เปิดกลยุทธ์‘เอสเอ็มอี’ ค้าออนไลน์เจาะตลาดโลก เพิ่มมูลค่าธุรกิจ

22 August 2018






ควันหลงจากเวที สัมมนา E-Commerce Big Bang ที่จัดโดยกระทรวงพาณิชย์ ที่จ.เชียงราย เมื่อวันที่ 15 สิงหาคมที่ผ่านมาเรียกว่า ปลุกผู้ประกอบการ SMEs สายพันธุ์ไทยให้เข้าถึงการค้ายุคใหม่ในรูปแบบพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์มากขึ้น ดูจากการขานรับเข้าร่วมงานสัมมนาเต็มห้อง และเสียงสะท้อนถึงความพร้อม รุกสู่อี-คอมเมิร์ซแบบข้ามพรมแดน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า  ในช่วงเสวนา “SMEs โกออนไลน์เปิดโอกาสคนตัวเล็กสู่ตลาดจีน” นั้น 
นายบุญชู กมุทมาโนชญ์   ประธานสมาพันธ์ เอสเอ็มอีไทย ภาคเหนือตอนบน 2 กล่าวว่า สมาพันธ์เอสเอ็มอีไทยได้จัดฝึกอบรมผู้ประกอบการ เพื่อใช้ออนไลน์ในการเพิ่มมูลค่าให้ธุรกิจและสินค้า โดยภาคเหนือตอนบน 2 ซึ่งประกอบด้วย เชียงราย พะเยา แพร่ น่าน มีประชากรร่วมกว่า 2.5 ล้านคน มีผู้ประกอบการเอสเอ็มอีอยู่เกือบ 3 แสนราย สมาพันธ์เอสเอ็มอีไทย ให้ความสำคัญกับการเพิ่มจีดีพีให้กับภาคเหนือตอนบน 2 จึงโฟกัสในการพัฒนาความรู้ของผู้ประกอบการด้านอี-คอมเมิร์ซ มาก

โดยเฉพาะการใช้ประโยชน์จากสมาร์ทโฟนในการสร้างเป็นสื่อที่สำคัญในการสื่อสารกับผู้บริโภคกลุ่มเป้าหมาย ซึ่งจะทำให้ธุรกิจและสินค้าเป็นที่รู้จักและเข้มแข็งในตลาดการให้ความรู้ในการสร้างสื่อของตัวเองผ่านสมาร์ทโฟนแบบง่ายๆ การทำแพ็กเกจจิ้ง การทำตลาด รวมถึงการสร้างอุปกรณ์ในการผลิตสื่อบางอย่างด้วยตัวเองเช่น โฟโต้บ็อกซ์ที่ใช้สำหรับเป็นสตูดิโอถ่ายภาพ ซึ่งทั้งหมดสามารถเรียนรู้ในระยะเวลาสั้นๆ งบไม่สูง

นอกจากนี้การขยายตลาดของเอสเอ็มอีไทยสู่ตลาดจีน สำหรับผู้ประกอบการภาคเหนือตอนบน 2 ถือเป็นโอกาสทางการตลาดที่สำคัญ เพราะสามารถเชื่อมต่อเข้าสู่จีน และประเทศเพื่อนบ้านได้หลายช่องทาง อาทิ ผ่านช่องทางเชียงของ ไปทางสิบสองปันนา มีประชากร 60 ล้านคน หรือทางด่านบ้านฮวก อ.ภูซาง จ.พะเยา ที่เชื่อมต่อไปสู่ลาว หรือไปทางเวียดนาม ซึ่งมีประชากรกว่า 100 ล้านคน หรือเข้าไปทางหนานหนิง ที่มีประชากรอีกกว่า 200 ล้านคน รวมถึงช่องทางที่เชื่อมต่อจากจีนสู่รัสเซีย ล้วนเป็นช่องทางตลาดที่มีศักยภาพสำหรับผู้ประกอบการไทย หากสามารถใช้ออนไลน์นำหน้า สร้างธุรกิจในรูปแบบอี-คอมเมิร์ซ พร้อมพัฒนาระบบโลจิสติกส์ควบคู่ จะทำให้ไทยมีโอกาสทางการตลาดอีกมาก
เลือกสินค้าช่องทางให้ดี


