Fin.ดี"We Can Do" ต้นแบบวินัยการเงิน ดึงคนไทย ‘ปลอดหนี้-มีออม’

31 August 2018






โจทย์และความท้าทายอันดับต้นๆ สำหรับผู้บริหารประเทศและหน่วยงานภาครัฐต้องประสานความร่วมมือเชิงรุกคือ ภาระหนี้ของประชาชนคนไทย ที่ยังทรงตัวในระดับสูง อยู่ในทุกช่วงวัยของอายุ และสะสมจากรุ่นสู่รุ่นไปในอนาคต

สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) รายงานหนี้สินครัวเรือนไตรมาส 2 ของปี 2561 พบว่า ยังมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน โดยพิจารณาจากยอดคงค้างสินเชื่อเพื่ออุปโภคบริโภคส่วนบุคคลของธนาคารพาณิชย์ ที่ขยายตัว 8% ขณะที่ความสามารถในการชำระหนี้ เมื่อพิจารณาจากสัดส่วนหนี้เพื่อการอุปโภคบริโภคที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ต่อสินเชื่อรวมลดลงจาก 2.78% ในไตรมาสแรกปี 2561 เป็น 2.72% โดยลดลงในสินเชื่อเกือบทุกประเภท ยกเว้นสินเชื่อที่อยู่อาศัยที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ภาครัฐมีมาตรการแก้ไขปัญหาหนี้ครัวเรือนอย่างต่อเนื่อง ทั้งหนี้ในและหนี้นอกระบบ



ซึ่งก่อนหน้า ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.)รายงานตัวเลขเงินให้กู้ยืมแก่ภาคครัวเรือนไตรมาส 1 ปี 2561 พบว่า ยอดคงค้างหนี้ครัวเรือนขยับสูงขึ้นมาอยู่ที่ 12.17 ล้านล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 5.2% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน แต่สัดส่วนหนี้ครัวเรือนต่อจีดีพี ชะลอลงมาอยู่ที่ 77.6% จาก 78.0% ในไตรมาส 4 ของปีก่อน ศูนย์วิจัยกสิกรไทยคาดว่า สัดส่วนหนี้ครัวเรือนต่อจีดีพีอาจชะลอมาอยู่ในกรอบ 76.5-77.5% ต่อจีดีพี และสัดส่วนหนี้เอ็นพีแอลของรายย่อยขยับสูงขึ้น ขณะที่ต้นทุนดอกเบี้ยอาจมีแนวโน้มทยอยเพิ่มขึ้น สะท้อนว่า ประชากรส่วนใหญ่ของไทยยังคงติดกับดักหนี้ จากสารพัดรูปแบบ ซึ่งเป็นเงาหลอนเกือบทุกระดับชนชั้น ไล่เลียงตั้งแต่หนี้กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) ซึ่งปล่อยกู้ให้นักเรียน นักศึกษา 5.7 แสนรายประมาณ 5.4 ล้านรายซึ่งในจำนวนนี้มีการผิดนัดชำระอีกกว่า 7 หมื่นราย

ถัดไปอีกระดับคือ หนี้ข้าราชการครู หากย้อนดูพบว่า สำนักงานส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา (สกสค.) กระทรวงศึกษาธิการ ภายใต้โครงการสวัสดิการเงินกู้ฌาปนกิจสงเคราะห์ช่วยเพื่อนครูและบุคลากรทางการศึกษา(ช.พ.ค.) ตั้งแต่โครงการ 2-7 รวมกว่า 4 แสนบัญชี มูลหนี้กว่า 4 แสนล้านบาท ยังคงทยอยปรับโครงสร้างหนี้ครั้งแล้วครั้งเล่ากับ ธนาคารออมสิน แม้กระทั่งหนี้ในระดับเกษตรกรภายใต้คำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) อีกด้วย



จากปัญหาดังกล่าว ธปท.จึงมีนโยบายใช้มาตรการเชิงป้องกันกับกลุ่มคนรุ่นใหม่ (GenY)ซึ่งเป็นวัยแรงงานหลักของประเทศ ด้วยการให้ความรู้ควบคู่การลงมือปฏิบัติจริง ภายใต้ “โครงการFin.ดี We Can Do” ซึ่งธปท.และศูนย์สถานศึกษาพอเพียงมูลนิธิยุวสถิรคุณ ร่วมจัดประกวดผลงานด้านความรู้ทางการเงินของครูและนักศึกษาในสถาบันอาชีวศึกษาถึง 17 แห่งจากทุกภูมิภาค

ภายใต้รูปแบบการประกวด 2 ประเภทคือ 1.นวัตกรรมการสอนซึ่งมุ่งให้ครูจัดทำเครื่องมือการสอนที่บูรณาการกับช่องทางการเรียนในวิชาเรียนและกิจกรรมต่างๆ 2.โครงงานสำหรับนักศึกษาโดยนำความรู้ทางการเงินที่ครอบคลุมความรู้ทางการเงินส่วนบุคคลผู้ประกอบการ ผนวก กับหลักปรัญชาของเศรษฐกิจพอเพียงเป็นแนวคิดและจัดทำผลงาน

ซึ่งผู้ที่ชนะใจกรรมการ นอกจากเป็นต้นแบบ และแรงบันดาลใจขยายผลในการนำความรู้เชิงวิชาชีพมาประยุกต์ร่วมกับความรู้ทางการเงินและลงมือปฏิบัติจริงก่อนจะส่งต่อพลังความสำเร็จในการพัฒนาประเทศ โดย ร่วมยกระดับการบริหารจัดการและวินัยทางการเงินของภาคครัวเรือน เพื่อให้สามารถก้าวผ่านความท้าทายที่ประเทศไทยเผชิญทั้งหนี้ครัวเรือนที่อยู่ในระดับสูง ประชาชนมีภาระหนี้ตั้งแต่อายุน้อยจนกระทั่งเกษียณอายุ และเตรียมความพร้อมเพื่อรองรับการเข้าสู่สังคมผู้สูงวัยในระยะต่อไป

หน้า 23-24 หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ฉบับที่ 3,397 วันที่ 2 - 5 กันยายน พ.ศ. 2561



สศช. การออม วินัยการเงินคนไทย