'เซ็นทรัล' ยาหอม "นโยบายรัฐ"!! หนุนภาคบริการโต ส่งผลยอดขายพุ่ง 12%

20 August 2018






กลุ่มเซ็นทรัล เผยผลประกอบการครึ่งปีแรกเติบโต 12% ชี้! ปัจจัยจากนโยบายภาครัฐกระตุ้นเศรษฐกิจ การท่องเที่ยว การสื่อสาร และการคมนาคม ส่งผลผู้บริโภคจับจ่ายเพิ่ม ขณะที่ EEC หนุนภาคบริการแข็งแรง สร้างความเชื่อมั่นธุรกิจค้าปลีก ย้ำ! พร้อมเดินหน้าลงทุนต่อเนื่องครึ่งปีหลัง






นายทศ จิราธิวัฒน์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท กลุ่มเซ็นทรัล จำกัด เปิดเผยว่า ผลประกอบการกลุ่มเซ็นทรัลในครึ่งปีแรก มียอดขายเติบโตต่อเนื่อง จากการขยายธุรกิจทั้งในและต่างประเทศของกลุ่มบริษัทในเครือ ซึ่งเป็นไปตามเป้าหมายที่จะเพิ่มยอดขายของกลุ่มเซ็นทรัลให้เติบโต 12% ในครึ่งปีแรกของปีนี้ โดยกลุ่มเซ็นทรัลได้เปิดตัวโครงการใหม่ พร้อมนำเทคโนโลยีมาใช้พัฒนาการให้บริการ เพื่อมอบประสบการณ์ใหม่ ๆ และความสะดวกสบายให้แก่ลูกค้ามากยิ่งขึ้น

โดยห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลได้เปิดตัวบริการออมนิแชแนลรูปแบบใหม่ "เซ็นทรัล แชท แอนด์ ช้อป (Central Chat & Shop)" เพื่อให้ลูกค้าสามารถติดต่อพนักงานได้ง่าย ๆ ผ่านแอพพลิเคชันไลน์ ทั้งสอบถามข้อมูลเกี่ยวกับสินค้าและบริการ รวมถึงสั่งซื้อและเลือกให้สินค้ามาส่งที่บ้าน หรือ ไปรับสินค้าด้วยตนเอง ภายหลังจากเปิดตัวบริการนี้ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก และจะถูกนำไปปรับใช้กับธุรกิจอื่น ๆ ของกลุ่มเซ็นทรัลต่อไป




ด้าน สินค้าประเภทของใช้ในบ้านและเครื่องใช้ไฟฟ้ามีการเติบโตเป็นตัวเลข 2 หลัก โดยเฉพาะเพาเวอร์บาย ออนไลน์ ที่มียอดจำหน่ายเติบโตขึ้น 3 เท่าจากปีก่อน ภายหลังจากการเปิดตัวเว็บไซต์ออมนิแชแนล รวมถึงร้านซูเปอร์สปอร์ตก็ได้ รับความนิยมเพิ่มขึ้นจากลูกค้า หลังจากการเปิดตัวแฟล็กชิฟสโตร์โฉมใหม่ที่เซ็นทรัลเวิลด์ ที่มาพร้อมนิวคอนเซ็ปท์ที่ตรงใจคนรุ่นใหม่และลูกค้าที่มีไลฟ์สไตล์แอ็คทีฟ




ส่วนธุรกิจที่เป็นหัวใจหลักของกลุ่มเซ็นทรัล อย่าง บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอ็น ก็มีแนวโน้มดีขึ้นอย่างต่อเนื่องจากโครงการต่าง ๆ ที่ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี และในครึ่งปีหลัง ซีพีเอ็นได้เปิดตัว "เซ็นทรัล เฟสติวัล ภูเก็ต เฟส 2" ซึ่งเป็นศูนย์การค้าและไลฟ์สไตล์ฮับระดับลักชัวรี่ เพื่อตอบโจทย์กลุ่มลูกค้าไฮเอนด์และนักท่องเที่ยว นอกจากนี้ ทางกลุ่มเซ็นทรัลยังมีแผนที่จะเปิดศูนย์การค้าและร้านค้าใหม่ ๆ ทั้งในประเทศไทยและเวียดนามอีกด้วย

ในส่วนของโรงแรมเซ็นทาราก็มียอดขายครึ่งปีแรกเพิ่มสูงขึ้น ทั้งในส่วนของร้านอาหารและห้องพัก ซึ่งเป็นอานิสงส์มาจากกระแสการท่องเที่ยวของประเทศไทยที่เติบโตและมีนักท่องเที่ยวจากชาติต่าง ๆ หลั่งไหลเข้ามากระตุ้นเศรษฐกิจไทยอย่างต่อเนื่อง และในส่วนของครึ่งปีหลัง กลุ่มเซ็นทรัลยังมีสินค้าและบริการใหม่ ๆ รออยู่อีกมากมาย อาทิ แอพพลิเคชัน The1 โฉมใหม่ ที่สมาชิกสามารถจัดการคะแนนก็สามารถทำได้ง่าย ๆ รวมถึงสามารถเช็กโปรโมชัน กดรับคูปอง หาร้านค้า และรับสิทธิพิเศษต่าง ๆ จากทุกกลุ่มธุรกิจในเครือกลุ่มเซ็นทรัลและพันธมิตรอื่น ๆ ได้อีกด้วย




