Maserati เลอวานเต้ เอสเอสยูวีรอบจัด เร้าใจ

25 August 2018






ต่อเนื่องจากรุ่น เครื่องยนต์ดีเซล “มาเซราติ ไทยแลนด์” จัดการนำเข้า “เลอวานเต้ เอส” เครื่องยนต์เบนซินตัวท็อปมาทำตลาด ด้วยสมรรถนะจี๊ดจ๊าด ภายใต้รูปลักษณ์เซ็กซี่ ชวนให้บดขยี้คันเร่ง พร้อมเสียงเครื่องยนต์ เสียงท่อ สุดเร้าใจกว่าตัวดีเซลครับ

 



ใครเป็นแฟนพันธุ์แท้หรือพอรับรู้รับทราบเรื่องราวของแบรนด์รถยนต์คลาสสิกจากอิตาลีรายนี้มาบ้าง น่าจะเข้าใจว่ารุ่นเครื่องยนต์ เบนซินสูบวีมีความโดดเด่นมากภายใต้ตัวถังซาลูน “ควอต โตรปอร์เต้” หรือคูเป้ “แกรนด์ ทัวริสโม” (กิ๊บลี กับ เลอวานเต้ เพิ่งพัฒนามาทีหลัง)

เรียกว่าได้สมรรถนะจากเครื่องยนต์เฟอร์รารี่(บางรุ่น) แต่มาอยู่ในคราบรถบ้าน ที่การขับ การนั่ง ใช้สะดวกสบายในชีวิตประจำวันมากกว่า

ดังนั้น เมื่อเครื่องยนต์เบนซิน มาประจำการอยู่ในตัวถังเอสยูวี จึงน่าสนใจว่า “มาเซราติ” จะพัฒนาได้
สุดยอดขนาดไหน และสุดท้ายผมก็ได้คำตอบว่า “เยี่ยม”



ด้วยนํ้าหนักรถระดับ 2 ตัน กับเครื่องยนต์ เบนซิน วี6  3.0 ลิตร เทอร์โบคู่ 430 แรงม้า ส่งกำลังลงสู่ล้อด้วยเกียร์อัตโนมัติ 8 สปีดของZF ยังช่วยกันทำงานกระฉับ กระเฉง น่าตื่นเต้นกับอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม.แค่ 5.2 วินาที ขณะที่แพดเดิลชิฟต์หลังพวงมาลัยขนาดใหญ่ตอบ สนองรวดเร็วสับตำแหน่งเกียร์ แม่นยำ ส่วนพวงมาลัยค่อนข้างมีนํ้าหนักแต่หนึบแน่นในการใช้งานความเร็วสูง

“เลอวานเต้ เอส” เป็นรถแบบขับเคลื่อน 4 ล้อ ตลอดเวลาครับ แต่ในภาวะปกติจะส่งแรงไปยังล้อคู่หลัง 90% และหน้า 10% และแปรผันไปหน้า-หลังตามสภาพการขับขี่ หรือคนขับจะเลือกโหมดตามความพอใจ ซึ่งจะไปสอดคล้องกับการปรับความสูง-ตํ่าของรถโดยช่วงล่างแบบถุงลม

โดยDefaultของรถ หลังสตาร์ตเครื่องยนต์จะเป็นโหมดNormal  ถ้าเราขยับไปสู่โหมด Sport  รถจะปรับทั้งการตอบสนองของเครื่องยนต์,เกียร์ การกระจายกำลังลงสู่ล้อ พร้อมเสียงท่อที่กระหึ่มตูมตาม ตลอดจนปรับความสูงของรถที่สามารถลดลงจากปกติได้ 2 ระดับ คือตํ่าลง 20 มม. และ 35มม.



ขณะที่โหมด Offroad จะล็อกกำลังลงสู่ล้อคู่หน้าหลังในสัดส่วน 50:50  และเพิ่มความสูงได้ 2 ระดับ คือยกขึ้น 25 มม. และ 40 มม. ส่วนคนเน้นประหยัดนํ้ามันและขับง่ายๆ ก็เลือกไปที่ I.C.E.(Increase Control Efficiency) การทำงานคล้ายๆโหมดEco ของรถยนต์รุ่นอื่นๆ

ด้วยความยาวตัวถังระดับ 5 เมตร ระยะฐานล้อ  3 เมตร มองภายนอกดูโอ่อ่า แต่เมื่อเข้ามานั่งภายในอาจจะดูแน่นกว่าที่คิด ทั้งเบาะคู่หน้าและการนั่งเป็นผู้โดยสารด้านหลัง อย่างไรก็ตามในตำแหน่งคนขับ เบาะนั่งนั้นโอบกระชับรับสรีระ แน่นกับแผ่นหลังดีมากๆ แต่ผมยังติดขัดตรงตำแหน่งการวางเท้าซ้าย ที่เหมือนอุโมงค์เกียร์มันจะใหญ่และกินพื้นที่เข้ามา ทำให้การวางเท้าซ้ายไม่สบายเมื่อเทียบกับรถยนต์รุ่นอื่นๆ

การออกแบบโดยรวมทั้งภายใน-ภายนอกเด็ดขาดราวกับผลงานศิลปะและไม่มีใครเหมือนด้วย โลโกตรีศูล (อาวุธของเทพเจ้าโพไซดอน) ทั้งกระจังหน้า แนวเสาซี (C-Pillars) และล้ออัลลอย ทั้งยังเพิ่มความหล่อด้วยปลายท่อไอเสียคู่ซ้าย-ขวาพร้อมดิฟฟิวเซอร์หลัง



ส่วนระบบอินโฟเทนเมนต์รุ่นล่าสุด รองรับทั้ง Apple Carplay และ Android Auto ทำงานร่วมกับแป้น rotary controller แสดงผลและควบคุมที่จอทัชสกรีนขนาด 8.4 นิ้ว สุนทรีย์ด้วยระบบเสียง Harman Kardon

ด้านความปลอด ภัย จัด ครูสคอนโทรลที่ปรับระยะห่าง/ความเร็วตามรถคันหน้า, ระบบช่วยเตือนเมื่อเข้าใกล้คันหน้าเกินไป (Forward Collision Warning), เตือนรถในมุมอับสายตา (Blind Spot Alert), กล้องแสดงภาพรอบทิศทาง (Surround View Camera)



รวบรัดตัดความ...ภายใต้เปลือกศิลปะแห่งอิตาลี เลอวานเต้ เอส เป็นเอสยูวีสมรรถนะสูง การขับขี่ดุดัน มีฟังก์ชันทุกอย่างที่จำเป็นสำหรับการตอบสนองรูปแบบการขับขี่ที่หลากหลาย ให้ความนุ่มสบายในบางอารมณ์ ส่วนราคาก็โหดตามแรงม้า ดังนั้นผมเชื่อว่ามาเซราติ น่าจะมีรุ่นเบนซินที่พละกำลังน้อยลงหน่อย เหมาะกับการใช้งานในชีวิตประจำวัน และราคาตํ่ากว่านี้ออกมาทำตลาดครับ

หน้า 32-33 หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ฉบับที่ 3,395 วันที่ 26 - 29 สิงหาคม พ.ศ. 2561



เอสยูวี รถยนต์ Maserati