วอน”อย่าติไปหมดทุกเรื่อง”นายกฯถาม”บางรัฐบาลก่อปัญหา”“ท่านจะฟังผมไหมครับ”

25 August 2018






วอน”อย่าติไปหมดทุกเรื่อง”นายกฯถาม”บางรัฐบาลก่อปัญหา”“ท่านจะฟังผมไหมครับ”

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีกล่าวในรายการ "ศาสตร์พระราชา สู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน" ว่า”ในการลงพื้นที่ “ทุกครั้ง” ไม่ว่าจะเป็นการประชุมคณะรัฐมนตรี หรือการตรวจเยี่ยมการดำเนินงานต่างๆ ไม่ใช่มาเพื่อแจกเงินหรือแจกงบประมาณ อย่างที่หลายคนกล่าวอ้างกันมานะครับ ผมไม่ทำเช่นนั้น แต่มาเพื่อทำให้เกิดความต่อเนื่องเชื่อมโยงงบราษฎรทำความเข้าใจ โครงการที่มีแต่ดั้งเดิมที่ได้รับการตอบรับจากประชาชนเป็นอย่างดีที่ผ่านมา เช่น โครงการรักษาพยาบาล การศึกษาฟรี การเกษตร หนี้สิน ฯลฯ เราคงต้องดำเนินการต่อนะครับ

แต่ระหว่างนี้ เราต้องพิจารณาถึงผลกระทบที่จะเกิดขึ้นในอนาคตด้วย ในเรื่องของการใช้จ่ายงบประมาณที่จะมากขึ้นในอนาคตหลายๆ รูปแบบด้วยกันนะครับ และก็สิ่งที่ผ่านมานั้นก็จะมีปัญหาอยู่หลายประการ แต่เราก็ไม่สามารถจะล้มเลิกได้ แต่เราต้องทำให้ดีกว่าเดิม ทุกอย่างต้องดีขึ้นกว่าเดิม แล้วก็มั่นคง ยั่งยืนนะครับ เพื่อคนไทยของพวกเรา รักษาวินัยทางการเงินการคลังของประเทศอีกด้วย อย่าไปคิดอะไรสั้นๆ คิดแต่ปลายทาง

ถ้าเราใช้เงินตรงปลายทางให้มาก ต่อๆ ไปโครงการเหล่านี้ รวมแล้วจะใช้งบประมาณมากขึ้น แล้วเราจะไม่สามารถไปดูแลอย่างอื่นได้ ไปลงทุนอะไรก็ไม่ได้ เพราะติดอยู่กับงบประมาณพวกนี้ แต่เราลดจากปัจจุบันไม่ได้ เพราะบางอย่างทำมาแล้วนะครับ แต่ต้องทำให้ดีขึ้น ต้องมีมาตรการที่เหมาะสมเข้ามาใช้ ประชาชนบางท่านไม่ทราบ ไม่เข้าใจว่าเรากำลังทำให้ดีขึ้นอย่างไร ทราบแต่เพียงว่ามันเริ่มมาตั้งแต่เมื่อนั่นเมื่อนี่ แต่มันมีประสิทธิภาพมากน้อยแค่ไหนอันนี้ไม่เข้าใจ ไม่รู้ นะครับ
ก็อยากให้ทุกคนเรียนรู้ไปพร้อมกัน ให้เห็นทั้งประโยชน์และปัญหาควบคู่กันไปด้วย ทุกครั้งที่รัฐบาลได้ลงพื้นที่ ก็พบว่าประชาชนมีความต้องการในหลาย ๆ ด้าน ทั้งเรื่องเดิม เรื่องใหม่ เรื่องซ้ำซาก เราเข้าใจนะครับ และก็รับมาพิจารณา หลายเรื่องที่ลงไปนี่ อยู่ในแผนงานโครงการแล้ว บางเรื่องที่ยังไม่อยู่ในแผน ก็นำมาพิจารณาความเหมาะสม เพื่อจะจัดหางบประมาณนะครับ จัดลำดับความจำเป็นความเร่งด่วน

