นายกฯระบุ“บัญชีเงินฝากพื้นฐาน”ยกระดับผู้มีรายได้น้อยให้เข้าถึงบริการทางการเงิน

1 September 2018






นายกฯระบุ“บัญชีเงินฝากพื้นฐาน”ยกระดับผู้มีรายได้น้อยให้เข้าถึงบริการทางการเงิน

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กล่าวในรายการ "ศาสตร์พระราชา สู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน" ว่า“อีกโครงการหนึ่ง ที่เราได้เปิดตัวไปเมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา แล้วก็คาดว่าจะทยอยให้บริการได้ในเดือนตุลาคมนี้ ก็เป็นอีกช่องทางหนึ่ง ในการช่วยสนับสนุนมาตรการช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อยของประเทศในระยะยาว ก็คือ การจัดให้มีบริการ “บัญชีเงินฝากพื้นฐาน” ซึ่งจะหมายถึง บัญชีเงินฝากแบบใหม่ที่ธนาคารต่าง ๆ จะให้บริการแก่ประชาชน

โดยการเปิดบัญชีไม่จำเป็นต้องมีเงินไปฝาก ไม่มีค่าธรรมเนียมรักษาบัญชี อีกทั้ง ไม่มีค่าธรรมเนียมแรกเข้า และค่าธรรมเนียมรายปี ในการมีบัตร ATM หรือบัตรเดบิต และค่าธรรมเนียมอื่น ๆ จะไม่สูงกว่าการทำธุรกรรมแบบเดียวกันในบัญชีอื่นๆ



โดยผู้ที่จะได้รับสิทธิ์ในการเปิดบัญชีเงินฝากพื้นฐานแบ่งเป็น 2 กลุ่ม กลุ่มแรก คือผู้มีรายได้น้อยที่ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ซึ่งปัจจุบันมีประมาณ 11.4 ล้านราย และอีกกลุ่ม คือผู้ที่มีอายุตั้งแต่ 65 ปีขึ้นไปโดยต้องมีสัญชาติไทย

มาตรการนี้จะเป็นอีกก้าวสำคัญในการยกระดับความเป็นอยู่ของผู้มีรายได้น้อยให้เข้าถึงบริการทางการเงินที่มีต้นทุนต่ำกว่าเดิม ลดความเหลื่อมล้ำ จากการศึกษาของธนาคารแห่งประเทศไทย และผลการสำรวจภาคครัวเรือน พบว่า มีครัวเรือนประมาณร้อยละ 30 ที่ยังไม่สามารถเปิดบัญชีเงินฝาก หรือไม่ได้ใช้บริการเงินฝาก ซึ่งสัดส่วนดังกล่าวเพิ่มขึ้นมาก จากร้อยละ 20 ในปี 2556 พบว่าอุปสรรคส่วนใหญ่นั้น เกิดมาจากการที่ต้องมีเงินไปเปิดบัญชี การต้องมีเงินไว้ในบัญชีเพื่อรักษาบัญชี และค่าธรรมเนียมต่างๆ ที่สูงเกินไป

กล่าวได้ว่า ข้อจำกัดนี้ สร้างความเหลื่อมล้ำในสังคม ช่วงที่ผ่านๆ มา รัฐบาลนี้มองเห็น และพยายามแก้ไขในทุกๆ มิติที่สร้างจะทำได้ ซึ่งการมีบัญชีเงินฝากพื้นฐานนี้จะช่วยให้พี่น้องประชาชน สามารถใช้บริการด้านการเงิน ทั้งในเรื่องโอนเงิน และชำระเงิน โดยไม่ต้องมีค่าใช้จ่าย

โดยเฉพาะในปัจจุบัน ที่การโอนเงิน การชำระเงิน เพื่อทำการค้าขายหรือทำธุรกรรมต่าง ๆ จะผ่านระบบดิจิทัลมากขึ้น และต่อไปก็อาจ “ต่อยอด” การใช้บัญชีนี้ ไปสู่การทำมาค้าขายในชีวิตประจำวัน รวมถึงการประกอบอาชีพ เช่น เรื่องการค้าขายออนไลน์ และนำไปสู่การยกระดับคุณภาพชีวิตในที่สุด อีกทั้งจะเป็นเหมือน “ประตูบานแรก” ของการเข้าสู่บริการทางการเงิน ที่จะช่วยส่งเสริมให้ประชาชนมีความรู้ ความเข้าใจ ทางการเงินมากขึ้น มีช่องทางในการออมเงินมากขึ้น



นอกจากนี้ ในการโอนเงินสวัสดิการต่าง ๆ ให้กับพี่น้องประชาชนในระยะต่อไป ก็สามารถทำผ่านระบบออนไลน์ไปยังบัญชีธนาคารของแต่ละคน “โดยตรง” ได้อีกด้วย ซึ่งในเรื่องนี้ ก็จะเป็นการช่วยให้การบริการประชาชนของภาครัฐมีประสิทธิภาพขึ้น ที่สำคัญอีกประการ คือ จะช่วยลดช่องทางการทุจริตไปได้พร้อมกัน อีกด้วย

ผมต้องขอขอบคุณธนาคารแห่งประเทศไทย สมาคมธนาคารไทย ธนาคารพาณิชย์ที่เข้าร่วมโครงการทั้ง 14 แห่ง ธนาคารออมสิน และ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร ที่เข้าร่วมในโครงการนี้เพื่อช่วยกันคนละไม้ละมือ ช่วยกันลดช่องว่างความเหลื่อมล้ำ ที่เป็นปัญหาสำคัญของประเทศ ซึ่งธนาคารที่เข้าร่วมโครงการนี้ ก็สามารถให้สิทธิประโยชน์เพิ่มเติมจากที่ผมได้กล่าวไปในตอนต้นได้ด้วย

พี่น้องประชาชนที่สนใจ ก็สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ หากท่านผ่านเงื่อนไข เป็นผู้ถือบัตรสวัสดิการภาครัฐ หรืออายุ 65 ปีขึ้นไป ที่มีสัญชาติไทย ก็สามารถเปิดไปเปิดบัญชี ที่ธนาคารที่เข้าร่วมโครงการได้ ตั้งแต่เดือนตุลาคมนี้

ผมขอฝากไว้ว่า การใช้งานบัญชีเงินฝากขั้นพื้นฐานนี้ ก็ต้องดูแลให้ตรงกับวัตถุประสงค์ด้วยนะครับ หากท่านมีเงินหมุนเวียน หรือยอดคงค้างในบัญชีเกิน 50,000 บาทต่อเดือน หรือไม่มีการฝากเข้า ถอนออก หรือโอนระหว่างบัญชี ภายใน 24 เดือน ธนาคารก็อาจขอปรับบัญชีเงินฝากขั้นพื้นฐานของท่านกลับไปให้เป็นบัญชีเงินฝากปกตินะครับ ที่จะต้องมีการเสียค่าธรรมเนียมเหมือนทั่วไปด้วย”



ผู้มีรายได้น้อย ศาสตร์พระราชา บัญชีเงินฝากพื้นฐาน