จุดแนวคิด  ‘มอลล์ใกล้บ้าน...บ้านใกล้มอลล์’ โฟร์วิงส์ กรุ๊ป เปิดศึกโซนกรุงเทพกรีฑา

2 September 2018






ผู้ครํ่าหวอดในธุรกิจโรงแรมและอสังหาริมทรัพย์ในไทยมานานกว่า 60 ปีสำหรับ “โฟร์วิงส์กรุ๊ป” ล่าสุด “ฐานเศรษฐกิจ” สัมภาษณ์ทายาทรุ่น 3 นายบุญฤทธิ์ จิระพจชพร ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท บอสตัน เอเวนิวฯ รับไม้ต่อธุรกิจบนความท้าทายใหม่ดังนี้

บุญฤทธิ์ จิระพจชพร



ความท้าทายทายาทรุ่น 3

ปี 2561 โฟร์วิงส์ กรุ๊ป ตั้งเป้ารายได้ธุรกิจในเครือ ที่ 2.5 พันล้านบาท รายได้หลักยังมาจากธุรกิจโรงแรม (แกรนด์โพร์วิงส์ คอนเวนชั่น ศรีนครินทร์, โฟร์วิงส์ สุขุมวิท 26) รวมถึงการปล่อยเช่าอพาร์ตเมนต์ ปล่อยเช่าและขายที่ดิน โดยรายได้สัดส่วนใหม่ที่จะเกิดขึ้นประมาณ 1 พันล้านบาท จะมาจากการพัฒนาโครงการหรู โดย บอสตัน เอเวนิว ที่แตกไลน์ธุรกิจเพื่อรองรับดีมานด์กำลังซื้อกลุ่มบนที่ไม่ว่ายุคไหนก็ไม่เคยได้รับผลกระทบจากสภาวะเศรษฐกิจ นอกจากการได้มาซึ่งรายได้หมุนเวียนในรูปแบบเดิมๆ ซึ่งถือเป็นความท้าทายใหม่ในแง่ การคิดคอนเซ็ปต์ที่จะยึดเป็นโมเดลหลักในการพัฒนาโครงการระยะยาว หลังจากรุ่นคุณปู่ ซึ่งเป็นผู้บุกเบิก ยึดมั่นกับการสร้างและดูแลจัดการธุรกิจด้วยตนเอง โดยเป็นสไตล์การทำธุรกิจที่ส่งต่อมายังลูก-หลาน ให้คำนึงถึงการดูแลเอาใจใส่ลูกค้าเป็นหลัก ทำให้มีแนวคิด การพัฒนาโครงการที่ต่างจากโปรดักต์ในตลาด คือการเสริมเข้ามาของไลฟ์สไตล์ ที่ใช้ชีวิตอยู่ได้จริงมากกว่าที่อยู่อาศัย “มอลล์ใกล้บ้าน บ้านใกล้มอลล์”

บ้านหรูบวกคอมมิวนิตีมอลล์

โครงการ เดอะ พาร์ค เอเวนิว ไพรเวท เป็นโครงการแนวราบแห่งแรกของบริษัท และแห่งแรกของกรุงเทพกรีฑา ที่เป็นบ้านหรู ติดคอมมิวนิตีมอลล์และสนามกอล์ฟ บนเนื้อที่ 13 ไร่ หัวมุมถนนตัดใหม่และถนนเก่า เข้าออกได้ 2 ทาง ด้วยมูลค่าการลงทุน 1.2 พันล้านบาท ผ่านบ้านหรูเพียง 36 หลัง ราคาเริ่มต้น 27 ล้านบาท เจาะกลุ่มเศรษฐี นักธุรกิจ และผู้ปกครองโรงเรียนนานาชาติในทำเล รองรับไลฟ์สไตล์ของลูกบ้าน  ด้วยการพัฒนาคอมมิวนิตีมอลล์ “เดอะ พาร์ค” ในทำเลติดกัน มีร้านกาแฟและอาหารชื่อดังเช่าเต็มทั้งพื้นที่ โดยมีลูกบ้านและผู้อาศัยในทำเลดังกล่าว เข้า-ออก  มากกว่า 5 หมื่นคนต่อเดือน ขณะเดียวกันอีกแม็กเนตสำคัญที่จะทำให้คอม
มิวนิตีมอลล์มีความคึกคักต่างจากที่อื่น คือ การลงทุนสร้างสปอร์ตคอมเพล็กต์ขนาดใหญ่อีก 2,300 ตารางเมตร ภายในเดอะพาร์ค รองรับการให้บริการแก่ลูกบ้านและบุคคลทั่วไปด้วย เป็นการตอบโจทย์ด้านที่อยู่อาศัยอย่างครบวงจร จุดเด่นดังกล่าว ทำให้ขณะนี้โครงการ เดอะ พาร์ค เอเวนิว ไพรเวท มียอดขายแล้วรวม 15 หลัง คาดปิดการขายทั้งหมดภายในปีนี้


