‘SCG’เมินลงทุนปิโตรเคมีในอีอีซี

18 August 2018






เอสซีจีเผยจะเห็นการลงทุนโครงการในอีอีซีภายในสิ้นปีนี้ โดยเน้นกลุ่มอุตสาหกรรมเบา ระบบโลจิส ติกส์ ซัพพลายเชน พร้อมเตรียมเงินลงทุนทั้งหมดในปีหน้าไว้ 5-6 หมื่นล้านบาท

นายเชาวลิต เอกบุตร ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่-การเงินและการลงทุน เอสซีจี เปิดเผยถึงความคืบหน้าการพิจารณาลงทุนใหม่ในพื้นที่พัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) ว่า ขณะนี้ยังอยู่ในช่วงการพิจารณาการลงทุน เบื้องต้นจะตัดสินใจลงทุนเป็นรายโครงการ โดยเน้นกลุ่มอุตสาหกรรมเบา ระบบโลจิสติกส์ ซัพพลายเชน จะต้องดูว่าควรจะทำอะไรที่เป็นประเภทอุตสาหกรรมเป้าหมายที่ภาครัฐกำหนดในอีอีซี แต่คงไม่ไปขยายการลงทุนในส่วนของอุตสาหกรรมปิโตรเคมี ที่เอสซีจีมีฐานการผลิตที่จังหวัดระยอง เพราะจะไปมุ่งขยายการลงทุนที่เวียดนามแทน ดังนั้นการลงทุนในอีอีซีภายในสิ้นปีนี้อาจเห็นการลงทุนเป็นรายโครงการเกิดขึ้น โดยเฉพาะเรื่องการบริการ โลจิสติกส์


“เอสซีจีไม่ได้ติดขัดอะไรในการพิจารณาโครงการลงทุนในอีอีซี แต่ที่ยังไม่มีข้อสรุป เนื่องจากปัจจุบันการจะขยายการลงทุนในอุตสาหกรรมปิโตรเคมีเดิมที่มีอยู่ไม่ใช่ประเภทที่รัฐบาลกำหนดในอีอีซี ดังนั้นการให้บริการโลจิสติกส์คงเป็นโครงการลงทุนที่ตอบโจทย์รัฐบาลได้ หากมีความชัดเจนคงตัดสินใจลงทุนเป็นรายโครงการมากกว่า ซึ่งระบบโลจิสติกส์ การให้บริการขนย้ายสินค้าน่าจะเกิดประโยชน์สูงสุด ในการรองรับอุตสาหกรรมในอีอีซี เพราะในอนาคตไทยจะเชื่อมกับอาเซียน ผู้ประกอบการจำเป็นต้องมีความพร้อมด้านการส่งออก แข่งขันดีขึ้น ดังนั้นการบริการด้านโลจิสติกส์จึงเป็นที่ต้องการ”


นายเชาวลิต กล่าวว่าสำหรับการดำเนินงานในปี 2562 เอสซีจีเตรียมเงินลงทุนไว้ประมาณ 5-6 หมื่นล้านบาท มากกว่าปีนี้ประมาณ 1-2 หมื่นล้านบาท เนื่องจากมีโครงการลงทุนโครงการปิโตรเคมีคอมเพล็กซ์ในเวียดนามที่จะเริ่มลงทุนตั้งแต่ในช่วงครึ่งหลังของปีนี้ จะต้องใส่เงินลงทุนเพิ่มขึ้นในปีหน้า คาดว่าจะอยู่ที่ประมาณ 2 หมื่นล้านบาท เทียบกับเงินลงทุนในโครงการปิโตรเคมีคอมเพล็กซ์ในเวียดนามที่ปีนี้อยู่ที่ 1.7 หมื่นล้านบาท ขณะที่เงินลงทุนในปี 2563 อาจจะต้องใช้เงินมากขึ้นอีก โดยโครงการดังกล่าวเซ็นสัญญากับผู้รับเหมาก่อสร้างแล้ว กำหนดแล้วเสร็จและเดินเครื่องผลิตภายในปี 2566

หน้า 7 หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 38 ฉบับ 3,393 วันที่ 19-22 สิงหาคม 2561



SCG ปิโตรเคมี อีอีซี