อีซูซุ คาราวานสัญจร เส้นทาง 3 มุกดาหาร-เวียดนาม

22 August 2018






กิจกรรมอีซูซุ คาราวานสัญจร ประจำปี 2561  เดินทางมาสู่เส้นทางที่ 3 แล้ว หลังจากก่อนหน้านั้นได้ไปสัมผัสเสน่ห์เมืองกาญจน์ ในเส้นทางแรก ต่อมาในเส้นทางที่ 2 ล่องใต้ชมวิถีชาวเล สุราษฎร์ธานี-ภูเก็ต  ล่าสุดในเส้นทางที่ 3 ก็พาเหล่ามวลสมาชิกลูกค้าประชาคมอีซูซุกว่า 29 คัน และสื่อมวลชนตะลุยข้ามประเทศ ในเส้นทางที่เริ่มจากมุกดาหาร ไปสิ้นสุดยัง เว้-บานาฮิลล์ ประเทศเวียดนาม



 

การเดินทางในครั้งนี้ยังคงจัดขึ้นภายใต้ธีม  “ความสุข สนุกสุด...ฉุดไม่อยู่” และผู้เข้าร่วมขบวนคาราวานจะต้องขับขี่บนเส้นทางกว่า 1,000 กิโลเมตร ซึ่งผู้ขับขี่แต่ละคนก็มีทั้งที่เคยเดินทางข้ามประเทศแล้ว และบางคนก็เป็นครั้งแรกที่ได้มีโอกาสขับไปเวียดนาม ส่วนผู้ควบคุมเส้นทางหรือผู้อำนวยการจัดคาราวานก็ยังคงเป็นอาจารย์พัฒนเดช อาสาสรรพกิจเช่นเคย



 

จุดสตาร์ตของกิจกรรมเริ่มที่โชว์รูมและศูนย์บริการของอีซูซุ ที่บริหารงานภายใต้การดูแลของบริษัท ตังปักอำนาจเจริญ จำกัด (สาขามุกดาหาร) โดยรถทุกคันจะมุ่งหน้าเข้าสู่สะหวันนะเขต และมีจุดหมายปลายทางต่อไปคือ ด่านแดนสวรรค์-ลาวบาว



เส้นทางการเดินทางในช่วงนี้ จะต้องเปลี่ยนจากขับชิดซ้ายมาเป็นชิดขวา ส่วนตัวถนนหนทางไม่ได้ยากลำบากเหมือนแต่ก่อน ขบวนคาราวานก็สามารถมาถึงด่านแดนสวรรค์-ลาวบาวได้ในเวลาที่กำหนด หลังจากนั้นก็จะมีการทำเรื่องพิธีผ่านแดน เพื่อเข้าสู่เมืองเว้

หลังจากเข้าสู่เมืองเว้ ก็มีการแวะพัก 1 คืน ซึ่งที่นี่เองเหล่าประชาคมอีซูซุก็มีโอกาสสัมผัสกับวิถีชีวิตของคนเมืองเว้ ที่ติดอยู่ริมแม่นํ้าหอม อีกทั้งยังได้เยี่ยมชมสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญ ไม่ว่าจะเป็น  พระราชวังต้องห้าม (Imperial Enclosure) ที่ยังคงความใหญ่โต อลังการ มีกำแพงล้อมรอบวังถึง 3 ชั้น โดยสมัยก่อนพื้นที่นี้สงวนไว้เฉพาะจักรพรรดิและเชื้อพระวงศ์ อีกหนึ่งแลนด์มาร์กของเมืองเว้ ที่ได้แวะชมคือวัดเทียนหมู่ (Thien Mu)  ที่ตั้งอยู่ริมแม่นํ้าเฮือง โดยมีเจดีย์ทรงเก๋ง 8 เหลี่ยม สูง 7 ชั้น แต่ละชั้นจะเป็นตัวแทนของชาติภพต่างๆของพระพุทธเจ้า และวัดนี้ถือเป็นศูนย์กลางทางพุทธศาสนานิกายเชน



