พาณิชย์เผยสหราชอาณาจักรพร้อมกระชับสัมพันธ์การค้าหลัง BREXIT

28 August 2018






พาณิชย์เผยสหราชอาณาจักรพร้อมกระชับความสัมพันธ์การค้ากับไทยให้แน่นแฟ้นหลัง BREXIT

นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ เผยว่า ได้หารือกับนายเลวิส นีล อธิบดีด้านการทูตเศรษฐกิจ ประจำกระทรวงการต่างประเทศของสหราชอาณาจักร ในโอกาสเดินทางเยือนไทย เมื่อวันที่ 22 สิงหาคม 2561 โดยเน้นเรื่องความสัมพันธ์ด้านการค้าการลงทุนของสองประเทศ หลังสหราชอาณาจักรออกจากการเป็นสมาชิกสหภาพยุโรป หรืออียู ในเดือนมีนาคม 2562 ซึ่งจะส่งผลให้สหราชอาณาจักรใช้นโยบายและกฎระเบียบทางการค้าของตัวเอง โดยแยกจากอียูในรอบ 40 ปี



ขณะนี้ สหราชอาณาจักรจึงกำลังมองหาพันธมิตรทางการค้า และไทยก็พร้อมกระชับความสัมพันธ์กับสหราชอาณาจักร โดยอาจอยู่ในรูปแบบการจัดทำเอฟทีเอระหว่างกัน เนื่องจากสหราชอาณาจักรเป็นคู่ค้าและแหล่งลงทุนที่สำคัญของไทย ทั้งนี้ สหราชอาณาจักรแจ้งว่าจะเริ่มเจรจาเพื่อจัดทำความตกลงการค้ากับประเทศที่มีเอฟทีเออยู่แล้วก่อนกับอียูเป็นอันดับต้น เช่น ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ ขณะที่สหราชอาณาจักรก็พร้อมกระชับความสัมพันธ์ที่ดีกับไทยต่อไป โดยมีแผนที่จะจัดทำการทบทวนนโยบายการค้าของไทย เพื่อเป็นพื้นฐานสำหรับการเจรจาเอฟทีเอกันในอนาคต

ทั้งนี้ ปัจจุบัน สภาผู้นำนักธุรกิจไทย-สหราชอาณาจักร (Thai-UK Business Leadership Council: TUBLC) เป็นเวทีหารือด้านการค้า การลงทุนระดับเอกชน แต่ยังไม่มีเวทีพบหารือประจำระดับภาครัฐ ในการหารือครั้งนี้ ไทยจึงเสนอให้มีเวทีการหารือระดับรัฐด้วย เช่น ระหว่างกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศและกระทรวงการค้าระหว่างประเทศ หน่วยงานตั้งใหม่ของสหราชอาณาจักร เพื่อเป็นเวทีหารือการทำงานร่วมกันต่อไปของภาครัฐ โดยเฉพาะเตรียมการสำหรับความสัมพันธ์หลัง Brexit

กรมได้หารือกับสหราชอาณาจักรเรื่องความร่วมมืออาเซียนและสหราชอาณาจักร เนื่องจากไทยต้องรับไม้ต่อจากสิงคโปร์เป็นประธานอาเซียนในปี 2562 ซึ่งสหราชอาณาจักรให้ความสนใจภูมิภาคอาเซียน และเห็นว่าไทยเป็นศูนย์กลางการค้าในภูมิภาค จึงต้องการกระชับความสัมพันธ์ทางการค้าและการลงทุนกับไทยผ่านการจัดทำความร่วมมือกับหน่วยงานต่างๆ ของไทย โดยเน้นให้ความช่วยเหลือทางเทคนิค เสริมสร้างสมรรถภาพ และแบ่งปันประสบการณ์และความเชี่ยวชาญของสหราชอาณาจักร



ซึ่งที่ผ่านมามีการดำเนินการอยู่แล้ว ในปีนี้ กระทรวงพาณิชย์และสหราชอาณาจักรมีความร่วมมือกันในเรื่อง Blockchain Trade Finance และ Blockchain IP เพื่ออำนวยความสะดวกด้านการเงิน การค้าระหว่างประเทศ และการคุ้มครองและใช้ประโยชน์ด้านทรัพย์สินทางปัญญา ซึ่งฝ่าย สหราชอาณาจักรเห็นว่าโครงการความร่วมมือบางครั้งอาจเริ่มต้นจากโครงการขนาดเล็กที่มีความสนใจร่วมกัน เช่น การใช้ประโยชน์จาก Blockchain แต่ในอนาคตอาจพัฒนาเป็นโครงการขนาดใหญ่ที่ขยายผลให้ครอบคลุมในวงกว้างขึ้นได้

สหราชอาณาจักรเป็นคู่ค้าอันดับ 18 ของไทย และอันดับที่ 2 จากสหภาพยุโรป โดยในปี 2560 มีมูลค่าการค้ารวม 7,019 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้าร้อยละ 19.67 การส่งออกมีมูลค่า 4,079.21 ล้านเหรียญสหรัฐ สินค้าส่งออกสำคัญ ได้เเก่ รถยนต์เเละอุปกรณ์ ไก่แปรรูป รถจักรยานยนต์เเละส่วนประกอบ อากาศยาน อัญมณี เเละเครื่องประดับ แผงวงจรไฟฟ้า เเละการนำเข้ามีมูลค่า 2,940.69 ล้านเหรียญสหรัฐ สินค้านำเข้าสำคัญ ได้เเก่ เครื่องจักรกลเเละส่วนประกอบ แผงวงจรไฟฟ้า น้ำมันดิบ เครื่องดื่ม ผลิตภัณฑ์เวชกรรมเเละเภสัชกรรม เคมีภัณฑ์ และในปี 2560 ไทยไปลงทุนในสหราชอาณาจักรมูลค่าประมาณ 3,770 ล้านเหรียญสหรัฐ ขณะที่สหราชอาณาจักรมีการลงทุนในไทยมูลค่าประมาณ 990 ล้านเหรียญสหรัฐ



สหราชอาณาจักร กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ เอฟทีเอ พันธมิตรทางการค้า