พิษถุงลม‘ทาคาตะ’ยอดพุ่ง มิตซูบิชิเพิ่มอีก1แสนคัน-ลดราคาอะไหล่-ผ่อน0%

1 September 2018






ลูกค้าไทยทยอยนำรถเปลี่ยนถุงลมนิรภัย “ทาคาตะ”ต่อเนื่อง หลังยอดรวมทั่วประเทศกว่า 1 ล้านคัน "มิตซูบิชิ" ประกาศรายล่าสุดทั้ง ไทรทัน ปาเจโร พร้อมเปิดแคมเปญบริการหลังการขายหนุนรายได้ดีลเลอร์ ลดค่าแรง อะไหล่ เปลี่ยนยางผ่อนดอกเบี้ย 0%

แม้บริษัทผู้ผลิตถุงลมนิรภัย “ทาคาตะ”จะประกาศล้มละลายไปแล้ว แต่การเรียกคืนรถยนต์ให้เข้ามาเปลี่ยนและตรวจเช็กระบบความปลอดภัยดังกล่าวยังมีอย่างต่อเนื่อง ทั้งในไทยและต่างประเทศ เพราะเชื่อว่ารถยนต์ที่ได้รับผลกระทบจากมหากาพย์ความผิดพลาดครั้งนี้อาจมีกว่า 100 ล้านคันทั่วโลก

สำหรับเมืองไทยที่เป็นฐานการผลิตและเป็นตลาดใหญ่ของค่ายรถยนต์ญี่ปุ่น   หนีไม่พ้นการรีคอลครั้งใหญ่ในประวัติศาสตร์อุตสาหกรรมยานยนต์โลก จากการพบปัญหาชุดประจุก๊าซถุงลมนิรภัยด้านหน้าของทาคาตะ ที่อาจสร้างแรงดันสูงผิดปกติในขณะที่ถุงลมนิรภัยทำงาน ซึ่งอาจก่อให้เกิดอันตรายต่อผู้โดยสารหรือผู้ขับขี่



โดย โตโยต้า ฮอนด้า นิสสัน มาสด้า ทยอยส่งจดหมายเรียกให้ลูกค้านำรถยนต์ในรุ่นที่อยู่ในขอบข่ายความผิดพลาดของ “ทาคาตะ” มาตรวจสอบและแก้ไขตั้งแต่ปี 2559 ซึ่งมีทั้งรุ่นนำเข้าและรุ่นที่ผลิตในประเทศ แน่นอนว่างานนี้ลูกค้าไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย

ล่าสุดเป็นคิวของ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ได้ส่งจดหมายและข้อความ SMS แจ้งไปยังลูกค้าที่ใช้รถเก่า 4 รุ่น คือ ไทรทัน, แลนเซอร์, ปาเจโร, เดลิก้า ปี 2548-2558 รวมจำนวนทั้งสิ้น 102,843 คัน

ทั้งนี้ ในช่วงไตรมาสที่ 3 มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ยังเปิดแคมเปญบริการหลังการขาย ชวนลูกค้าเข้าโชว์รูมเพิ่มรายได้ให้ดีลเลอร์ ด้วย บริการตรวจเช็กรถฟรี 22 รายการ ซื้อนํ้ามันเครื่อง 1 แถม 1 และลดอะไหล่ชุดช่วงล่างสูงสุด 30% (เฉพาะรถยนต์รุ่น Mirage และ Attrage) ซึ่งค่าใช้จ่ายต่างๆสามารถผ่อนได้ 0% นาน 6 เดือน ส่วนการเปลี่ยนยาง 2 เส้นขึ้นไป ฟรีค่าแรงพร้อมผ่อน 0% นาน 10 เดือน

