ทีพีไอโพลีน พลังของการเคลื่อนที่ มุ่งสู่เป้าหมายโดยใช้ ‘ธรรม’ นำทาง

25 August 2018






"เราเริ่มดำเนินธุรกิจด้วยการผลิตเม็ดพลาสติก LDPE ที่มีกำลังการผลิตกว่า 70,000 ตันต่อปี เรียกได้ว่าแค่เริ่มต้นเราก็เป็นอันดับ 1 ในอาเซียน อย่างไรก็ตามเรามองเห็นว่าการผลิตเม็ดพลาสติกเพียงอย่างเดียวคงไม่เพียงพอต่อการสร้างธุรกิจ บริษัทจึงขยายกลุ่มธุรกิจเข้าสู่อุตสาหกรรมปูนซีเมนต์ซึ่งเป็นอุตสาหกรรมที่สำคัญต่อการพัฒนาประเทศ ระยะแรกผลิตได้ 2,900,000 ตันต่อปี ปัจจุบันสามารถผลิตได้ถึง 13,500,000 ตันต่อปี ไม่เพียงเท่านั้น ทีพีไอ   โพลีน ยังต่อยอดธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องและสอดรับอีกมากมาย อาทิ ธุรกิจผลิตแผ่นฟิล์ม POLENE SOLAR ธุรกิจกระเบื้องคอนกรีตและไฟเบอร์ซีเมนต์ ธุรกิจอิฐมวลเบา รวมทั้งธุรกิจผลิตกระแสไฟฟ้า เพราะเราเชื่อมั่นว่า ตราบใดที่ไม่หยุดพัฒนา เราจะสามารถสร้างอนาคตได้อย่างยั่งยืน"

คุณประทีป เลี่ยวไพรัตน์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ทีพีไอ โพลีน จำกัด (มหาชน) ฉายภาพจุดเริ่มต้นขององค์กรที่กล่าวได้ว่าคือรากฐานสำคัญของการพัฒนาประเทศในปัจจุบัน ซึ่งมาจาก “ทีพีไอโพลีน”

“เราเชื่อกฎของการเคลื่อนที่ การไม่หยุดนิ่งในการพัฒนาจากหนึ่งหน่วยธุรกิจทำให้ ทีพีไอ โพลีน ขยายผลจนก้าวสู่การเป็นผู้นำในตลาดของไทย คือ กลุ่มวัสดุก่อสร้างจากทีพีไอ โพลีน” ปัจจุบัน ทีพีไอ โพลีน มีความพร้อมในการผลิตวัสดุก่อสร้างหลากหลายชนิด พร้อมรองรับทุกงานก่อสร้าง โดยแบ่งเป็นกลุ่มธุรกิจได้ดังนี้  1. ธุรกิจปูนซีเมนต์ ปูนเม็ด และปูนสำเร็จรูป เราถือเป็นผู้ผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ปูนซีเมนต์ ปูนเม็ด และปูนสำเร็จรูปรายใหญ่ของประเทศ ภายใต้ตราทีพีไอโพลีน โดยมีโรงงานผลิตตั้งอยู่ในจังหวัดสระบุรี  ปูนซีเมนต์ทั้งหมดของบริษัทมีคุณภาพตามมาตรฐานอุตสาหกรรมของประเทศไทย สหรัฐอเมริกา (ASTM)  และสหพันธรัฐยุโรป (EU)  ทั้งนี้บริษัทเป็นโรงงานปูนซีเมนต์ของคนไทยรายแรกที่ได้รับการรับรองมาตรฐานสากลด้านคุณภาพ ISO 9002 รวมทั้งมาตรฐานด้านอุตสาหกรรมและสิ่งแวดล้อม ทำให้สามารถส่งออกปูนทีพีไอโพลีนไปยังรัฐแคลิฟอร์เนียซึ่งขึ้นชื่อว่าดูแลและระมัดระวังปัญหาสิ่งแวดล้อมสูงที่สุดในโลก

2. ธุรกิจกระเบื้องคอนกรีต และไฟเบอร์ซีเมนต์ โรงงานไฟเบอร์ซีเมนต์ของเราได้รับบัตรส่งเสริมการลงทุนจากคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน  ผลิตภัณฑ์กระเบื้องคอนกรีต รวมทั้งไฟเบอร์ซีเมนต์ พัฒนาทั้งด้านการผลิตและคุณภาพผลิตภัณฑ์ ได้รับมาตรฐานอุตสาหกรรม ผ่านกระบวนการผลิตด้วยเครื่องจักรและเทคโนโลยีที่ทันสมัย จากต่างประเทศ มีส่วนผสมจากวัตถุดิบปูนซีเมนต์ทีพีไอคุณภาพสูง  ส่งผลให้ผลิตภัณฑ์มีความแข็งแรง ทนทาน  มีมิติ  โดดเด่นสวยงาม และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม3. ธุรกิจคอนกรีตผสมเสร็จ มีบริษัท ทีพีไอ คอนกรีต จำกัด เป็นผู้ผลิตและจำหน่ายคอนกรีตผสมเสร็จรายใหญ่ลำดับ 2 ของประเทศ มีจุดเด่นด้านคุณภาพสินค้า และการพัฒนาปรับปรุงบริการอย่างต่อเนื่อง และ 4.ธุรกิจอิฐมวลเบา ด้วยความต้องการผลิตภัณฑ์อิฐมวลเบาได้เติบโตอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ผลิตภัณฑ์อิฐมวลเบาสามารถตอบสนองความต้องการของตลาดการก่อสร้างได้เป็นอย่างดี และทำให้ตลาดอิฐมวลเบาขยายตัวเพิ่มมากขึ้น โดยโรงงานอิฐมวลเบาของบริษัท นอกจากอิฐมวลเบาแบบชิ้นส่วนแล้ว ยังสามารถผลิตผนังสำเร็จรูปจากวัสดุเดียวกับอิฐมวลเบาได้เช่นกัน



