นายหวัง หย่ง มนตรีแห่งรัฐสาธารณรัฐประชาชนจีนเข้าเยี่ยมคารวะนายกรัฐมนตรี

24 August 2018






วันนี้ (ศุกร์ 24 สิงหาคม 2561) เวลา 14.00 น. นายหวัง หย่ง (Mr. Wang Yong) มนตรีแห่งรัฐสาธารณรัฐประชาชนจีน (State Councilor) เข้าเยี่ยมคารวะ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ในโอกาสเยือนที่เพื่อเป็นประธานร่วมการประชุมคณะกรรมการร่วมว่าด้วยการค้า การลงทุน และความร่วมมือทางเศรษฐกิจระหว่างไทย - จีน (JC) ครั้งที่ 6 ณ ห้องสีงาช้าง ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล โดยมีผู้บริหารระดับสูงร่วมหารือด้วย ได้แก่ นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงค์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชน์ นายอุตตม สาวนายน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และนายวีระศักดิ์ ฟูตระกูล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศ

ภายหลังเสร็จสิ้นการหารือ พลโท วีรชน สุคนธปฏิภาค รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวสรุปสาระสำคัญ ดังนี้
นายกรัฐมนตรีแสดงความยินดีในโอกาสที่นายหวัง หย่ง ได้รับตำแหน่งมนตรีแห่งรัฐของจีนเป็นสมัยที่ 2 พร้อมฝากความระลึกถึงประธานาธิบดีสี จิ้นผิง และภริยา และนายกรัฐมนตรีหลี่ เค่อเฉียง ที่ได้รับตำแหน่งเป็นสมัยที่ 2 เช่นกัน แสดงให้เห็นถึงความไว้วางใจของประชาชนชาวจีนที่มีต่อรัฐบาลจีนในการบริหารประเทศ และมั่นใจว่าความสัมพันธ์และความร่วมมือไทย-จีน จะแน่นแฟ้นยิ่งขึ้น



นายกรัฐมนตรียังชื่นชมการเป็นประธานร่วมกันระหว่างรองนายกรัฐมนตรีและ มนตรีแห่งรัฐสาธารณรัฐประชาชนจีน ในการประชุมคณะกรรมการร่วมว่าด้วยการค้า การลงทุน และความร่วมมือทางเศรษฐกิจระหว่างไทย - จีน (JC) ครั้งที่ 6 มั่นใจว่าจะประสบความสำเร็จเป็นอย่างดี ด้วยทั้งสองฝ่ายพร้อมที่จะทำงานร่วมกันอย่างเข้มแข็ง เพื่อให้ JC เป็นกลไกที่มีประสิทธิภาพ ช่วยส่งเสริมและอำนวยความสะดวกด้านเศรษฐกิจ รวมถึงแก้ไขปัญหาและอุปสรรคด้านการค้า การลงทุน ในส่วนของประเทศไทยกำลังมุ่งสู่ “ประเทศไทย 4.0” ซึ่งสอดคล้องกับข้อริเริ่ม “หนึ่งแถบ หนึ่งเส้นทาง” ของจีน ซึ่งไทยและจีนสามารถเกื้อกูลและสร้างประโยชน์ระหว่างกันได้ โครงการ EEC ซึ่งเป็นโครงการที่รัฐบาลไทยให้ความสำคัญขณะนี้มีพัฒนาการไปมาก และเป็นโอกาสดีสำหรับนักลงทุนจากประเทศจีน โดยเฉพาะภาคเอกชนที่มีความเชี่ยวชาญด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยีสมัยใหม่