ในส่วนของเรื่องงบประมาณนี้เช่นกัน ประชาชนส่วนใหญ่ไม่ค่อยสนใจว่าเราได้งบประมาณจากไหน อย่างไร เพราะรัฐบาลมีอย่างเดียวนะครับ จากภาษีทั้งสิ้น เพราะฉะนั้นถ้าเราพูดถึงเรื่องนี้ จะมีปัญหาหมด แต่ทุกคนก็ต้องเข้าใจนะครับว่า ท่านเรียกร้องอะไรก็แล้วแต่ หรือประเทศชาติต้องการอะไรก็แล้วแต่ ต้องมีเงิน มีงบประมาณ และต้องใช้เวลาในการดำเนินการนะครับ

ถ้าหลายคนกำหนดแต่ความต้องการออกมา แต่เวลาถามว่าจะได้เงินจากที่ไหนเพื่อทำความเข้าใจ กลายกลับเป็นว่าก็ในเมื่อเป็นรัฐบาลก็ต้องไปหาเงินมา แล้วผมจะหาได้จากใครนะครับ หลายๆคนก็บอกว่ารัฐบาลหมดสตางค์แล้ว หมดเงินแล้ว ต้องมารีดไถประชาชน ผมคิดว่าคนพวกนี้อันตรายนะครับ ไม่ใช่อย่างนั้นเลย เพราะเรายึดถือหลักการของระบบการเงินการคลังอยู่แล้วนะครับ มีกฎหมายออกมาคุมทุกตัว ว่าจะต้องใช้เงินงบประมาณอย่างไร ก็วันหน้าระมัดระวังก็แล้วกันนะครับ

เราต้องการจะสร้างความเชื่อมโยงระหว่างชายฝั่งทั้งสองด้านนะครับ ทั้งการท่องเที่ยว ท่าเรือ และสนามบิน แล้วไปยังประเทศอื่นๆ ด้วย จะเกิดห่วงโซ่มูลค่า สร้างรายได้ สร้างมูลค่าเพิ่มให้มากขึ้น เพราะฉะนั้นถ้าเราปรับแผนการทำงานของส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ ให้ตรงกับความต้องการของประชาชน ซึ่งเราก็ต้องคำนึงถึงสองฝั่ง ฝั่งหนึ่งก็ต้องคำนึงถึงความต้องการของเขา ความเร่งด่วน ความลำบากของเขา

ขณะเดียวกันฝ่ายประชาชนที่เดือดร้อน ก็ต้องมองทางฝั่งราชการ ฝั่งรัฐวิสาหกิจด้วยว่าเขาก็ต้องมีเงินทุนในการทำงานนะครับ ในการที่จะทำให้กลับมาที่พวกเรานั่นแหละ เพราะฉะนั้นถ้าทั้งสองฝ่ายไม่เอื้อประโยชน์ไม่อำนวยต่อกันมันก็จะติดขัดไปหมด

เริ่มตั้งแต่ที่ดิน เริ่มตั้งแต่จะสร้างถนนหนทาง ขุดน้ำ ขุดอะไรต่างๆ ติดปัญหาไปหมด เพราะเป็นที่ดินของท่าน แต่ท่านต้องการผลประโยชน์ ที่รัฐบาลจะต้องทำให้ ก็ต้องช่วยกันทั้งสองข้าง ลดความซ้ำซ้อน

หลายเรื่องก็เป็นเรื่องที่อยู่ในแผนงานของรัฐบาลอยู่แล้ว เพราะรัฐบาลนั้นมีข้อมูลอยู่แล้วทั้งหมด นะครับ เพียงแต่เราต้องหยิบจับมาทำอะไรให้เหมาะสม เร่งรัดให้ได้ บางเรื่องก็ต้องไปศึกษาใหม่ ให้ตรงกับความต้องการของประชาชน ในขณะที่เราลงไปเช่นนี้ ก็ฟังในหลายช่องทางด้วยกันนะครับ