จากที่กล่าวมาข้างต้น สินค้าวัสดุก่อสร้างจากทีพีไอโพลีนครอบคลุมทุกงานก่อสร้างทั้งบ้าน อาคาร ถนน รางรถไฟ และการขยายตัวทางเศรษฐกิจต่างๆ ซึ่งคุณประทีป เน้นย้ำอีกว่า ตลาดวัสดุก่อสร้างของไทยยังคงคึกคักส่วนหนึ่งมาจากนโยบายการลงทุนด้านการก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานจากภาครัฐ ระบบขนส่งมวลชนขนาดใหญ่โดยเน้นระบบราง  การเติบโตของอสังหาริมทรัพย์ทั้งในกรุงเทพฯและปริมณฑล และอื่นๆ อาทิ การสร้างโรงแรม ที่พัก และสถานที่ท่องเที่ยวใหม่ๆ โดยทั้งหมดนอกจากผลิตในเชิงปริมาณและมีคุณภาพเพื่อตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าเรายังใส่ใจสิ่งแวดล้อม โดยท่านผู้บริหารได้ยกตัวอย่างให้เราฟังว่า

"บริษัทในกลุ่มทีพีไอ โพลีน เราได้นำพลังงานความร้อนเหลือทิ้งจากกระบวนการผลิตปูนซีเมนต์ มาผลิตกระแสไฟฟ้าใช้เองในโรงงานปูนซีเมนต์ของบริษัท ไม่เพียงเท่านั้นยังนำเอาพลังงานไฟฟ้าและไอน้ำที่เหลือบางส่วนมาใช้ในกระบวนการผลิตอิฐมวลเบาด้วยเช่นกัน ที่สำคัญกระแสไฟฟ้าที่ผลิตได้ ยังขยายผลสู่การสร้างธุรกิจผลิตกระแสไฟฟ้าในชื่อ บริษัท ทีพีไอ โพลีน เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ (“TPIPP”) โดยกระแสไฟฟ้าที่ TPIPP ผลิตได้จากพลังงานความร้อนทิ้งจากกระบวนการผลิตปูนซีเมนต์ ส่วนใหญ่จะขายให้แก่ TPIPL นอกจากนี้ TPIPP ยังนำขยะมาผลิตเป็นเชื้อเพลิง RDF เพื่อผลิตกระแสไฟฟ้า จากโรงไฟฟ้าเชื้อเพลิงขยะ ซึ่งปัจจุบันขายไฟฟ้า ให้การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (EGAT) ภายใต้สัญญาซื้อขายไฟฟ้า ส่งผลให้กลุ่มบริษัท ทีพีไอโพลีน เป็นผู้นำในการผลิตกระแสไฟฟ้าจากพลังงานเชื้อเพลิงขยะ ซึ่งเป็นพลังงานหมุนเวียนเพื่อสิ่งแวดล้อมได้อย่างครบวงจร"

“ธรรม หลักคิดเพื่อธุรกิจที่ยั่งยืน” คุณประทีป กล่าวเสริมว่า การดำเนินธุรกิจที่ยั่งยืนต้องใช้หลักความเป็นธรรม โดยหลักธรรมที่เรายึดเป็นเสาหลัก คือ ธรรมชาติ และคุณธรรม โดยธรรมชาตินั้นเรามุ่งมั่นและใส่ใจในด้านธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ตั้งแต่เริ่มต้นการเตรียมวัตถุดิบ กระบวนการผลิต ไปจนถึงการกลับคืนสู่สภาวะแวดล้อม ด้วยการใช้ทรัพยากรธรรมชาติอย่างคุ้มค่าก่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด และสามารถพัฒนาไปสู่โรงงานอุตสาหกรรม Zero waste แห่งแรกของประเทศไทย ดังตัวอย่างที่กล่าวมาในข้างต้น ด้านคุณธรรมเราจะไม่ขายผลิตภัณฑ์ในราคาที่เกินความเป็นจริง และไม่เป็นธรรมต่อผู้บริโภค เราตอบแทนสวัสดิการพนักงานอย่างเท่าเทียม และปลูกฝังทีมงานทุกคนให้ปฏิบัติงานอย่างเต็มกำลังความสามารถ

“การให้ความสำคัญต่อการดำเนินธุรกิจตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำและปลายน้ำ ด้วยความใส่ใจสิ่งแวดล้อมนอกจากสร้างความเชื่อมั่นในการใช้ผลิตภัณฑ์ของผู้บริโภค ยังเป็นการรักษาสมดุลของธรรมชาติให้คงอยู่และสามารถเติบโตอย่างอุดมสมบูรณ์ควบคู่ไปกับการดำเนินธุรกิจ เพราะเราเชื่อเสมอว่า ถ้าลงมือทำด้วยการยึดหลักธรรมชาติและมีคุณธรรม ภาพรวมความสำเร็จของธุรกิจที่มีรากฐานจากความสมดุลจะก่อให้เกิดความยั่งยืน ทั้งชุมชน สังคมและประเทศชาติ และนี่คือสิ่งที่เราสร้างเสมอมา ทีพีไอ โพลีน เราสร้างอนาคต” คุณประทีป เลี่ยวไพรัตน์

หน้า 25 หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 38 ฉบับที่ 3,395 (854) วันที่ 26 - 29 สิงหาคม พ.ศ. 2561



ทีพีไอโพลีน ประทีป เลี่ยวไพรัตน์