ทาทาสตีลผลประกอบการ3เดือนโต 18%

29 August 2018






ทาทา สตีล โชว์ผลประกอบการเมษายน - มิถุนายน ยอดขายสุทธิ 5,443 ล้าน สูงขึ้น 18% กำไรสุทธิก่อนหักภาษีได้ 75 ล้าน พร้อมเปิดกลยุทธ์การผลิตและจำหน่ายสินค้าเหล็กนวัตกรรม“3 เซฟ” ด้วย 3 ผลิตภัณฑ์ เหล็กเส้นข้ออ้อย แรงดึงสูง SD50 เหล็กเส้นเหนียวพิเศษต้านแผ่นดินไหว และเหล็กเส้นตัดและดัดสำเร็จรูป ตั้งเป้าสิ้นปี ผลักดันยอดขายเหล็กเส้นข้ออ้อยแรงดึงสูง SD50 เหล็กเส้นเหนียวพิเศษต้านแผ่นดินไหว และเหล็กเส้นตัดและดัดสำเร็จรูป เพิ่มขึ้นรวม 220,000 ตัน

นายราจีฟ มังกัล กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ทาทา สตีล (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ปริมาณการขายในไตรมาสที่ 1 ปีงบประมาณการเงินของบริษัทระหว่างเดือนเมษายน – มิถุนายน มีจำนวน 281,000 ตัน ลดลงเมื่อเปรียบเทียบกับไตรมาสที่ผ่านมา ซึ่งมีปริมาณการขาย 316,000 ตัน แต่ยังคงมีปริมาณการขายที่สูงกว่าไตรมาสเดียวกันในปีที่ผ่านมา จำนวน 2% โดยมีตัวเลขยอดขายสุทธิ 5,443 ล้านบาท สูงขึ้น 18% เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกั นของปีก่อน และในไตรมาสนี้ยังคงทำกำไรสุทธิ ก่อนหักภาษีได้ 75 ล้านบาท และกำไรสูงสุดหลังหักภาษี 56 ล้านบาท ในขณะที่ EBITDA (Earnings Before Interest, Taxes, Depreciation and Amortization) ในส่วน EBITDA อยู่ที่ 216 ล้านบาท สูงขึ้น 56% เมื่อเทียบกับปีก่อน

ทั้งนี้ ความต้องการเหล็กเส้นและเหล็กลวดสำเร็จรูปในประเทศยังคงชะลอตัว จากบรรยากาศภาพรวมของตลาดที่ ซบเซา อย่างไรก็ตาม ปริมาณการขายสินค้าภายในประเทศที่ลดลง ได้ถูกชดเชยด้วยปริมาณการส่งออกสินค้าไปยังประเทศอินเดีย กัมพูชา และลาวที่สูงขึ้น ขณะที่ราคาขายเหล็กก็ปรับตัวสูงขึ้นเช่นเดียวกัน เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อน อันเกิดจากราคาวัตถุดิบที่เพิ่มสูงขึ้น ทั้งนี้ สำหรับสถานการณ์ ทางเศรษฐกิจ สงครามการค้าระหว่ างประเทศมหาอำนาจยังคงไม่ส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมเหล็กไทย

ด้านนายชัยเฉลิม บุญญานุวัตร ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ – การตลาดและการขาย กล่าวว่า ทาทา สตีล ชูกลยุทธ์การผลิตและจำหน่ายสินค้าเหล็กนวัตกรรม “3 เซฟ” ด้วย 3 ผลิตภัณฑ์ เหล็กเส้นข้ออ้อยแรงดึงสูง SD50 เหล็กเส้นเหนียวพิเศษต้านแผ่นดินไหว และเหล็กเส้นตัดและดัดสำเร็จรูป (Cut & Bend) ช่วยเซฟต้นทุนการก่อสร้าง เซฟชีวิตให้ปลอดภัย และ เซฟเวลาในการก่อสร้าง เพื่อตอบสนองการลงทุนของภาครัฐ และภาคเอกชน ได้แก่

1) เหล็กเส้นข้ออ้อยแรงดึงสูง SD50 โดยเหล็กเส้นข้ออ้อยแรงดึงสูง SD50 มีกำลังรับแรงมากกว่าเหล็ก SD40 ทั่วไป จึงช่วย เซฟต้นทุนการก่อสร้าง สามารถลดปริมาณเหล็กที่ต้องใช้ ในการก่อสร้างได้มากกว่า 20% อีกทั้งยังช่วยเพิ่มตัวเลือกด้ านการออกแบบที่หลากหลาย ส่งเสริมการออกแบบอาคารให้ทั นสมัยมากขึ้น ซึ่งมีให้บริการตามความต้ องการครบทุกขนาด ตั้งแต่ขนาด 10 – 40 มิลลิเมตร

