค บิลดิ้ง (Iconic building) แห่งใหม่ของถนนราชดำริ ภายใต้แรงบันดาลใจในการออกแบบที่มาจาก “กลีบดอกแมกโนเลีย” ซึ่งหากมองจากมุมสูงลงมาก็จะเห็นได้ชัดถึงเส้นสายลายโค้งอันอ่อนช้อยที่วนล้อม ไล่เรียงตั้งแต่ปลายด้านบนจรดถึงฐานด้านล่าง คล้ายกับดอกไม้ที่กำลังค่อยๆ เบ่งบานอย่างสวยงาม และที่น่าทึ่งยิ่งไปกว่านั้นนั่นก็คือ การผสมผสานไอเดียในด้านการประหยัดพลังงานเข้ากับการออกแบบ โดยการประยุกต์แนวคิดสถาปัตยกรรมของบ้านไทยที่เหมาะสมกับสภาพอากาศเมืองร้อนของกรุงเทพฯ โดยเฉพาะในเรื่องทิศทางของแสงแดด มาออกแบบเป็นส่วนชายคาหรือ Sunshade ของตัวอาคาร ซึ่งถูกคำนวณอย่างแม่นยำและดีไซน์ให้กลายเป็นส่วนประดับ (Façade) โอบล้อมอาคาร ร่วมกับการใช้เทคโนโลยีขั้นสูงเพื่อการหมุนเวียนทรัพยากรกลับมาใช้ใหม่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ นั่นจึงไม่ใช่เรื่องแปลกหากจะกล่าวว่า ทุกรายละเอียดที่เกิดจากความพิถีพิถันและความมุ่งมั่นของ แมกโนเลียส์ ราชดำริ บูเลอวาร์ด ก็เพื่อจุดมุ่งหมายในผลลัพธ์แห่งคุณภาพระดับสูงและเพื่อให้ตรงตามมาตรฐาน LEED (Leadership in Energy and Environmental Design) จากสหรัฐอเมริกา ซึ่งถือเป็นมาตรฐานด้านการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและพลังงานที่เข้มงวดที่สุดของโลก ดังจะเห็นได้จากการที่โครงการให้ความสำคัญกับเรื่องแสง ความร้อน อากาศ และการใช้น้ำภายในโครงการ อาทิ การใช้กระจกแบบ IGU  และการใช้ Sun Shading เพื่อช่วยลดความร้อนในห้อง  รวมถึงระบบทำความเย็นที่ใช้ระบบน้ำทำความเย็นในท่อ ซึ่งจะไม่ปล่อยความร้อนออกมาภายนอกอาคาร นอกจากนี้ก็ยังมีระบบหมุนเวียนน้ำบางส่วนที่คุณภาพน้ำยังสามารถใช้ได้ เพื่อนำกลับมาใช้ประโยชน์ต่อ อาทิ การรดน้ำต้นไม้ ตลอดจนถึงระบบเติมอากาศบริสุทธิ์ เพื่อใส่อากาศบริสุทธิ์เข้าไปในโครงการ

ด้วยรายละเอียดและความประณีตพิถีพิถันที่ประกอบกันขึ้นเป็นความสำเร็จของโครงการ "แมกโนเลียส์ ราชดำริ บูเลอวาร์ด" เราคงไม่สามารถปฏิเสธได้เลยว่า นี่คือหนึ่งในตัวอย่างของผลลัพธ์ที่สมบูรณ์แบบในการพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์ของเมืองไทยเพื่อให้ได้มาตรฐานระดับสูงสุดเทียบเท่าระดับสากล ทั้งในแง่ของเทคโนโลยีเพื่อการอยู่อาศัย การเลือกใช้วัสดุ ซึ่งทีมงานของแมกโนเลียส์ ราชดำริ บูเลอวาร์ด ได้ทำการวิจัย ออกแบบ และคัดสรรเฉพาะสิ่งที่ดีที่สุดเท่านั้น ด้วยปณิธานสูงสุดในการออกแบบและพัฒนาเพื่อการสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีอย่างยั่งยืนให้แก่ผู้อยู่อาศัยในโครงการ ซึ่งสอดคล้องกับหลักปรัชญาของแมกโนเลียฯ ที่ว่า "คิดและสร้างสรรค์เพื่อความยั่งยืนของมนุษย์" อย่างแท้จริง

ขอเชิญคุณร่วมสัมผัสประสบการณ์ใหม่ของการใช้ชีวิตที่สมบูรณ์แบบยิ่งกว่ากับโครงการ "แมกโนเลียส์ ราชดำริ บูเลอวาร์ด (Magnolias Ratchadamri Boulevard)" ได้แล้ววันนี้ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร.+66 83 095 5054 หรือทางเว็บไซต์  www.magnolias-ratchadamri.com และ www.facebook.com/MagnoliasRatchadamriBoulevard




คอนโดมิเนียม ฐานเศรษฐกิจ สถาปัตยกรรม Thansettakij Magnolias Magnolias Ratchadamri Boulevard แมกโนเลียส์ ราชดำริ บูเลอวาร์ด