 

นายพละวัต ตันศิริ ประธานกิตติมศักดิ์ สภาอุตสาหกรรมจังหวัดเชียงราย กล่าวว่า เดิมทีนั้น ถ้าพูดถึงการขายสินค้า ข้อแรกเลยจะต้องมีสินค้า หรือการเป็นผู้ผลิตสินค้า เป็นเจ้าของกิจการ เป็นเจ้าของโรงงานผลิต มีหน้าร้านจำหน่ายสินค้า แต่เมื่อตลาดออนไลน์เริ่มมีบทบาท ทุกวันนี้จะเป็นผู้ขายสินค้าหรือพ่อค้าแม่ค้านั้น ไม่จำเป็นต้องเป็นผู้ผลิตสินค้า เพียงแต่ต้องรู้ว่าจะไปหาสินค้าได้ที่ไหน และไม่จำเป็นต้องมีหน้าร้าน ที่ต้องคอยเลือกสินค้าให้กับลูกค้า ก็สามารถที่จะเป็นผู้ค้าได้ และเป็นการขายไปยังตลาดใหญ่ คือ ขายไปได้ทั่วโลกอีกด้วย

การที่จะประสบความสำเร็จได้ ต้องเลือกสินค้าและช่องทางให้ดี ทุกวันนี้มีท่าเรือที่เชียงแสน ที่สามารถไปถึงตลาดจีนได้ ผลไม้สดจากภาคเหนือโดยเฉพาะลำไยเป็นสินค้าที่น่าสนใจ สามารถขนขึ้นไปจีนตอนใต้ได้ด้วยเรือห้องเย็น ซึ่งใช้เวลาการขนส่งแค่ 2 วัน เฉพาะมณฑลยูนนานกับมณฑลเสฉวน 2 มณฑลนี้ ก็มีคนกว่า 100 ล้านคน ตลาดจึงมีขนาดใหญ่
ต้องเห็นโปรดักต์บนแพลตฟอร์ม
นายกฤตภาส สุทธา ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บริษัท ขาวละออเภสัช ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายสมุนไพรขาวละออ กล่าวว่า   ขาวละออเริ่มเข้าสู่ธุรกิจอี-คอมเมิร์ซจริงจังผ่านอีมาร์เก็ตเพลส ลาซาด้า เมื่อ 4 ปีก่อน ถึงวันนี้แบรนด์ขาวละออประสบความสำเร็จได้ ต้องเลือกสินค้าและช่องทางให้ดีเป็นอย่างมาก โดยแบรนด์ที่มียอดขายอันดับ 1 หมวดสุขภาพ เว็บไซต์ลาซาด้า และได้รับการแต่งตั้งลาซาด้า และเถาเป่ายูนิเวอร์ซิตี้ ให้เป็นเทรนเนอร์ อบรมให้ความรู้กับ
ผู้ประกอบการที่นำสินค้ามาขายบนลาซาด้า

“การทำยอดเติบโตหลักการตลาดพื้นฐาน โปรดักต์ดี วัตถุดิบสมุนไพรจริง เมื่อเกิดการทดลองใช้ ก็จะเกิดการบอกปากต่อปาก เราต้องทำให้กลุ่มเป้าหมายเห็นโปรดักต์บนแพลตฟอร์ม และต้องทำตลาดภายนอกควบคู่กันไป เช่น กูเกิลเสิร์ช และเราคุยกับลาซาด้าว่า กลุ่มเป้าหมายของลาซาด้าคือใคร เพื่อให้เกิดความชัดเจนการทำตลาด โดยการทำให้ประสบความสำเร็จต้องอาศัยปัจจัยหลายอย่าง”

หน้า 13 ฐานเศรษฐกิจ ฉบับที่ 3394 วันที่ 23-25 สิงหาคม 2561



อี-คอมเมิร์ซ เชียงราย เอสเอ็มอี การค้าออนไลน์ บิ๊กเเบง