ปิดท้ายเมืองมรดกโลกด้วยการแวะไปชมสุสานของพระเจ้าไคดิงห์ (Tomb of Khai Dinh) ซึ่งสถาปัตยกรรมของที่นี่อาจจะดูแปลกตาไปบ้างเมื่อเทียบกับสถานที่ก่อนหน้านี้ โดยมีส่วนผสมของตะวันตกและจีน ใช้เวลาสร้างกว่า 11 ปี ส่วนไฮไลต์ที่จะต้องตรึงทุกสายตาเมื่อเดินขึ้นมายังสุสานแห่งนี้คือภาพวาดมังกรในม่านเมฆ ที่อยู่บนเพดานกลางห้องโถง ว่ากันว่าศิลปินใช้เท้าวาด นอกจากนั้นแล้วการประดับประดาภายในด้วยกระเบื้องที่นำมาทุบแล้วนำมาฝังใหม่ ก็ดูงดงามวิจิตรอย่างมาก

หลังจากนั้นขบวนคาราวานก็ออกเดินทางจากเมืองเว้ไปยังดานัง โดยมีจุดหมายปลายทางที่เหล่านักท่องเที่ยวทั้งหลายต้องการไปสัมผัสคือ บานาฮิลล์



การเดินทางขึ้นบานาฮิลล์นั้นต้องขึ้นกระเช้า โดยใช้เวลาประมาณ 15 นาที ซึ่งความสูงของกระเช้าตามที่ไกด์ชาวเวียดนามได้บอกเล่านั้น ถือว่าสูงที่สุดในโลก และระยะทางยาวที่สุดในโลก และเมื่อถึงจุดหมายปลายทางคือบานาฮิลล์ ทุกคนก็ต้องร้อง “ว้าว” เพราะสถาปัตยกรรมที่อยู่เบื้องหน้านั้น เหมือนยกยุโรปกันมาเลยทีเดียว ไม่ว่าจะเป็นตึกรามบ้านช่อง โบสถ์ ร้านอาหาร โรงแรมต่างๆ  สิ่งที่ดึงดูดนักท่องเที่ยว มิใช่แค่เพียงตึกรามบ้านช่องเท่านั้น เพราะบริเวณโดยรอบยังมีเครื่องเล่นที่ฟรี, สวนดอกไม้เมืองหนาว ,วัด,โรงไวน์ และไฮไลต์ที่เห็นในโลกโซเชียลในตอนนี้คือสะพานมือสีทอง หรือโกลเดน บริดจ์ ซึ่งเป็นสะพานลอยฟ้าที่อยู่ในอุ้งมือยักษ์ ใครไปใครมาที่นี่จะต้องมาปักหมุดเช็กอิน เพราะไม่งั้นจะหาว่ามาไม่ถึง

การเดินทางของขบวนคาราวานยังไม่จบสิ้น โดยหลังจากโบกมือลาบาน่าฮิลล์แล้ว จุดหมายปลายทางต่อไปคือวัดเจ้าแม่กวนอิมลิ่งอึ้ง (Chua Linh Ung) เมืองดานัง โดยรูปปั้นของเจ้าแม่กวนอิมจะตั้งอยู่บนเขา หันหน้าออกทะเล ซึ่งชาวดานังเชื่อว่าองค์เจ้าแม่กวนอิมช่วยปกป้องภัยพิบัติ พายุต่างๆไม่ให้เกิดขึ้น



หลังจากนั้นเหล่าขบวนคาราวานก็มีภารกิจขับรถกลับไปยังเว้ ก่อนจะเดินทางกลับประเทศไทยในเส้นทางเดิม เป็นอันว่าสิ้นสุดการเดินทางในเส้นทางที่ 3

ส่วนความสุขสนุกสุด กับขบวนคาราวานอีซูซุ ยังคงไม่จบแต่เพียงเท่านี้ เพราะยังมีทริปปิดท้ายปีด้วยเส้นทาง พะเยา-เชียงราย แฟนๆอีซูซุที่สมัครกันเข้ามาแล้ว ก็เตรียมตัวให้พร้อม เพราะงานนี้ไม่เพียงแต่จะได้ความสนุกในการขับขี่และได้สัมผัสแหล่งท่องเที่ยวต่างๆแล้ว ในยามคํ่าคืนยังมีการแจกของรางวัลติดไม้ติดมือกลับบ้านกันเพียบ!!

หน้า 32-33 หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ฉบับที่ 3,394 วันที่ 23 - 25 สิงหาคม พ.ศ. 2561



อีซูซุ คารวานสัญจร