ในการเดินทางลงพื้นที่นั้นนะครับ ผมและคณะรัฐมนตรีก็ได้พยายามอย่างยิ่ง วันนี้ลงไปถึง 72 พื้นที่ด้วยกัน พร้อมๆ กันก็แยกย้ายกันไป ทั้งรองนายกฯ รัฐมนตรีก็แบ่งๆ กันไปนะครับ แล้วก็ประชุมร่วมกัน บางคณะบางชุดก็ร่วมกับคณะรัฐมนตรีไปหลายเรื่องนะครับ วันนี้ที่ผมติดตามจากโซเชียลมีเดียบ้าง จากสื่อบ้าง มีกลุ่มผู้ไม่หวังดี อาจจะกลุ่มการเมือง สื่อที่ อาจจะเจตนาไม่บริสุทธิ์ บิดเบือนว่ารัฐบาลนี้ไม่เคยทำอะไรให้เลย 4 ปี ที่ผ่านมาทุกอย่างเริ่มตั้งแต่รัฐบาลก่อนๆหมด เพราะทุกอย่างก็ต้องสืบทอดกันมาทุกรัฐบาลนั่นแหละ ขึ้นอยู่กับทำไว้มากน้อยเพียงใด แล้วก็ทำเสริมเพียงใด แล้วมาแก้ไขอะไรบ้าง คิดแบบนี้นะถึงจะสร้างสรรค์
ถ้าท่านติแบบนี้ทั้งหมด แล้วท่านบอกว่าวันนี้ที่รัฐบาลทำเหมือนกับรัฐบาลก่อนทำมา แล้วผมถามว่าถ้าผมอ้างว่ารัฐบาลก่อนสร้างปัญหาอะไรไว้บ้าง ท่านจะฟังผมไหมล่ะครับ ก็อยากจะให้สื่อสารไปถึงประชาชนด้วย

ผมเป็นกังวลกับพี่น้องประชาชนที่มีความเดือดร้อนอยู่ข้างล่าง โดยที่เขาไม่เข้าใจว่ารัฐบาลกำลังทำอะไรให้กับเขา เพราะบางอย่างอาจจะยังไม่ถึงเขา บางอย่างถึงแล้ว แต่เขาต้องการมากขึ้น บางที่ยังไม่ถึง คนบางคนกำลังบิดเบือนว่าถ้าวันหน้าเขาจะทำให้ใหม่ แล้วก็คนเก่าๆ ทั้งสิ้นนะครับ เพราะฉะนั้นก็ขอให้ทำความเข้าใจด้วย

ฝากบรรดาส่วนราชการต่างๆที่อยู่ในพื้นที่ด้วยนะครับ กรุณารวบรวมสิ่งที่รัฐบาลนี้ทำมาไม่ว่าจะของเดิม ของใหม่ แก้ไขปัญหากฎหมาย กฎหมายวันนี้ก็ยิ่งมีความขัดแย้งมาก ผมถึงต้องบอกแล้วว่าต้องมอง 2 ทางด้วยกัน ว่าท่านต้องการอะไรให้มันดีขึ้น ต้องการความปลอดภัยให้มากขึ้น บางอย่างกฎหมายก็ต้องปรับแก้ ถ้าท่านบอกว่าปล่อยทุกอย่างอิสระเสรี แล้วมันจะได้ไหมล่ะครับ ที่พูดมาทั้งหมดน่ะ ไม่ได้หรอกครับ

เพราะฉะนั้นจึงต้องทำงานร่วมกันที่เรียกว่าประชารัฐ เพราะฉะนั้นในการลงพื้นที่ครั้งนี้ผมถือว่าผู้ที่ได้ผลประโยชน์สูงสุดคือประชาชนนะครับ แล้วรัฐบาลก็ได้ประโยชน์จากการที่ประชาชนให้ข้อมูลชัดเจน และสื่อสารกันด้วยความเข้าใจว่าได้หรือไม่ได้ นี่ได้เมื่อไร เพราะฉะนั้นก็ต้องเข้าใจกันนะครับ

ขอขอบคุณทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องนะครับ ทั้งฝ่ายรัฐบาลส่วนล่วงหน้า ประชาชนในพื้นที่ ผู้ว่าราชการจังหวัดที่ต้อนรับเป็นอย่างดียิ่งนะครับ ผมก็ไม่ชอบที่เป็นพิธีทางการมากนัก ทานอะไรง่ายๆ ใกล้ชิดประชาชนให้มากๆ”



คณะรัฐมนตรี ลงพื้นที่ ศาสตร์พระราชา