สำหรับ ประเด็นถุงลมนิรภัยทาคาตะ ที่ผ่านมาหลายค่ายรถยนต์เคยเรียกลูกค้าเข้ามารับบริการ เช่น บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด นับตั้งแต่เรียกคืนครั้งแรกกลางปี 2559 จนถึงปี 2560 จำนวนรวมกว่า 6 แสนคัน ในจำนวนนี้เป็นล็อตหลังสุด 259,019 คัน ทั้ง ซิตี้, แจ๊ซ, แจ๊ซ ไฮบริด, แจ๊ซ (นำเข้าจากประเทศญี่ปุ่น), ฟรีด รุ่นปี 2012,แอคคอร์ด, แอคคอร์ด (นำเข้าจากประเทศญี่ปุ่น) รุ่นปี 2012,แอคคอร์ด รุ่นปี 2003-2007, โอดิสซีย์ รุ่นปี 2004-2006,เลเจนด์ รุ่นปี 2007



ด้านมาสด้า เซลส์ (ประเทศไทย)  พบรถยนต์ที่เข้าข่ายจำนวน 102,296 คัน และทยอยส่งจดหมายเรียกลูกค้าตั้งแต่เดือนมีนาคมปีที่แล้ว เช่น มาสด้า 2 ที่ผลิตปี 2009-2014 จำนวน 101,436 คัน มาสด้า บีที-50 ปี 2006-2011จำนวน 710 คันและซีเอ็กซ์-9 ปี 2007-2012 จำนวน 126 คัน เป็นต้น

แหล่งข่าวจากมาสด้า เซลส์ (ประเทศไทย) เปิดเผยว่า หลังจากแจ้งเชิญลูกค้าให้นำรถยนต์ที่เข้าข่ายกว่า 1.02 แสนคัน เพื่อเข้ารับบริการตรวจสอบและเปลี่ยนชิ้นส่วนภายในชุดถุงลมนิรภัยของทาคาตะ พบว่าลูกค้าเกือบทั้งหมดนำรถเข้ามารับบริการเรียบร้อยแล้ว และมีเพียงบางส่วนที่มีการขาย หรือเปลี่ยนมือไปทำให้ไม่สามารถติดต่อได้ อย่างไรก็ดีหากลูกค้าที่ซื้อรถมือสองไปและคาดว่าจะเข้าข่ายก็สามารถเข้ารับบริการได้ หรือให้ศูนย์มาสด้าตรวจเช็กได้ตามปกติ

ขณะที่โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย เริ่มเรียกให้ลูกค้านำรถยนต์เข้ามาตรวจเช็กชุดถุงลมนิรภัย ทั้งในกลุ่มรถยนต์นั่งและปิกอัพ ตั้งแต่ต้นปี 2556 แม้ไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดของรุ่นและจำนวนรถที่แจ้งให้ลูกค้าเข้ารับการตรวจสอบอย่างเป็นทางการ แต่คาดว่าตัวเลขอาจสูงถึง 5 แสนคัน

ทั้งนี้ โตโยต้าเตรียมส่งจดหมายชี้แจงอย่างเป็นทางการช่วงต้นเดือนกันยายนนี้ และถือเป็นการทำความเข้าใจกับลูกค้าให้นำรถเข้ามารับบริการตรวจเช็กถุงลมนิรภัยทาคาตะอีกครั้ง

อนึ่ง โตโยต้าได้มีการประกาศทำความเข้าใจกับลูกค้าว่า คำว่า Recall นั้นหมายถึงการแจ้งลูกค้าให้นำรถยนต์เข้ามาตรวจสอบ แก้ไข หรือเปลี่ยนอะไหล่ (ขึ้นอยู่กับแต่ละกรณี) ที่ผู้แทนจำหน่ายโตโยต้า โดยไม่คิดค่าใช้จ่ายใดๆ ถือเป็นการแสดงความรับผิดชอบต่อคุณภาพผลิตภัณฑ์ อันเป็นมาตรฐานของบริษัทโตโยต้าฯในการเอาใจใส่ และรับผิดชอบต่อลูกค้า เพื่อให้เกิดความมั่นใจในการใช้รถยนต์ ดังนั้นคำว่า Recall มิได้หมายถึงการเรียกรถคืนแต่อย่างใด

หน้า 32-33 หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ฉบับที่ 3,397 วันที่ 2 - 5 กันยายน พ.ศ. 2561



มิตซูบิชิ รถยนต์ เปลี่ยนถุงลมนิรภัย ทาคาตะ