2) เหล็กเส้นเหนียวพิเศษต้านแผ่นดิ นไหว ทาทา ทิสคอน เอส ซุปเปอร์ ดั๊กไทล์ (SD40S, SD50S) ที่มีคุณสมบัติเหนียวกว่า สามารถดูดซับพลังงานจากแผ่นดินไหวได้มากกว่าเหล็กเส้นเกรดปกติอื่นๆ ช่วยเซฟชีวิต เพิ่มความมั่นใจด้านความปลอดภัยแก่ผู้อยู่อาศัย โดยเหล็กเส้นเหนียวพิเศษต้านแผ่นดินไหวนี้ มีคุณสมบัติเทียบเท่ ามาตรฐานสากล เช่น BS (อังกฤษ), SS (สิงคโปร์), EC2 (ยุโรป) และ ASTM (สหรัฐอเมริกา)

3) เหล็กเส้นตัดและดัดสำเร็จรูป เป็นการให้บริการแบบเบ็ดเสร็จด้วยการตัดและดัดเหล็กสำเร็จรูปตามแบบที่ลูกค้าต้องการ ช่วยเซฟเวลาในการก่อสร้าง ไม่ต้องรอแรงงานตัดและดัดเหล็กที่หน้างาน อีกทั้งยังช่วยลดการสูญเสียเหล็กที่ถูกตัดทิ้งเป็นเศษเหลือใช้โดยเปล่าประโยชน์

สินค้าเหล็กนวัตกรรม “3 เซฟ” ทั้งเหล็กเส้นข้ออ้อยแรงดึงสูง SD50 เหล็กเส้นเหนียวพิเศษต้านแผ่นดินไหว และเหล็กเส้นตัดและดัดสำเร็จรูป จะสามารถตอบสนองการลงทุนโครงสร้างต่างๆ ช่วยให้ผู้รับเหมาโครงการทั้งภาคเอกชนรวมถึงภาครัฐได้ใช้ เหล็กคุณภาพมาตรฐานสูง ประหยัดการใช้ทรัพยากร ลดต้นทุนในส่วนของการก่อสร้าง ช่วยในการประหยัดพลังงาน และทำให้เศรษฐกิจโดยรวมดีขึ้น ทั้งนี้ ยังเชื่อมั่นว่าภาพรวมทางเศรษฐกิจที่ดีขึ้ นจากการขยายการลงทุนในโครงการระเบียงเขตเศรษฐกิจภาคตะวันออก อีกทั้งการเร่งรัดการก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐาน และสาธารณูปโภคต่างๆ โดยภาครัฐจะสามารถนำนวัตกรรมเหล็ก “3 เซฟ” ไปใช้ช่วยยกมาตรฐานการผลิตในอุตสาหกรรมการก่อสร้างให้สูงขึ้นอีกด้วย พร้อมตั้งเป้าหมายภายในสิ้นปี การเงิน 2562 จะผลักดันยอดขายเหล็กเส้นข้ออ้ อยแรงดึงสูง SD50 เหล็กเส้นเหนียวพิเศษต้านแผ่นดินไหว และเหล็กเส้นตัดและดัดสำเร็จรูป เพิ่มขึ้นรวมเป็น 220,000 ตัน

ปัจจุบัน ทาทา สตีล มีโรงงานในเครือ 3 โรงงาน ได้แก่  บริษัท เอ็น.ที.เอส.สตีลกรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ("NTS") ตั้งอยู่ที่จังหวัดชลบุรี บริษัท เหล็กก่อสร้างสยาม จำกัด ("SCSC") ตั้งอยู่ที่จังหวัดระยอง และบริษัท เหล็กสยาม (2001) จำกัด ("SISCO") ซึ่งแต่ละโรงงานมีศักยภาพชั ดเจน และผลิตสินค้าแตกต่างกันตามความถนัด รวมกำลังการผลิตกว่า 1.7 ล้านตันต่อปี ตลอดจนเป็นองค์กรที่ยึดมั่นในนโยบายบรรษัทพลเมืองดี ให้ความสำคัญต่อพนักงาน ชุมชนและสิ่งแวดล้อม โดยตั้งเป้าลดอุบัติเหตุจนถึงขั้นหยุดงานให้เป็นศูนย์ ทั้งนี้ บริษัทฯ ได้รับรางวัล “Thailand Sustainability Investment Award” (รางวัลรายชื่อหุ้นยั่งยืน) จากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และ “Sustainability Report Award 2017” (รางวัลรายงานความยั่งยืน ปี 2560) ในระดับ “Recognition” จากสมาคมบริษัทจดทะเบียนไทย สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ และสถาบันไทยพัฒน์

นอกจากนี้ บริษัท เอ็น.ที.เอส. สตีลกรุ๊ป จำกัด (มหาชน) (NTS) ในเครือของ ทาทา สตีล ได้รับรางวัลอุตสาหกรรมดีเด่นประจำปี 2560 ประเภทการบริหารความปลอดภัยจากนายกรัฐมนตรี และได้เลื่อนระดับโรงงานสีเขียวอยู่ในระดับ 4 (วัฒนธรรมสีเขียว) จากกรมโรงงานอุตสาหกรรม รวมทั้งรางวัล“โครงการส่งเสริมอุตสาหกรรมเหมืองแร่ให้มีมาตรฐานสากลเพื่อความรับผิดชอบต่อสังคม ปี 2560” จากกรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ กระทรวงอุตสาหกรรม


ทาทา สตีล ผลประกอบการ นวัตกรรม