ผลประชุมคณะส่งเสริมค้าฯ "ไทย-จีน" ครั้งแรก!!

26 August 2018






นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ เปิดเผยว่า หลังจากที่ประชุมคณะกรรมการร่วมว่าด้วยการค้าการลงทุนและความร่วมมือทางเศรษฐกิจระหว่างไทย-จีน (เจซี ไทย-จีน) เมื่อวันที่ 24 ส.ค. 2561 ที่มี นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี และนายหวัง หย่ง มนตรีแห่งรัฐของจีน เป็นประธาน ได้ตกลงจะเพิ่มเป้าหมายการค้าของ 2 ประเทศ เป็น 140,000 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ในปี 2564 จากเดิมเคยตั้งไว้ 120,000 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ในปี 2563 และได้ลงนามเอ็มโอยูระหว่าง นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ของไทย และนางเกา เยี่ยน รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ของจีน จัดตั้งคณะทำงานคณะทำงานเพื่อส่งเสริมการค้าอย่างไร้อุปสรรค (Working group on Unimpeded Trade) ดังนั้น ในวันที่ 25 ส.ค. ไทยจึงเป็นเจ้าภาพจัดประชุมคณะทำงานฯ ครั้งแรก ในระดับอธิบดีกรมเจรจาฯ ทั้ง 2 ประเทศ เพื่อหารือและกำหนดแนวทางขยายการค้า ให้บรรลุตามเป้าหมาย 1.4 แสนล้านเหรียญสหรัฐฯ


หารือ 8 ข้อ ขยายการค้า-ลดอุปสรรค
นางอรมน กล่าวว่า ในการหารือได้ข้อสรุป ดังนี้ 1.การขยายความร่วมมือด้านการค้าสินค้าเกษตร เช่น ผักผลไม้ อาหารฮาลาล สินค้าประมง เพื่ออำนวยความสะดวกสินค้าเกษตรไทยเข้าสู่ตลาดใหม่ในจีน เช่น เฉิงตู ฉงชิง ซีอาน ซินเจียง  ชิงต่าว รวมถึงมลฑลและเมืองรองของจีนด้วย เพิ่มจากตลาดหลักปัจจุบัน ที่ส่งไปเซี่ยงไฮ้ คุนหมิง และกว่างโจว 2.อำนวยความสะดวกด้านข้อมูลการค้าให้กับผู้ประกอบการไทย ได้ขอให้จีนอำนวยความสะดวกด้านข้อมูลการค้า เช่น การจัดทำข้อมูล และกฎระเบียบทางการค้าของจีน เป็นภาษาไทย หรือ ภาษาอังกฤษเพิ่มเติมจากภาษีจีน เพื่อให้ผู้ประกอบการไทยเข้าถึงข้อมูลได้ง่ายขึ้น 3.การพิจารณายกเลิกการเก็บภาษีมูลค่าเพิ่ม (แวต) กับสินค้าไทย เช่นเดียวกับ ที่จีนปฏิบัติกับประเทศที่มีพรมแดนติดกัน โดยเฉพาะอาจใช้เวทีแม่โขงล้านช้าง ซึ่งอยู่ระหว่างการศึกษาเรื่องเขตเศรษฐกิจพิเศษร่วม เป็นกลไกหารือดำเนินการ

นางอรมน กล่าวว่า 4.การส่งเสริมให้เอกชนไทยและจีนเข้าร่วมงานแสดงสินค้า และกิจกรรมส่งเสริมการค้า โดยจีนได้เชิญให้ไทยเข้าร่วมงานแสดงสินค้านำเข้า China International Import Expo จัดที่เซี่ยงไฮ้ ปลายปีนี้ ซึ่งเป็นงานแสดงสินค้านำเข้าครั้งใหญ่ตามดำริ นายสี จิ้นผิง ที่ต้องการเพิ่มการนำเข้าด้วย คาดว่าจะมีผู้เข้าร่วมแสดงสินค้าจาก 130 ประเทศ 2,800 บริษัท ผู้เข้าร่วมงานกว่า1.5 แสนคน เพื่อให้ชาวจีนรู้จักสินค้าคุณภาพของไทยให้มากขึ้น 5.การแก้ไขอุปสรรคทางการค้า เช่น เร่งรัดให้จีนมาตรวจโรงงานข้าวและผลิตภัณฑ์ที่ไทยได้ยื่นขอให้ตรวจสอบ และยังเหลือค้างอยู่อีกประมาณ 54 ราย จากที่จีนได้ตรวจขึ้นทะเบียนให้ไทยแล้ว 49 โรงงาน เพื่อให้โรงสีข้าวไทยที่ยังไม่ได้ขึ้นทะเบียน และผ่านการตรวจสอบ มีโอกาสส่งออกไปจีนได้ด้วย

นางอรมน กล่าวอีกว่า  6.ให้จีนอนุญาตให้นำเข้ารังนกแดงจากไทย ซึ่งกรมปศุสัตว์ของไทยได้ทำการตรวจสอบแล้วว่าปลอดภัยต่อการบริโภค 7.ให้ทั้ง 2 ฝ่าย หาแนวทางป้องกัน ไม่ให้มีการนำชื่อสามัญไปจดทะเบียนคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญา เช่น ชื่อ หมอนทอง ซึ่งเป็นชื่อสามัญ ขอให้จีนไม่รับจดเป็นเครื่องหมายการค้า เพื่อปฏิบัติตามหลักการสากลของการคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญา และ 8.ขอให้จีนเร่งรัดพิจารณาขึ้นทะเบียนสินค้าสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ไทย 3 รายการ คือ ส้มโอทับทิมสยามปากพนัง มะขามหวานเพชรบูรณ์ และข้าวหอมมะลิทุ่งกุลาร้องไห้ เป็นต้น


……………….
ข่าวที่เกี่ยวข้อง :
นายกฯ แก้กฎรับทุนจีน! ตั้งบอร์ดใหญ่โละอุปสรรคบิ๊กโปรเจ็กต์ 1 หมื่นล้านขึ้นไป
ยกระดับความร่วมมือไทย-จีน




จีน ฐานเศรษฐกิจ การค้าไทย-จีน Thansettakij