มนตรีแห่งรัฐสาธารณรัฐประชาชนจีนย้ำถึงความสำคัญของไทยในฐานะหุ้นส่วนเชิงยุทธศาสตร์ที่ใกล้ชิดรอบด้านทุกระดับ และชื่นชมพัฒนาการของประเทศไทยภายใต้การนำของนายกรัฐมนตรี ทำให้การเมืองและเศรษฐกิจไทยมีความมั่นคงและก้าวหน้า รัฐบาลไทยยังได้มีการกำหนดยุทธศาสตร์ระยะยาว และริเริ่มโครงการเศรษฐกิจสำคัญๆ หลายโครงการ อาทิ โครงการ EEC ความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจรหว่างไทยและจีน ยังถือเป็นแบบอย่างความร่วมมือเพื่อประโยชน์ซึ่งกันและกัน สำหรับวันพรุ่งนี้จะนำคณะเอกชนจีน ซึ่งมีถึง 32 บริษัท ที่ถูกจัดอยู่ในลำดับ 500 บริษัทขนาดใหญ่ของโลก เยี่ยมชมนิคมอุตสาหกรรมในพื้นที่ EEC และท่าอากาศยานอู่ตะเภา ซึ่งบริษัทจีนที่สนใจการลงทุนในไทย เพราะมีความเชื่อมั่นต่อรัฐบาลไทย ที่ให้ความสำคัญในสร้างบรรยากาศและสภาพแวดล้อมทางเศรษฐกิจที่เอื้อต่อการลงทุน
โดยเฉพาะโครงการรถไฟไทย-จีน มีสามารถเริ่มดำเนินโครงการและมีการก้าวหน้าเพราะด้วยความมุ่งมั่นของรัฐบาลไทย นอกจากนี้ ไทยยังเป็นประเทศปลายทางการท่องเที่ยว ที่ชาวจีนนิยมเดินทางมาท่องเที่ยว มีนักท่องเที่ยวจีนกว่า 10 ล้านคนเดินทางมาเที่ยวไทย มากกว่าการคาดการณ์ในคราวการประชุม JC ครั้งที่ 5 เมื่อ 2 ปีที่ผ่านมา ที่คาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวจีนเพียง 6 ล้านคน ปัจจุบันภาพยนตร์ไทยยังสามารถเข้าไปเผยแพร่ในสถานีโทรทัศน์ส่วนกลาง CCTV ของจีนได้ แสดงให้เห็นถึงโอกาสและอนาคตความร่วมมือด้านท่องเที่ยว สังคมและ วัฒนธรรม จะมีส่วนสำคัญในการส่งเสริมความเป็นหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจไทย-จีน ให้มีการขยายตัวและลึกซึ้งรอบด้านมากยิ่งขึ้น

โอกาสนี้ มนตรีแห่งรัฐของจีนยังกล่าวถึงวิสัยทัศน์ของประธานาธิบดีสี จิ้น ผิง ได้ส่งเสริมนโยบายเปิดกว้างทางเศรษฐกิจของจีน โดยในเดือนพฤศจิกายนนี้ จีนจะเป็นเจ้าภาพจัดงานมหกรรมสินค้านำเข้านานาชาติ (China International Import Expo: CIIE) ขอเชิญชวนภาครัฐและเอกชนไทยเข้าร่วมงานแสดงสินค้าและผลิตภัณฑ์ไทยต่าง ซึ่งจะเป็นโอกาสอันดีของสินค้าและบริการไทยที่จะเข้าถึงตลาดที่มีผู้บริโภคกว่า 1,300 ล้านคน และยังถือเป็นส่วนหนึ่งของการส่งเสริมข้อริเริ่ม“หนึ่งแถบ หนึ่งเส้นทาง”และจะเป็นประโยชน์ต่อการส่งเสริมความร่วมมือทั้งภาครัฐและเอกชนไทยและจีนด้วย

ในตอนท้าย นายกรัฐมนตรียังแสดงความเสียใจอีกครั้งต่อรัฐบาลและประชาชนจีน สำหรับเหตุการณ์เรือท่องเที่ยวล่มที่จังหวัดภูเก็ตเมื่อเดือนกรกฎาคม รัฐบาลไทยยืนยันที่จะให้ความช่วยเหลือติดตาม และเยียวยาผู้ที่เกี่ยวข้อง ซึ่งมนตรีแห่งรัฐของจีนกล่าวแสดงความซาบซึ้งที่นายกรัฐมนตรีได้เดินทางไปภูเก็ต เพื่อเยี่ยมผู้บาดเจ็บและปลอบขวัญและญาตผู้เสียชีวิตด้วยตนเอง แสดงให้เห็นถึงน้ำใจของนายกรัฐมนตรีและความตั้งใจของรัฐบาลไทยในการดูแลนักท่องเที่ยวเป็นอย่างดี