ด้าน ธุรกิจอี-คอมเมิร์ซ ของกลุ่มเซ็นทรัลก็เติบโตอย่างก้าวกระโดด ภายหลังการเซ็นสัญญาร่วมมือกับ JD.com เมื่อปลายปีก่อน เกิดเป็นเว็บไซต์อี-คอมเมิร์ซ JD.co.th ของเจดี เซ็นทรัล (JD Central) ที่ได้ทดลองเปิดตัวไปเมื่อเดือน มิ.ย. และมีความพร้อมทั้งระบบจัดส่งสินค้า การชำระเงิน การให้บริการลูกค้า เพื่อมอบประสบการณ์การช็อปปิ้งออนไลน์ที่น่าประทับใจ โดยจะมีการเปิดตัวอย่างยิ่งใหญ่อีกครั้งในไตรมาสที่ 3 ของปีนี้ ลูกค้าจะสามารถเลือกซื้อสินค้าได้กว่า 5 แสนรายการ จาก 4,000 แบรนด์ พร้อมข้อเสนอพิเศษและโปรโมชั่นอีกมากมาย นอกจากนี้ JD Central ในประเทศไทยยังอยู่บนเว็บไซต์นานาชาติของ JD.com ที่มีความพร้อมในด้านระบบการขนส่งสินค้าระดับโลก  ทำให้แบรนด์สินค้าหรือผู้ประกอบการไทย มีโอกาสในการขยายธุรกิจและเข้าถึงลูกค้าทั้งในประเทศจีนและลูกค้าทั่วโลกอีกด้วย




นายทศ กล่าวอีกว่า การที่กลุ่มเซ็นทรัลเติบโตขึ้นในทุก ๆ ด้าน ส่วนหนึ่งมีปัจจัยมาจากนโยบายทางเศรษฐกิจ และแนวทางต่าง ๆ ของภาครัฐ ที่ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ การท่องเที่ยว การสื่อสาร และการคมนาคมของประเทศ ให้ทัดเทียมกับนานาชาติ ทำให้ยอดการจับจ่ายใช้สอยของประชาชนสูงขึ้นอย่างเห็นได้ชัดในทุกประเภทสินค้า ไม่ว่าจะเป็น สินค้าแฟชั่น ของใช้ในบ้าน เครื่องใช้ไฟฟ้า และอาหาร นอกจากนี้ การที่นักท่องเที่ยวนิยมเดินทางมาเที่ยวประเทศไทยมากขึ้น ก็ช่วยเพิ่มยอดขายให้กับร้านค้าและโรงแรมของกลุ่มเซ็นทรัล ส่วนยอดขายออนไลน์ก็เติบโตขึ้นมาก เนื่องมาจากเทรนด์ออมนิแชแนลและบริการออนดีมานด์ ซึ่งเชื่อได้ว่า ธุรกิจนี้จะเติบโตอย่างต่อเนื่อง ควบคู่ไปกับการพัฒนาด้านการขนส่งสินค้า

"อีกหนึ่งสัญญาณด้านบวกของประเทศไทย คือ การที่รัฐบาลมีนโยบายลงทุนครั้งใหญ่ในด้านคมนาคม ด้วยเม็ดเงินกว่า 1 แสนล้านเหรียญสหรัฐฯ ไม่ว่าจะเป็น การขยายทางด่วน พัฒนารถไฟความเร็วสูง เพิ่มประสิทธิภาพระบบขนส่ง และโครงการในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ทั้งหมดนี้จะช่วยให้ภาคบริการสามารถเติบโตได้อย่างแข็งแกร่งในอนาคต และเกิดความเชื่อมโยงระหว่างเมืองต่าง ๆ ต่อยอดเป็นความมั่นคงในธุรกิจค้าปลีกและพาณิชย์ทั่วประเทศ" นายทศ กล่าวและว่า

การลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานของประเทศครั้งนี้ เป็นส่วนสำคัญที่จะกระตุ้นเศรษฐกิจไทยให้เติบโต โดยเฉพาะภาคบริการ และช่วยให้ประชากรกว่า 20 ล้านคน พ้นจากความยากจนในอาชีพเกษตร ด้วยการสนับสนุนให้เหล่าเกษตรกรหันมาประกอบอาชีพด้านบริการและอุตสาหกรรม ซึ่งนโยบายทั้งหมดนี้จะช่วยยกระดับศักยภาพของประเทศไทยให้ก้าวพ้นจากประเทศรายได้ระดับปานกลางสู่ประเทศรายได้สูงในอนาคต


……………….
ข่าวที่เกี่ยวข้อง :
ผู้นำลูกผสม เชื่อมศาสตร์แห่งศิลปะและธุรกิจ...สู่นิวเซ็นทรัล
ซีพีเอ็น เผยโฉมใหม่  “เซ็นทรัล พระราม3”  Center of Hip Lifestyle Quality




เศรษฐกิจไทย ท่องเที่ยว ฐานเศรษฐกิจ เซ็นทรัล เซ็นทรัลเวิลด์ ค้าปลีก กลุ่มเซ็นทรัล ผู้บริโภค สือสาร เซ็นทรัลพัฒนา คมนาคม EEC อีอีซี ทศ จิราธิวัฒน์ ความเชื่อมั่น เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก ภาคบริการ นโยบายรัฐ Thansettakij JD Central JD.co.th เซ็นทรัล แชท แอนด์ ช้อป เซ็นทรัล เฟสติวัล ภูเก็ต โรงแรมเซ็นทารา แอพพลิเคชั่น The1 ยอดขายเซ็นทรัล