กรุงเทพกรีฑาตลาดรายใหญ่

นายบุญฤทธิ์ ระบุว่า ปัจจุบันพื้นที่กรุงเทพฝั่งตะวันออก โดยเฉพาะทำเลกรุงเทพกรีฑา ถือเป็นตลาดบ้านเดี่ยวที่สำคัญอีกทำเลหนึ่งของกรุงเทพ ที่ดินถูกเปลี่ยนมือจากผู้ถือเก่าไปสู่นักพัฒนาค่อนข้างมาก มีการซื้อขายกันเฉลี่ยตารางวาละ 1-1.2 แสนบาท เป็นตัวเลขที่ปรับขึ้น 50-100% จาก 6 หมื่นบาทแค่ช่วง 2 ปีที่ผ่านมา เนื่องจากมีการพัฒนาถนนตัดใหม่ ศรีนครินทร์-ร่มเกล้าและโครงการรถไฟฟ้าสายสีเหลือง รวมถึงการเกิดขึ้นของโรงเรียนนานาชาติใหม่ 2 แห่ง (นานาชาติไบรท์ตัน, นานาชาติ เวลลิงตัน) ทำให้ตลอด 2 ฝั่งของถนนทั้งกรุงเทพกรีฑาเดิมและถนนใหม่ เกิดซัพพลายใหม่อย่างคึกคัก เช่น ทาวน์เฮาส์, บ้านเดี่ยวระดับราคา 10 ล้านขึ้นไป และ 20 ล้านขึ้นไป ที่เจ้าใหญ่แข่งขันกันสูง คาดมีซัพพลายรอระบายออกเฉพาะเซ็กเมนต์นี้ขณะนี้ไม่ตํ่ากว่า 100-200 หน่วย ขณะที่พบหลายบริษัทในตลท.ประกาศเตรียมเปิดโครงการใหม่ในช่วงไตรมาส 4 อีกหลายโครงการ

ปัจจุบันบริษัท ยังมีที่ดินแปลงใหญ่อีกจำนวน 50 ไร่ บนทำเลกรุงเทพกรีฑาตัดใหม่ ซึ่งกำลังอยู่ในขั้นตอนการเจรจากับพันธมิตรเพื่อพัฒนาเป็นธุรกิจด้านการศึกษา ซึ่งอาจกลายเป็นโรงเรียนนานาชาติแห่งที่ 3 ในทำเลดังกล่าว เนื่องจากได้รับความสนใจจากพันธมิตร ว่าเป็นทำเลที่เหมาะสมมาก ไม่มีตึกสูง ใกล้เมือง ใกล้สนามบินสุวรรณภูมิ และเป็นโซนที่อยู่อาศัยที่คึกคักตอบโจทย์ โดยแผนดังกล่าวจะใช้พื้นที่ประมาณ 20 ไร่ คาดปีหน้าน่าจะมีความชัดเจน ส่วนพื้นที่อีก 30 ไร่ จะถูกแบ่งการพัฒนา เป็นที่อยู่อาศัยอีกประมาณ 2 โครงการ มูลค่าการลงทุนวางไว้ในหลัก 1 พันล้านบาท นอกจากนี้ยังมีที่ดินอีก 1 แปลงใหญ่ จำนวน 45 ไร่ บนถนนพระราม 9-ศรีนครินทร์ กำลังเจรจากับพันธมิตรที่เป็นเบอร์ต้นๆ ในธุรกิจศูนย์การค้า เพื่อปล่อยเช่าที่ดินในระยะยาว วางรูปแบบโครงการคล้ายโครงการ “เดอะไนน์” โดยก็จะมีความชัดเจนเร็วๆนี้ เช่นกัน

หน้า 29-30 หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ฉบับที่ 3,397 วันที่ 2 - 5 กันยายน พ.ศ. 2561



คอมมิวนิตีมอลล์ โฟร์วิงส์ กรุ๊ป เดอะ พาร์ค เอเวนิว ไพรเวท โรงแรมแกรนด์โพร์วิงส์ คอนเวนชั่น กรุงเทพกรีฑาตัดใหม่